วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถึงปุ๊บ ตรวจปั๊บ! ส่องมาตรการป้องกันไวรัสซิกา หลังทัพไทยทยอยกลับจากบราซิล

ท่ามกลางการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ‘ริโอ เกมส์’ ที่ประเทศบราซิล แต่ละประเทศต่างส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกันอย่างคึกคักรวมทั้งประเทศไทยที่ในครั้งนี้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งโอลิมปิกจำนวน 54 คน พาราลิมปิก 46 คน และยังมีคณะผู้ติดตาม ที่บินไปดูแลและให้กำลังใจอีกมากกว่าร้อยชีวิต

แต่ทว่าข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาในกลุ่มประเทศแถบละตินอเมริกา 14 ประเทศ บราซิลเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย จึงเป็นข้อกังวลในเรื่องการติดเชื้อของนักกีฬา และคณะผู้ติดตามที่ไปบราซิลในครั้งนี้ด้วย

ยุงลาย พาหะตัวร้ายแพร่เชื้อไวรัสซิกา

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยกับ พญ.วรยา เหลืองอ่อน ผอ.สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องไวรัสซิกาว่า ไวรัสซิกานั้น เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลฟลาวิไวรัส (Flavivirus) จำพวกเดียวกับ ไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคจากการกัดคนป่วย และกัดคนอื่นๆ ต่อไป

สำหรับช่องทางการติดต่อของเชื้อไวรัสซิกานั้น ช่องทางหลัก คือ ยุงลาย ส่วนช่องทางอื่นๆ อาจจะแพร่ผ่านทางเพศสัมพันธ์ หรือการถ่ายเลือด และจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ โดยเมื่อติดเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-12 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ปวดหลัง ปวดศีรษะ ซึ่งจะมีอาการคล้ายๆ กับเชื้อในตระกูลเดียวกันอย่างไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ ส่วนจะแตกต่างอย่างไรไม่สามารถแยกได้จากอาการ แต่จะต้องใช้การตรวจในห้องปฏิบัติการ เช่น การเจาะเลือดไปตรวจ หรือ เก็บปัสสาวะไปตรวจ แต่หากเกิน 2 สัปดาห์ไปแล้วผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆ แสดงว่าไม่ได้ป่วยจากเชื้อไวรัสซิกา

นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยงต่อเชื้อไวรัสซิกานั้น ทุกคนมีความเสี่ยงเท่าเทียมกัน เพราะไม่ว่าใครก็ตามหากโดนยุงกัดเยอะ จะมีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสซิกาได้ ฉะนั้นแล้วควรมีการป้องกันตัวเองโดยไม่ให้ยุงกัด ฉีดสเปรย์กันยุง ใช้ยาทากันยุง ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ปิดประตู หน้าต่าง ติดมุ้งลวด รวมทั้งทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงด้วย

หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิกา เสี่ยงลูกในท้องเกิดความผิดปกติ

ผอ.สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กล่าวถึงการรักษาผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาว่า ยารักษาเฉพาะ ยาฆ่าเชื้อไวรัสซิกาหรือวัคซีนตอนนี้ยังไม่มี แต่ที่รักษากันอยู่ปัจจุบันเป็นการรักษาตามอาการ ประคับประคองอาการ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการที่ไม่รุนแรง เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ใช้ยาลดไข้รักษาตามอาการก็สามารถหายเองได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยบางคนมีอาการอื่นแทรกซ้อน วิธีการรักษาก็จะรักษาไปตามอาการแทรกซ้อนนั้น

ขณะเดียวกัน มีผู้ป่วยที่เป็นส่วนน้อยมากเป็นมารดากำลังตั้งครรภ์อยู่ เมื่อติดเชื้อไวรัสซิกาอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับทารกในครรภ์ได้ บางรายเมื่อคลอดออกมาเด็กเกิดความผิดปกติ เช่น มีรอบศีรษะขนาดเล็กกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อพิจารณาตามอายุครรภ์ที่แรกคลอด และเพศ ภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิดอาจเป็นเดี่ยวๆ หรืออาจจะมีความเกี่ยวข้องกับอาการอื่นๆ เช่น อาการชัก พัฒนาการล่าช้า หรือความผิดปกติในการดูด หรือกลืน อาการเหล่านี้มีความแตกต่างกันของความรุนแรง หรือบางรายมีความผิดปกติในเรื่องของระบบประสาท

ส่วนลูกในครรภ์จะติดเชื้อไวรัสซิกาต่อจากแม่หรือไม่นั้น ยังอยู่ในช่วงของการศึกษาวิจัยถึงความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดเชื้อไวรัสจากแม่สู่ลูก และผลกระทบต่อทารก ฉะนั้น หญิงตั้งครรภ์โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาควรได้รับการติดตาม และดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ไวรัสซิกา ในบราซิล รวมทั่วประเทศ 1.6 แสนราย

สำหรับสถานการณ์ไวรัสซิกาในประเทศบราซิลนั้น พญ.วรยา กล่าวว่า ในบราซิลที่มีการตรวจยืนยันเชื้อในช่วง 2 ปี มีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาทั่วประเทศ ประมาณ 160,000 ราย ถ้าเจาะจงเฉพาะเมืองริโอ เด จาเนโร ที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกันอยู่ในขณะนี้ นักกีฬา ผู้ติดตาม เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชนที่ไปก็จะมีความเสี่ยงเยอะ องค์การอนามัยโลกได้ออกมาคาดประมาณว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาในบราซิล ประมาณ 500 รายต่อประชากร 100,000 ราย ซึ่งถือเป็นจุดหนึ่งที่มีการระบาดของไวรัสซิกา และพบภาวะแทรกซ้อนเยอะ องค์การอนามัยโลกจึงประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉิน ซึ่งมีความผิดปกติแบบนี้มา 2-3 ปีแล้ว

“ถามว่าคณะนักกีฬา ผู้ติดตาม สื่อมวลชนที่ไปบราซิลมีโอกาสติดเชื้อหรือไม่ ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ เนื่องจากโรคนี้แพร่ผ่านช่องทางหลัก คือ ยุงลาย ดังนั้นใครที่ไปในพื้นที่ที่มีการระบาดและโดนยุงลายกัด ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นก็ต้องมีการป้องกันตัวเองด้วย” ผอ.สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีเชื้อไวรัสซิกาอยู่แล้ว ข้อมูลล่าสุดที่มีผู้ติดเชื้อประมาณ 100 ราย กระจายกันอยู่ในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้งคนไทยก็มีโอกาสติดเชื้อในประเทศด้วย แต่โรคนี้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หากมีอาการจะเบามาก เพราะฉะนั้นในกลุ่มประชาชนปกติก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยกเว้นที่เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ที่ต้องระวังมากๆ

ฉีดยา ป้องกัน อบรม ก่อนเยือนริโอฯ

นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา (กกท.) เปิดเผยกับทีมข่าวฯ ว่า ก่อนที่จะส่งนักกีฬาไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่บราซิลนั้น กกท. ได้ประสานขอความร่วมมือจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้มีการฉีดวัคซีนโรคประจำถิ่นอย่างไข้เหลืองและไข้หวัดใหญ่ พร้อมกับจัดอบรมให้ความรู้ เพื่อป้องกันโรคติดต่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไข้เหลืองหรือไวรัสซิกา โดยใช้มาตรการฉีดยา ป้องกัน อบรม ให้กับนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก

ขณะเดียวกัน พญ.วรยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดอบรมให้แก่นักกีฬาจะให้ความรู้ในเรื่องของการป้องกัน โดยจะแนะนำให้มีการคุมกำเนิดก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงตั้งครรภ์ขอให้งดการเดินทาง ถ้านักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ จะขอให้มีการคุมกำเนิดก่อนไปบราซิล 3 เดือน และระหว่างที่อยู่ที่บราซิลก็ขอให้คุมกำเนิดหรือสวมถุงยางอนามัย ส่วนหลังจากที่กลับมาแล้วก็ขอให้คุมกำเนิดต่ออีก 3 เดือน ยกเว้น ว่าหลังกลับมาจะมีการให้ตรวจหาเชื้อไวรัสซิกาแล้วไม่เจอเชื้อถือว่าปลอดภัย สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ

“ทุกคนตื่นตัวและให้ความร่วมมือดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมาก เราก็คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรตรงนี้ หรือต่อให้เกิดมีใครติดเชื้อขึ้นมาจริงๆ เราก็มีทีมงานดูแลในการสอบสวนโรค เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค และดูแลสุขภาพให้กับพวกเขาด้วย” ผอ.สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กล่าว

กกท.จัดทีมแพทย์ไทยดูแลนักกีฬาใกล้ชิดระหว่างอยู่ที่บราซิล

นายณัฐวุฒิ ให้ข้อมูลช่วงที่นักกีฬาอยู่ที่บราซิลว่า ระหว่างที่ทำการแข่งขันที่บราซิลนั้น จะมีทีมแพทย์ไทยดูแลอย่างใกล้ชิด และทางผู้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยังได้แจกคู่มือให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไวรัสซิกา ยาทากันยุง เจลทำความสะอาดมือ ตลอดจนนำมุ้งเคลือบสารกันยุงมาให้อีกด้วย ส่วนชุดการแข่งขันของนักกีฬาที่โอลิมปิกได้ออกแบบนั้น จะเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ก็ช่วยป้องกันยุงได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งตอนที่ไปให้กำลังใจนักกีฬาที่บราซิลไม่ค่อยมียุงเท่าไร แสดงให้เห็นว่าทางเจ้าภาพก็ระมัดระวังพอสมควร

ลงเครื่องปุ๊บ ตรวจปั๊บ ป้องกันแพร่เชื้อ

นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวต่อว่า เมื่อทัพนักกีฬาเดินทางกลับมายังประเทศไทย จะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ โดยใช้เวลาส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการ 2-3 วัน หากพบว่ามีนักกีฬาคนใดติดเชื้อไวรัสซิกาก็จะประสานงานส่งต่อ เพื่อดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน และจะติดตามจนกว่าอาการจะหาย ซึ่งจะมีระยะเวลา 14 วัน แต่การที่จะรับตัวไปรักษาจะไม่ใช่เป็นการพาไปกักตัว เพราะไวรัสซิกาเป็นเพียงโรคติดต่อที่จะต้องเฝ้าระวัง ไม่ได้เป็นโรคติดต่อที่อันตราย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นมาตรการของ กกท. ที่ดำเนินการตั้งแต่ก่อนไปและหลังกลับจากริโอ เกมส์

“ตอนนี้ กกท. มีรายชื่อผู้ที่ไปทั้งหมด นักกีฬา เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ รวมถึงคณะผู้ติดตาม จะต้องตรวจทุกคน แม้แต่ตัวผมเองก็ต้องตรวจ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะค่อยๆ ทยอยกลับมา และจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปให้การดูแลถึงสนามบิน เรียกได้ว่าลงจากเครื่องปุ๊บก็ตรวจปั๊บเลย” รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าว.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์รายงาน

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

ข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาในกลุ่มประเทศแถบละตินอเมริกา 14 ประเทศ บราซิลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงเป็นข้อกังวลในเรื่องการติดเชื้อของนักกีฬา และคณะผู้ติดตามที่ไปบราซิลในครั้งนี้ด้วย 18 ส.ค. 2559 19:02 ไทยรัฐ