วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องผีๆ

“รัก และบ้าไปเก็บยา” (สำนักพิมพ์ ถถาตา พับลิเคชั่น พ.ศ.2555) หนังสือความรู้แบบฝังลึก เล่มหนึ่งในหลายเล่ม ตามรูปแบบ ลูกสาวอาจารย์ล้อม...นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

จุมพฏ สายหยุด เขียนไว้ในคำนิยม...คนอ่าน เอาเปรียบเธอที่รับรู้มาได้ง่ายๆ ผมเองก็เอาเปรียบ ลอกเอาเรื่องของเธอมาใช้หลายครั้ง นี่ก็อีกครั้ง ผมกำลังอ่าน เรื่องหนังผีไทย-ไทย ทำไม ตลกเช็ด

นิพัทธ์พร บอกว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คนเมืองเพชรบุรี เลี้ยงผีกันทั้งปี ผีกระด้ง ผีมด ผีมดแดง ผีลิง ในโรงหนังในทีวี ก็มีหนังผีฉายกันครึกโครม แม่นาคพระโขนงทำกันไม่รู้กี่รอบ

ฉากเด็ดในหนัง พวกตัวตลก ล้อต๊อก จำรูญ หนวดจิ๋ม ฯลฯ พากันหนีผีหน้าเฟอะ กระโดดลงตุ่ม 3 คน 4 คน หรือวิ่งไปเจอผีสาวห่มสไบใส่ผ้าโจงกระเบน ยืนแอบๆถลึงตาหน้าเละๆอยู่ตามมุมเจดีย์ มุมป่าช้า

สลับด้วยฉากเศร้าเคล้าน้ำตา เรื่องผัวเมียจำต้องจากกันเพราะอยู่คนละภพชาติ

นิพัทธ์พร ตั้งคำถาม...หนังผีไทยโบราณ ตลกขำกลิ้ง เพราะอะไร แล้วลงภาคสนามหาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผี

ผีมดนั้นหลังทำพิธีเซ่นสรวง ร่างทรงจะพากันเต้นพึ่บๆพั่บๆ ด้วยลีลาสนุกสนานมันส์พ่ะย่ะค่ะ แต่ผีไซที่เล่นกันในตรุษสงกรานต์นั้นเด็ดกว่า

ชวนสะดุ้งกว่า...ไม่เชื่อก็ลองอ่าน

เซ่นเอย เซ่นเหล้า เซ่นข้าเจ้าด้วยใบตาล ผีตายที่หัวล้านเชิญเสด็จเข้าลงมา อย่าลงใครใคร ลงไปในไซนะเจ้าขา อย่าลงตัวข้าลงเจ้าพระยาหงส์เอย

เซ่นเอย เซ่นเหล้า เซ่นข้าเจ้าด้วยใบแฝก ผีตายที่ - ีแหก เชิญเสด็จเข้าลงมา อย่าลงใครใคร ลงมาในไซนะเจ้าขา

เซ่นเอย เซ่นเหล้า เซ่นข้าเจ้าด้วยใบจาก ผีตายที่ -วยลาก เชิญเสด็จเจ้าลงมา อย่าลงใครใคร เชิญไปในไซนะเจ้าขา

ผีลงในไซเรียบร้อย คนทั้งหมู่บ้านก็ตะโกนคำต้องห้าม ที่ผีศีลธรรมจั้ดในไซรังเกียจที่สุด คือคำว่า “-วยถอก” ผีได้ยินจะทนไม่ไหว ดิ้นปัดๆอยู่ในไซ จนไซเหวี่ยงตัวโยกเยก ชายหนุ่มหญิงสาวที่จับไซคู่กัน พาไซวิ่งตะบึงไปฟาดหัวหมู่คน

ฝ่ายผู้คน ลูกหลานชาวบ้าน วิศวกร ชาวนา ครู นักธุรกิจ ก็แตกฮือวิ่งหนี เอาเถิดเจ้าล่อกับผี พร้อมทั้งตะโกนแจกกล้วยไม่หยุดปาก นับเป็นมหกรรมแจกกล้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ขณะหูอื้อกับคำว่า “กล้วย” นิพัทธ์พร ได้ความเข้าใจใหม่ ผีมิได้มีไว้สำหรับแหกอกปลิ้นลูกตาหลอก หรือไว้เคารพบูชาคุ้มครอง กำหนดความรุ่งเรืองตกต่ำของชีวิต หากผียังมีหน้าที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้คนในชุมชน อย่างสำคัญ

ช่วยสมานช่องว่างและรอยถ่างของคนกลุ่มต่างๆ ช่วยปลดปล่อยความคับข้องจากจารีตที่แบกกบาลอยู่ทุกวัน

การที่ผีมีหน้าที่ให้ความบันเทิง...ทำให้คุณสมบัติตลกโปกฮาถูกถ่ายโอนเข้าไปในหนังผีไทย ไม่มีคนดูสงสัยที่มาของความตลกเช็ดเหล่านั้น

แต่เมื่อสังคมไทยรับวัฒนธรรมตะวันตก การเลี้ยงผีของชาวบ้านขาดตอนไป เพชรบุรีเหลือเลี้ยงผีมดน้อยมากๆ ผีไซที่เคยเล่นสนุกสนาน เหลืออยู่แห่งเดียวที่บ้านหาด อำเภอบ้านลาด ฉากตลกในหนังผีไทย ก็ค่อยๆเสื่อมสูญไปพร้อมๆกัน

แทนที่ด้วยหนังผีสยองขวัญ เริ่มจาก 303 กลัวกล้าอาฆาต ปี 2541 ตามด้วย ผีสามบาท เฮี้ยน หกตายท้าตาย บ้านผีสิง ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ ทำรายได้ทะลุร้อยล้านต่อจาก “นางนาค”

“หนังผีตลกแบบไทย ความบันเทิงชาวบ้าน หมดแรงร่วงโรยหายไป พร้อมเสียงหัวเราะจากการเลี้ยงผีในพิธีกรรม”

นิพัทธ์พร เขียนเรื่องนี้ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2552 ถ้าเธอเขียนเรื่องผีตอนใหม่ คงตั้งประเด็นสงสัย เจ้าผี โปเกมอน ชื่อคล้ายญี่ปุ่น แต่คนกดปุ่มสั่งเป็นฝรั่ง แล้วเจ้า “ของ” ที่ตามหา ก็มักอยู่ในศาลพระภูมิ ศาลเจ้าทรงสูงยอดแหลม แบบไทย

เด็กๆสนุก ผู้ใหญ่กำลังทุกข์ เป็นห่วงท่าทางการเดินเหมือนซอมบี้ ผีดิบแบบฝรั่ง...เผลอข้ามถนน จะถูกรถชนตาย

ผมอ่านเรื่องของนิพัทธ์พรแล้ว ได้ความคิดว่า เราน่าจะรื้อฟื้นการเล่นผีไซ...อีกสักครั้ง ผมหวังว่า เมื่อคนทั้งหมู่บ้าน ทุกช่วงชั้นอายุ อาชีพสนุกสัปดนด้วยกัน เลิกเล่นแล้วที่เคยบาดหมางก็ละลาย ที่เคยแบ่งสี ก็จะกลมกลืนเป็นสีเดียวกัน

เราก้าวตามก้นฝรั่ง บ้าหนังผีฝรั่ง สะสมปมเครียดกันไว้ ก่อให้เกิดการแบ่งพวกแบ่งฝ่าย...ความเกลียดกันนี่ล่ะ ผมว่า ทำให้คนไทยที่เคยรักใคร่สามัคคี ทำท่าจะเป็นผีดิบกันทั้งเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

18 ส.ค. 2559 10:39 18 ส.ค. 2559 10:39 ไทยรัฐ