วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุโขทัยวุ่น! ทำบิ๊กแบ็ก กันตลิ่งพัง อุตุฯเตือนดีเปรสชันถล่มอีสานและ 'เหนือ'

น้ำเหนือไหลบ่าจ่อถล่ม จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก จับตาเฝ้าระวังแม่น้ำยมเอ่อล้นทะลักท่วมสร้างความเสียหาย จ.สุโขทัย ตลิ่งริมแม่น้ำเริ่มทรุดตัว พื้นดินแยกเป็นแนวยาวลึกชาวบ้านกลัวบ้านพังลงแม่นํ้า ขนย้ายข้าวของหนีตายโกลาหล เร่งนำบิ๊กแบ็กวางเสริมแนวป้องกันมวลน้ำก้อนโตทะลักเข้าท่วมตัวเมือง ด้าน จ.พิษณุโลก เร่งแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมจัดเตรียมกำลังและเครื่องไม้เครื่องมือ หากเกิดสถานการณ์สามารถออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที ขณะเดียวกัน แม่น้ำโขงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวั่นเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนริมฝั่งหลายจังหวัด ขณะที่นายกรัฐมนตรีสั่งบูรณาการรับมือน้ำท่วมเต็มที่ ยันควบคุมสถานการณ์ได้ ล่าสุดกรมอุตุฯออกประกาศเตือน พายุดีเปรสชันในทะเลจีนใต้จะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามและประเทศลาว ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนเกิดฝนตกหนักในภาคอีสานช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. และในภาคเหนือ ช่วงวันที่ 19-20 ส.ค. ขอให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือประสบอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มีรายงานเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ จ.น่าน สถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองน่านนานกว่า 2 วัน เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ มีเจ้าหน้าทหาร มทบ.ที่ 38 ทหาร ม.พัน. 15 เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน ระดมกำลังใช้รถบรรทุกน้ำฉีดล้างถนนและเก็บกวาดเศษขยะต่างๆ ที่ไหลมากับกระแสน้ำตกค้างบนถนน ขณะที่นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผวจ.น่าน ออกไปสำรวจความเสียหายและนำอาหารและเครื่องยังชีพไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย ขณะเดียวกัน พระและสามเณรวัดพญาวัด ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน ได้ช่วยกันประกอบอาหาร มอบให้แก่ทางจังหวัด ส่งไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่

นายณรงค์ อินโส หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า เบื้องต้นทางจังหวัดน่านได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่ 9 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.สันติสุข อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.ภูเพียง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.แม่จริม อ.บ่อเกลือ และ อ.เวียงสา รวม 349 หมู่บ้าน จำนวน 12,873 ครัวเรือน

กรณี น.ส.จินดา มหานาม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 หมู่ 4 บ้านบุญยืน ต.กลางเวียง อ.เวียงสา ปั่นรถจักรยานออกไปดูระดับน้ำท่วมบริเวณท่าน้ำใกล้บ้าน และตกน้ำจมหายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาช่วงสายวันที่ 17 ส.ค. เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย พบศพ น.ส.จินดาจมน้ำอยู่ในสวนลำไย บ้านไหล่น่าน หมู่ 1 ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา เบื้องต้นแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงสา ไปสอบสวนชันสูตรศพ

ที่ จ.แพร่ นายปรีชา ด้วงบุญมา หัวหน้าสำนักงานป้องกันภัย จ.แพร่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝนยังตกหนักที่ อ.สอง ทำให้น้ำในลำห้วยสัก บริเวณแก่งเสือเต้น ที่ไหลลงสู่แม่น้ำยม เพิ่มระดับสูงขึ้น ขอให้ประชาชนระมัดระวัง และฟังประกาศเตือนจากทางการ อย่างไรก็ตาม มีการจัดกำลังทหารและหน่วยงานเกี่ยวข้องมาเตรียมพร้อมที่ศาลากลางจังหวัด หากเกิดเหตุฉุกเฉินพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที ที่ อ.สูงเม่น มีน้ำไหลท่วมเข้าใต้ถุนบ้านเรือนชาวบ้านริมแม่น้ำยม หมู่ 5 ต.เวียงทอง จำนวน 20 หลัง และที่บ้านเชตะวัน ในเขตเทศบาล จำนวน 10 หลัง

ที่ จ.สุโขทัย ตลิ่งริมแม่น้ำยม บริเวณหน้าโรงเรียนป่ากุมเกาะ หมู่ 3 ต.ป่ากุมเกาะ อ.เมืองสุโขทัย เกิดทรุดตัวพื้นดินแยกเป็นแนวยาวกว่า 200 เมตร ชาวบ้านพากันขนย้ายข้าวของหนีกันโกลาหล เพราะเกรงบ้านจะพังลงแม่นํ้า ตรวจสอบพบบ้านเลขที่ 135/3 ของนางแจ๋ว ไชยวงค์ อายุ 59 ปี ได้รับความเสียหาย เสาบ้านแตกร้าวและทรุดตัว และโรงรถที่บ้านของนางบุญส่ง สำอางค์ อายุ 52 ปี อยู่ติดกับบ้านนางแจ๋ว เกิดทรุดตัวจนพื้นปูนแตกเป็นแนวยาว ต้องขนข้าวของหนีออกมา ขณะที่ครูโรงเรียนป่ากุมเกาะนำเชือกมาขึงกั้นบริเวณตลิ่งริมแม่น้ำยม และติดป้ายห้ามนักเรียนเข้ามาเล่นบริเวณที่ดินทรุดตัว เพื่อป้องกันอันตราย

ขณะเดียวกัน นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย เรียกประชุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด เพื่อเตรียมการป้องกัน และรับมือการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน จากนั้นนายปิติ เดินทางไปตรวจสอบที่ก่อสร้างแนวพนังกั้นน้ำยม ฝั่งตะวันตกสูง 2.50 เมตร ตามแนวถนนประเวศนคร หมู่ 7 ต.ธานี อ.เมือง พบมีการดำเนินการไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังมีบางช่วงที่ผู้รับเหมาทุบของเดิมออกไป แต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ หากมีมวลน้ำก้อนใหญ่ไหลมาก็จะทะลักเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยอย่างแน่นอน จึงสั่งการให้ผู้รับเหมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำบิ๊กแบ็กขนาดใหญ่ มาวางกั้นจำนวน 3 แถว แถวละ 2 ชั้น เป็นแนวยาวประมาณ 50 เมตร เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลาย

ที่ จ.พิษณุโลก นายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รอง ผวจ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอ และหน่วยงานเกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ระมัดระวังอันตรายจากการเกิดอุทกภัย และเตรียมการป้องกัน กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ พร้อมออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผอ.โครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้เตรียมการเฝ้าระวังปริมาณน้ำยมอย่างใกล้ชิด คาดว่ามวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.น่าน และ จ.แพร่ จะถึง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ โดยแผนแรกจะผันน้ำออกแม่น้ำยมสายเก่าเข้าสู่แม่น้ำยม-น่าน ผ่านเข้าประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ ที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย จะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. ในส่วนของ อ.พิษณุโลก เตรียมผันน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือทุ่งรับน้ำ อ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก และ อ.บางระกำ จะมีผลกระทบกับพื้นที่ทางการเกษตรบางส่วน

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.แม่สอด จ.ตาก หลังเกิดน้ำท่วมถนนสายแม่สอด-แม่ตาว ระดับน้ำสูง 50 ซม. รถเล็กแล่นผ่านไม่ได้ ล่าสุดระดับน้ำลดลง ส่วนที่ตลาดริมเมย ที่เคยคึกคักกลับเงียบเหงา เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าพากันปิดร้าน และไม่มีลูกค้า หรือนักท่องเที่ยวมาหาซื้อสินค้า ขณะที่นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.ตาก พร้อมด้วยนายธนยศ ปานขาว นอภ.แม่สอด และนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรี เทศบาลนครแม่สอด ได้ออกสำรวจความเสียหาย และหาทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะมีการสร้างบ้านปิดทางน้ำ

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.ตาก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้ยังไม่วิกฤติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเมยที่น้ำไหลเร็ว และเพิ่มระดับสูงขึ้น ได้ประสานไปยังอำเภอที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำเมย ทั้ง อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด และ อ.ท่าสองยาง เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่ จ.หนองคาย ได้เพิ่มระดับสูงขึ้น ทางจังหวัดได้กำชับให้หน่วยงานเกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งจำนวน 4 จุด เพื่อสูบน้ำจากท่อระบายน้ำในเขตเมืองออกสู่แม่น้ำโขง ป้องกันน้ำท่วมตัวเมืองหนองคาย

ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำในแม่น้ำโขง เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูง 9 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติ 4 เมตร เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำโขงหนุนเอ่อท่วม ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ที่อาศัยอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขง รวม 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ธาตุพนม อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน และ อ.เมือง เฝ้าระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ขณะเดียวกัน มีหมู่บ้านที่ติดกับแม่น้ำสงคราม สาขาของแม่น้ำโขง สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่บ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม มีบ้านเรือนประมาณ 500 หลังคาเรือน ติดกับลำน้ำสงคราม ลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ ชาวบ้านพากันเก็บข้าวของ จัดหาเรือ และเตรียมอพยพสัตว์เลี้ยงขึ้นไปอยู่ที่สูง หากเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน

ที่ จ.พังงา เกิดลมพายุพัดกระหน่ำต้นยางขนาดใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น 6 ต้น ที่ถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง บ้านบางหลาโอน หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ทำให้กีดขวางเส้นทางสัญจร รถติดยาวเหยียด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเขาหลัก ต้องออกไปอำนวยความสะดวกแก้ปัญหาการจราจร ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคท้ายเหมือง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตะกั่วป่า ต้องตัดกระแสไฟและเร่งซ่อมแซมเพื่อจ่ายไฟเข้าระบบตามปกติ

กรณีเรือประมงบำรุงไทยนาวา โดนพายุซัดจมทะเล ห่างจากกระโจมไฟแหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ราว 2 ไมล์ทะเล น.อ.พงศ์จักร อุไรมาลย์ ผบ.หมวดบินเฉพาะกิจ ทัพเรือภาคที่ 3 นำเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยออกบินค้นหาร่วมกับเรือตรวจการณ์ 993 เพื่อช่วยเหลือไต้ก๋ง และลูกเรือชาวเมียนมาอีก 9 คน ที่สูญหาย ต่อมาช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยจำนวน 4 คน และเสียชีวิต 1 คน คือ นายประหยัด แกล้วกล้าหาญ อายุ 58 ปี ไต้ก๋งเรือ ล่าสุด น.อ.พงศ์จักรได้ส่งเฮลิคอปเตอร์บินค้นหาร่วมกับเรือ ต.993 อีกครั้ง โดยเพิ่มพื้นที่ค้นหาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของเกาะภูเก็ต ประมาณ 30-60 ไมล์ทะเล ใกล้เกาะ พีพี และเกาะลันตา จ.กระบี่ แต่ยังไม่พบลูกเรือที่ยังสูญหายทั้ง 5 คน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีน้ำท่วม 5 จังหวัดภาคเหนือ ว่า คลี่คลายไปแล้ว 3 จังหวัด เหลือเพียง จ.พะเยา และ จ.น่าน คาดว่าน้ำจะลงมายัง จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจังหวัดได้เตรียมการป้องกัน แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง ส่วนบางพื้นที่ดินชุ่มน้ำมาก ต้องระวังเรื่องดินโคลนถล่ม มีการระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ ทั้งนี้ในวันที่ 19-20 ส.ค. จะมีมรสุมเข้ามาอีก คาดว่าปริมาณน้ำจะไม่เท่ากับปี 54

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด และจะแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และสั่งการเน้นย้ำต้องมีมาตรการเพื่อรองรับทุกมาตรการ ล่าสุดได้รับรายงานสถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมกำลังเป็นปัญหาเนื่องจากมีฝนตกหนัก แต่ยังไม่มีผลกระทบ เพียงแต่บางพื้นที่อาจมีน้ำท่วมระยะสั้น มีน้ำขัง จึงให้เฝ้าระวัง บางพื้นที่ที่พื้นดินมีการอิ่มน้ำเอ่อน้ำท่วม เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่จะนำเสนอ และให้เวลา 1-2 วัน ให้สร้างการรับรู้ ขณะนี้ปัญหาระบบการกักเก็บน้ำไม่สมบูรณ์ เนื่องจากทำอะไรไม่ได้ ในช่วงที่ผ่านมาประชาชนไม่ตอบรับ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ไม่มีวิธีการอื่น นอกจากการกักเก็บน้ำให้มากขึ้น ทำประตูระบายน้ำ ขุดลอกคลอง รัฐบาลนี้ทำทุกวัน สถานการณ์น้ำวันนี้ที่ดีคือ น้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ จะเป็นผลดีต่อฤดูแล้งหน้า ในส่วนของเขื่อนภูมิพลยังไหลเข้าน้อย ดังนั้นต้องรอปรากฏการณ์ลานินญาเหนือเขื่อน ทั้งนี้ให้กระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดมาหารือร่วมกัน ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วเพื่อให้ประชาชนรับรู้ และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ลุ่มน้ำยมกับลุ่มน้ำน่าน โดยรัฐบาลจะช่วยเยียวยาในกรณีที่จำเป็น ต้องทำงานในเชิงรุกในการแก้ไข แต่บางส่วนประชาชนต้องยอมรับว่าจะต้องเป็นพื้นที่ที่เก็บน้ำเพิ่ม อย่างเช่นพื้นที่แก้มลิง ตอนนี้วางใจได้ระดับหนึ่ง แต่ห้ามธรรมชาติไม่ได้ ฉะนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ เช่น พื้นที่ปลูกข้าวไม่สามารถไปตัดพื้นที่ได้ มันเกี่ยวพันกันไปหมด รัฐบาลนี้ให้ความสนใจในภาพแบบนี้ สั่งการชุ่ยๆไม่ได้ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน

เมื่อถามว่า การขุดลอกคูคลอง ขณะนี้แก้สถานการณ์ได้ทันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะไปทันได้อย่างไร คลองมีขนาดยาว บางที่ขุดไม่ได้เป็นเรื่องของหลักวิชาการ เพราะทำให้ระบบนิเวศ เสียหาย มีอย่างเดียวคือการไปทำฝายบนร่องเขา ต้นทางเล็กๆเพื่อชะลอน้ำให้ลงมา และให้พื้นที่ดินชุ่มชื้น หน้าแล้งสามารถปลูกพืช ปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ได้ เมื่อถามว่าภาคกลางยังน่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ห่วง สามารถบริหารอยู่ได้ แม้จะมีความเสียหายบ้างในบางพื้นที่ แต่บางพื้นที่สามารถปรับตัวได้ ต้องทำให้เดือดร้อนน้อยที่สุด ตนห่วงทุกอันไม่ว่าภาคไหน เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน

นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังประชุม ครม. ว่า ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 2,525.4 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำในจุดต่างๆ 11 เส้นทางในพื้นที่ กทม.เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยรูปแบบของโครงการจะเป็นลักษณะท่อคอนกรีต ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2 เมตร ฝังลึกลงใต้ผิวจราจร 3-5 เมตร และจะมีบ่อสูบน้ำในตำแหน่งต่างๆที่เหมาะสม เพื่อระบายน้ำจากท่อดังกล่าวผันลงคลอง จะดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ถนนสุขุมวิท 7 โครงการ โดยมีคลองแสนแสบเป็นคลองหลักในการระบายน้ำ ส่วนพื้นที่อื่นเป็นสามแยกเกษตร ถนนนราธิวาส–ราชนครินทร์ และถนนเจริญกรุง โดยจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้ประมาณ 26 ตารางกิโลเมตร

วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน ว่า พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ทางตอนใต้ของฮ่องกง หรือที่ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม.ต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กม.ต่อชั่วโมง คาดพายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย ในวันที่ 18 ส.ค. หลังจากนั้นจะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนาม และประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม และในช่วงวันที่ 19-20 ส.ค. ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเล อันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 20 ส.ค.นี้

น้ำเหนือไหลบ่าจ่อถล่ม จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก จับตาเฝ้าระวังแม่น้ำยมเอ่อล้นทะลักท่วมสร้างความเสียหาย จ.สุโขทัย ตลิ่งริมแม่น้ำเริ่มทรุดตัว พื้นดินแยกเป็นแนวยาวลึกชาวบ้านกลัวบ้านพังลงแม่นํ้า ขนย้ายข้าวของหนีตายโกลาหล 18 ส.ค. 2559 08:15 18 ส.ค. 2559 08:16 ไทยรัฐ