วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' งัด ม.44 สั่งเร่งสอบ 23 ขรก.เอี่ยวค้ามนุษย์

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ เผยแพร่ หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 สั่งเร่งสรุปผลสอบ 23 ขรก.เอี่ยวทุจริต สั่ง “ศอตช.” ตั้ง กก.สอบถ้อยคำใน 30 วัน ถ้าไม่พบผิด คืนตำแหน่งเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 59 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 47/2559 เรื่องการดําเนินการตามคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 33/2559 ซึ่งให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งในส่วนของอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 23 คน โดยที่ยังคงมีการร้องเรียน พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บางราย เกี่ยวกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่อันกระทบต่อการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์

ดังนั้น หัวหน้า คสช.จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 33/2559 ให้ถือว่าการตรวจสอบดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด แม้จะมีคําสั่งให้ผู้ถูกตรวจสอบบางรายไปปฏิบัติหน้าที่ ณ พื้นที่อื่นบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี้ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกตรวจสอบ สรุปผลการตรวจสอบ และพยานหลักฐานที่มีอยู่แล้ว แจ้งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ทราบ และให้ประธาน ศอตช.แต่งตั้งคณะบุคคลที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ หรือมีส่วนได้เสียกับบุคคลหรือเรื่องที่มีการกล่าวหา และไม่เคยเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องนี้มาก่อน มีจํานวน 3-5 คน เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบผลการตรวจสอบเดิมของผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกตรวจสอบ กับรายงานหรือพยานหลักฐานที่มีอยู่อีกครั้ง

ทั้งนี้ ให้มีอํานาจเชิญบุคคลมาให้ถ้อยคําได้ โดยคณะบุคคลดังกล่าวอาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกตรวจสอบ แต่ละรายหรือหลายรายพร้อมกันก็ได้ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง รวมถึงในกรณีที่ผลการตรวจสอบพบว่าการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชาถูกต้องแล้ว หรือไม่มีเหตุที่ควรเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ แต่กรณีที่ผลการตรวจสอบไม่สอดคล้องกับผลการตรวจสอบเดิมของผู้บังคับบัญชา และมีเหตุที่ควรเปลี่ยนแปลงนั้น ให้สรุปพยานหลักฐานที่มีอยู่และหารือร่วมกับผู้บังคับบัญชา แล้วให้ผู้บังคับบัญชาดําเนินการตามผลการหารือ โดยถือว่าการดําเนินการตามคําสั่งนี้ทุกขั้นตอนเป็นการดําเนินการทางวินัยโดยชอบด้วยกฎหมาย  และหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดอาญา ให้ผู้บังคับบัญชาดําเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในกรณีไม่ปรากฏว่าผู้ถูกตรวจสอบมีความบกพร่องใดๆ ในการปฏิบัติงาน หรือไม่มีมูลความผิดทางวินัย หรือความผิดอาญา หรือมีความผิดวินัย แต่ไม่ใช่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้น ให้เยียวยาโดยให้ผู้ถูกตรวจสอบไปดํารงตําแหน่งในระดับเดิมตามความเหมาะสม แต่ให้อยู่นอกพื้นที่เดิม ทั้งนี้ ศอตช.อาจมีคําแนะนําการเยียวยาด้วย โดยคํานึงถึงข้อมูลความเหมาะสมเกี่ยวกับตําแหน่งหน้าที่และพื้นที่ใหม่ การให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกตรวจสอบ และในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการดําเนินการตามคําสั่งนี้ ให้ ศอตช.หรือผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกตรวจสอบเสนอให้นายกรัฐมนตรีวินิจฉัย และให้คําวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรีเป็นที่สุด

คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 18 ส.ค. 2559
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการที่ถูกสั่งระงับการปฏิบัติราชการ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 33/2559 มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม 23 คน ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการใน จ.สมุทรสาคร 4 คน ได้แก่ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร และ น.ส.รัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนอัยการ 2 คน ได้แก่ นายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี และ นายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี และข้าราชการตำรวจที่มีตั้งแต่ยศ พ.ต.ต. ถึง พล.ต.ต. อีก 17 คน

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ เผยแพร่ หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 สั่งเร่งสรุปผลสอบ 23 ขรก.เอี่ยวทุจริต สั่ง “ศอตช.” ตั้ง กก.สอบถ้อยคำใน 30 วัน ถ้าไม่พบผิด คืนตำแหน่งเดิม 18 ส.ค. 2559 19:57 ไทยรัฐ