วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยไม่มีการก่อการร้าย?

เจ้าหน้าที่ของรัฐแสดงว่าที่ยอมรับว่าเหตุระเบิดใน 7 จังหวัด เกี่ยวพันกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม่ทัพภาค 4 เปิดเผยว่าจากข่าวกรองมีหลักฐานการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ร้ายเป็นคนในพื้นที่จังหวัดชายแดน แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนหรือกลุ่มผู้ก่อการร้ายในประเทศ และยังไม่รู้แรงจูงใจและสาเหตุจะต้องตรวจสอบกันต่อไป

แต่ระดับผู้ใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งยืนยันกระต่ายขาเดียวมาตั้งแต่เริ่มต้น ว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ไม่เกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกว่าถึงแม้กลุ่มคนร้ายจะมาจากจังหวัดชายแดนใต้ แต่น่าจะเป็นประเภท “รับจ้าง” มาก่อเหตุ และยืนยันว่าเหตุระเบิดที่มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 37 คน ไม่ใช่การลุกลามของขบวนการก่อไฟใต้

เช่นเดียวกับฝ่ายตำรวจที่ฟันธงในทันที หลังจากเกิดเหตุร้ายว่าเป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองผู้เสียผลประโยชน์จากการ ออกเสียงประชามติ อ้างเป็นตุเป็นตะว่าจังหวัดที่เกิดเหตุร้าย ล้วนแต่เป็นจังหวัดที่ออกเสียงผ่านร่างรัฐธรรมนูญ และเมื่อเกิดเหตุร้ายที่จังหวัดตรังเป็นจังหวัดแรก ก็โบ้ยว่าสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งในผลประโยชน์ทางธุรกิจ

แต่เมื่อเกิดระเบิดและวางเพลิงในอีกหลายจังหวัด เช่น นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี พังงา และกระบี่ ในภาคใต้ และที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในภาคกลาง ทำให้สงสัยว่าทำไมจึงเกิดขัดแย้งทางธุรกิจต้องวางเพลิงวางระเบิดพร้อมกันถึง 7 จังหวัด ซ้ำยังมีรายงานข่าวในทำนองว่าอาจ “จับผิดตัว” ผู้ต้องสงสัยวางเพลิงเพราะความรีบร้อน

สะท้อนถึงประสิทธิภาพของข่าวกรองและทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิเสธการลุกลามของไฟใต้ จากจังหวัดชายแดนสู่จังหวัดอื่นๆในภาคใต้ หรือแม้แต่ในภาคกลาง บางฝ่ายไม่ยอมรับว่ามี “การก่อการร้าย” ในประเทศไทย เพราะยึดหลักที่ว่าการก่อการร้าย จะต้องเป็นการกระทำของคนต่างชาติเท่านั้น แม้แต่สถานการณ์ชายแดนใต้ก็ไม่เรียกการก่อการร้าย

ประเทศไทยมีกฎหมายก่อการร้ายที่ให้คำจำกัดความไว้ชัดเจนว่า “ผู้ใดกระทำการ อันเป็นความผิดอาญา (1) ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใด”...เพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน...“ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อ การร้าย” มีโทษสูงสุดถึงประหาร

รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องตรวจสอบอย่างโปร่งใส และบอกความจริงแก่ประชาชน ต้องไม่ปิดบังความจริง หรือปิดปาก ปิดหูปิดตาประชาชน เพราะประชาชนจะต้องได้รับผลกระทบโดยตรง จึงต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือ ในการป้องกันและแก้ปัญหา มีบทเรียนรัฐบาลบางชุดบอกว่าไฟใต้เป็นฝีมือ “โจรกระจอก” แต่ต้องสังเวยด้วย 7 พันชีวิต.

18 ส.ค. 2559 10:29 18 ส.ค. 2559 10:29 ไทยรัฐ