วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กฟก.ฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร เปลี่ยนหนี้เป็นมีกิน...ทันตาเห็น

กฟก.ฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร เปลี่ยนหนี้เป็นมีกิน...ทันตาเห็น

  • Share:

“เกษตรกรบ้านเรา ใช้เงินลงทุนทำเกษตรปีละ 200,000 บาท แต่ได้ผลตอบแทนกลับมาแค่ 28,000 บาท ในขณะที่เกษตรกรเวียดนาม ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า แต่ได้ผลตอบแทนมากกว่า เรา 51%”

นายวัชระพันธุ์ จันทรขจร เลขาธิการ สำนักงาน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ยกรายงานสถิติตัวเลขปี 2558 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาชี้ให้เห็นถึงปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทย ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ เพราะยังคงทำกินกัน ด้วยความเคยชิน ทำไปแล้วได้ผลตอบแทนต่ำ เป็นหนี้สินก็ยังจำทนทำ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนวิธีทำกิน...ทั้งที่บ้านเรามีช่องทางให้เลือกทำได้มากมาย ถ้ากล้าปรับเปลี่ยน อย่าง นายศักดิ์ดา ชีชะวา ผญบ.บ้านเนินสะอาด ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก ทำนา เป็นหนี้รุงรัง ถูกธนาคารฟ้องยึดที่ดิน จน กฟก.เข้ามาช่วยซื้อหนี้และเข้าโครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ในนาม กลุ่มองค์กรบ้านเนินสะอาด ...เปลี่ยนนาข้าวมาเป็นทำเกษตรผสมผสาน เพียงไม่กี่ปีรายได้กลับตาลปัตร

“ก่อนหน้านี้กู้เงินธนาคารกรุงไทยมาเป็นทุนทำนา 18 ไร่ ปีหนึ่งลงทุนไปแสนบาท แต่เกี่ยวข้าวขายได้แค่ 3 หมื่นบาท นี่เป็นรายได้ทั้งปี ยังไม่หักต้นทุนอะไรเลย หักแล้วแทบไม่เหลือ เพราะเราต้องกินต้องใช้จ่ายทุกวัน เลยไม่มีเงินส่งธนาคาร ทำไปทำมาเงินกู้ 4 แสน ทั้งต้นทั้งดอกเพิ่มเป็น 1.3 ล้านบาท เลยสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ให้มาช่วยซื้อหนี้ และชวนเพื่อนบ้านมารวมกลุ่มกันเข้าโครงการฟื้นฟูอาชีพ เมื่อปี 2549”

ศักดิ์ดา เล่าถึงอดีต...เมื่อเข้าสู่โครงการฟื้นฟูอาชีพ ไปอบรมเรียนรู้เรื่องราวต่างๆด้านการเกษตร ในที่สุดตัดสินใจเลือกแนวทางที่คิดว่าตัวเองน่าจะทำได้...ทำเกษตรผสมผสาน เริ่มด้วยการปลูกพืชผัก ชะอม ไผ่หวาน ไผ่ตง เลี้ยงไก่ไข่ เพราะช่วยให้มีรายได้ มีกินมีใช้เป็นรายวัน ดีกว่าทำนาได้เงินแค่ปีละครั้ง

แต่นายังคงทำแค่ 2 ไร่ เก็บไว้กินเอง ผลการปรับเปลี่ยนอาชีพ ศักดิ์ดา บอกว่า ทุกวันนี้ตัวเองมีรายได้จากการปลูกชะอม 1 งาน เก็บยอดขายวันละ 300 บาท จากหน่อไผ่หวาน ปลูกไว้ 2 งาน วันละ 600 บาท จากไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้ 100 ตัว ในพื้นที่ครึ่งงาน อีกวันละ 140 บาท...รวมแล้ววันละ 1,040 บาท

ใช้พื้นที่ไม่ถึงไร่ ได้เดือนละ 3 หมื่นกว่าบาท...เท่ากับทำนา 18 ไร่ทั้งปี 

แค่นั้นไม่พอ พื้นที่ยังเหลือ ศักดิ์ดา แบ่งเป็นปลูกไผ่ตง 4 ไร่ ถึงจะทำเงินได้ไม่ทั้งปี แต่ปีหนึ่งมีหน่อให้ขุดขายได้ 3-4 เดือน วันละ 500 บาท ปีละ 50,000 บาท

ขุดบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม 2 ไร่ บ่อเลี้ยงปลาเบญจพรรณร่วมกับปลาดุกอีก 2 ไร่...บ่อปลาและบ่อกุ้ง เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละ 2 ครั้ง รวมแล้วทั้งปลาทั้งกุ้งขายได้อีกปีละ 120,000 บาท 

จากทำนา 18 ไร่ ได้ปีละ 30,000 บาท ทำเกษตรผสมผสาน 9 ไร่ ได้ปีละ 4-5 แสน จะแตกต่างกัน แค่ไหน...รู้แต่ว่า เงินติดหนี้ กฟก. 420,000 บาท ที่ซื้อหนี้มาให้ ตอนนี้ผ่อนจ่ายไป เหลือแค่ 7 งวดเท่านั้นเอง.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้