วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป็นห่วงลูกหนังไทยลีก ถึงจุดเสื่อม หากไม่แก้ไข

โดย ซูม

ในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมานี้ มีเรื่องอื้อฉาวที่พูดกันมากในโซเชียลมีเดียอยู่เรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับพฤติกรรมที่น่าห่วงใยของผู้ตัดสินฟุตบอลของไทยเราที่ตัดสินผิดพลาด จนกลายเป็นเรื่องฮือฮาของสังคมมือถือแซงเรื่องการแข่งขันโอลิมปิกขึ้นมาเลยละครับ

ได้แก่เหตุการณ์ที่ผู้ตัดสินฟุตบอลไทยรายหนึ่ง ไม่เป่านกหวีดให้จุดโทษแก่ทีมฟุตบอลทีมดังทีมหนึ่ง ทั้งๆที่ทำผิดถึงขั้นสมควรจะโดนเป่าให้เสียลูกโทษอย่างต่อเนื่องกันถึง 2 กระทงซ้อนๆอย่างจะแจ้ง

มีการเอาคลิปมาให้ดูประกอบคำวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อเป็นการยืนยันการตัดสินผิดพลาดของท่านกรรมการที่ว่านี้

พร้อมกับมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หรือข่าวลือที่เคยพูดกันว่า ผู้ตัดสินกลุ่มหนึ่งอาจได้รับ “คำสั่ง” จากผู้มีอิทธิพลคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่มีความประสงค์จะล็อกทีมใดทีมหนึ่งให้เป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ เป็นความจริง?

ผมเองก็เคยได้ยินได้ฟังคำบอกเล่าในลักษณะนี้ เมื่อ 2 เดือนก่อนจากน้องๆผู้สื่อข่าวกีฬาที่รู้จักคุ้นเคย ว่าเขาพูดกันแซดว่าผู้ตัดสินฟุตบอลบ้านเรากำลังจะ “รับงาน” โดยมีเงินหมุนเวียนก้อนใหญ่สนับสนุนจากกลุ่มอิทธิพลที่ต้องการจะล็อกผลการแข่งขัน

ผมฟังเรื่องเล่าแล้วก็บอกแก่น้องๆไปว่าไม่น่าจะเป็นได้ อาจเป็นข่าวลือ หรืออาจเป็นการหวั่นวิตกจนคิดมากของทีมบางทีมเสียมากกว่า

เหตุผลที่ผมเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะท่านนายกฯสมาคมฟุตบอลคนปัจจุบัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ท่านเป็นคนตรง และประกาศนโยบาย FAIR มาตั้งแต่ต้น และประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ท่านก็เป็นนายตำรวจเก่าที่ไม่มีประวัติความเสียหายใดๆ

ทั้ง 2 ท่านคงไม่ยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในยุคสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งอันสำคัญของวงการฟุตบอล 2 ตำแหน่งนี้อย่างแน่นอน

ผมเกือบจะลืมๆอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่แล้วจนกลายเป็นข่าวอื้อฉาวในขณะนี้...แต่กระนั้น ผมก็ยังมองโลกในแง่ดี และยังคงไม่เชื่อในข่าวลือเรื่องผู้มีอิทธิพลที่จะเข้ามาบันดาลผลการแข่งขันดังที่มีการโจษขาน

จากประสบการณ์ที่ผมเคยนั่งดูฟุตบอลบริเวณขอบสนามมานาน ได้เห็นฝีมือ และวิธีการตัดสินใจ ขณะเป่านกหวีดของผู้ตัดสินไทยมาตลอด ผมยังมีความเห็นว่าผู้ตัดสินฟุตบอลของไทยเรายังไม่ทันเกม ขาดทักษะ ขาดการพัฒนา ฯลฯ มากกว่าอะไรทั้งหมด

ผมยังเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าเป็นความผิดพลาดโดยมิได้รับอามิสสินจ้าง แม้จะมีเหตุบังเอิญว่าทำไมจะต้องผิดพลาดจนเป็นประโยชน์แก่ทีมใดทีมหนึ่งบ่อยเกินไปก็ตามที

แต่ก็นั่นแหละครับ ความผิดอย่างซ้ำซากย่อมนำไปสู่ความสงสัย และเคลือบแคลงใจอยู่เสมอๆ...เราจะไปตำหนิผู้คนที่ตั้งข้อสงสัยมิได้เลย

ทางแก้ที่ถูกต้องก็คือ จะต้อง “ปฏิวัติ” (ต้องปฏิวัติแล้วครับ ปฏิรูปคงไม่พอ) เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผู้ตัดสินฟุตบอลเมืองไทยครั้งใหญ่ จะด้วยวิธีใดก็ได้ที่จะทำให้ประสิทธิภาพของผู้ตัดสินฟุตบอลของเราดีขึ้น

ในระยะสั้นๆ การนำผู้ตัดสินจากต่างประเทศมาใช้ในนัดสำคัญๆ เป็นทางหนึ่งที่สมาคมฟุตบอลฯได้เริ่มแล้วและควรต้องทำต่อไป

แต่ในระยะยาวการเตรียมเพิ่มบุคลากรจากอาชีพอื่นๆที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสังคมอย่างเช่นต่างประเทศ เขาดำเนินการอยู่...คือ เชิญหมอ, วิศวกร, นายธนาคาร ฯลฯ ที่มีใจรักฟุตบอลและเคยเล่นบอลมาก่อนและมีความพร้อมตลอดจนมีจิตอาสาที่จะมาเป็นผู้ตัดสินนั้น...อาจจะต้องเริ่มขึ้น

เพราะบุคคลเหล่านี้ มีอาชีพอื่นๆที่เป็นเกียรติอยู่แล้วอาจได้รับการยอมรับจากสังคมว่าจะไม่เห็นแก่เงินคอร์รัปชันหรือค่าตอบแทนอื่นใด

เท่าที่ผมนึกออกก็มีเพียงเท่านี้ ฝากท่านนายกสมาคมลูกหนังไทย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รับไปคิดเพิ่มเติมโดยเร่งด่วน ก่อนที่ความเสื่อมศรัทธาจะเกิดขึ้นแก่ฟุตบอลไทย

ปัจจุบันนี้วงการฟุตบอลไทยเราพัฒนาไปมาก กลายเป็นลีกยอดนิยมอันดับ 2 หรืออันดับ 3 ของเอเชียไปแล้วด้วยซ้ำ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาระบบการแข่งขัน การบริหารจัดการทีมต่างๆ รวมตลอดถึงการพัฒนาแท็กติกการเล่น พัฒนาคุณภาพนักเตะและโค้ช ฯลฯ

แต่ที่ยังไม่พัฒนาเลยก็คือผู้ตัดสินฟุตบอลในเมืองไทยเรานี่เอง

ต้องรีบแก้ไขและหาทางกำจัดจุดอ่อนโดยด่วนนะครับ ท่านนายกสมาคมฟุตบอลครับ...ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสายเกินไป.

ซูม

18 ส.ค. 2559 10:13 18 ส.ค. 2559 10:13 ไทยรัฐ