วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมชัยชงเลือกตั้ง 10ธ.ค.60 'ไผ่ ดาวดิน' อดข้าว 'บิ๊กตู่' บอกช่างเขา

“ประยุทธ์” กระตุกขา สนช.-กรธ.หารือฝ่ายกฎหมาย ชงแก้ รธน.หั่นขั้นตอนให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯคนนอก ในที่ประชุมรัฐสภานัดแรกหลังเลือกตั้ง ปัดไม่เกี่ยว “ไพบูลย์” ตั้งพรรคเชียร์นั่งนายกฯอีกวาระ อุบยังไม่ถึงเวลาตอบ แต่แย้มถ้าหาคนดีไม่ได้แล้วค่อยมาคุย โฆษก กรธ. ยันยึดเจตนารมณ์คำถามพ่วง จ่อส่งศาล รธน.ตีความ “เสรี” อ้างผลประชามติไฟเขียว ส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ “วันชัย” ได้ทีบี้ทำตามเสียงมหาชนห้ามบิดพลิ้ว “ครูหยุย” ดักคออย่าคิดทำอะไรซับซ้อนผิดธรรมเนียมปฏิบัติ เด็ก ปชป.ขวางเซ็ตซีโร่ จี้รัฐทุ่มงบฯหนุน “สมชัย” ค้านล้างไพ่พรรคการเมือง จุดพลุชง 10 ธ.ค.60 วันเลือกตั้งใหญ่ นายกฯเมิน “ไผ่ ดาวดิน” อดข้าวประท้วงในคุก “บิ๊กต๊อก” ซัดหวังผลการเมือง ครม.ไฟเขียวโยกซี 10 มท. 19 ราย “อธิบดี ปภ.-โยธาฯ” ตีปีกต่ออายุอีก 1 ปี

จากกรณีที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเสนอให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แก้ไขรัฐธรรมนูญ กำหนดให้หากการประชุมรัฐสภานัดแรกเพื่อร่วมกันลงมติเลือกนายกฯไม่ได้ ให้ขอมติ 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาให้เสนอชื่อนายกฯนอกบัญชีได้เลยไม่ต้องทำเป็น 2 ขั้นตอน ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุต้องไปหารือกับฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และไม่เกี่ยวข้องกับการที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิก สปช.จัดตั้งพรรคเพื่อสนับสนุนให้เป็นนายกฯต่ออีกสมัย

นายกฯร่วมโปรโมตงานวิจัย

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะเข้าพบและนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะแสดงภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2559” จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 17-21 ส.ค. มาแสดง อาทิ นวัตกรรมวัสดุฝังในช่วยฟื้นฟูกระดูก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี การพัฒนาหุ่นยนต์สำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย จากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ เป็นต้น ต่อมา นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตรฯ นำคณะเข้าพบเนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2559 เพื่อประชาสัมพันธ์มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2559 จัดขึ้นที่อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 18-28 ส.ค. โดยนายกฯเน้นย้ำงานวิจัยให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และนำมาใช้ทำงานได้จริง

ควงตะหลิวโชว์ทำผัดไทย

จากนั้นนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์นิทรรศการโครงการส่งเสริมมาตรฐานอาหารไทย และความเป็นเอกลักษณ์ด้านรสชาติอาหารไทย โดยนายชุมพล แจ้งไพร หรือเชฟชุมพล เชฟกระทะเหล็ก นำ “ผัดไทยกุ้งสด” มาให้นายกฯชิม และนายกฯได้ลงมือทดลองปรุงผัดไทยด้วยตัวเอง ระหว่างที่ผัด นายกฯกล่าวว่า “พอทำกับข้าวเป็นบ้าง จำมาจากแม่ ผัดไทยนี้ต้องอร่อยที่สุดในโลก” หลังผัดเสร็จ นักข่าวกระเซ้านายกฯว่า อยากลองชิมบ้าง นายกฯจึงยกกระทะผัดไทยมาให้นักข่าว พร้อมกล่าวว่า “ให้ชิม ไม่ต้องใส่จานนะ” พร้อมกล่าวว่า “รสชาติหวานไปนิดสำหรับคนไทย แต่รสชาติแบบนี้ชาวต่างชาติชอบ” ขณะที่นางอรรชกากล่าวว่า เตรียมอาหารใส่ปิ่นโตมาให้นักข่าวด้วย โดยที่นายกฯกล่าวว่า “อิ่มกันแล้วเราไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนจากท่าน แต่ประเทศต้องการจากท่าน” จากนั้นนายกฯจึงเดินขึ้นห้องประชุม ครม.

กระตุกขา สนช.ชงแก้ที่มานายกฯ

ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเสนอให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในประเด็น ส.ส. และ ส.ว.ไม่จำเป็นต้องโหวตนายกฯ ที่มาจากพรรคการเมืองว่า แก้ได้หรือ รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไร เขาเขียนไว้ 2 ขั้นไม่ใช่หรือ จากการศึกษาของตนที่มาของนายกฯ ขั้นที่ 1 ต้องเลือกจาก ส.ส. พรรคละ 3 คน ถ้าไม่ได้ถึงจะไปขั้นที่ 2 ดังนั้นอย่าเอามาปนกัน เมื่อถามว่า สนช.จะเสนอให้ยุบเหลือวิธีการขั้นเดียวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขียนได้หรือไม่ ตนไม่รู้ ต้องไปถามฝ่ายกฎหมาย หากบอกว่าได้ตนจะโดนทั้งหมด อย่างไรก็โดน ต้องไปหารือกันมามีคณะกรรมการตั้งกี่คณะที่ตั้งขึ้นมา ไม่ใช่อยู่ดีๆ สนช.-กรธ.เขียนมันไม่ใช่ แต่มีคณะกรรมาธิการในการจัดทำกฎหมายลูกเป็นสิบๆคน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากส่วนต่างๆ

ปัดไม่เกี่ยว “ไพบูลย์” หนุนแค่หวังดี

ต่อข้อถามถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ประกาศตั้งพรรค การเมือง เพื่อรองรับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องของนายไพบูลย์ ต้องขอขอบคุณในความหวังดี แต่ตนยังไม่เกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น จะให้ติดต่อมาเท่าไหร่ก็ไม่ต่อด้วยอยู่แล้ว มันไม่ใช่เวลาในตอนนี้ นายไพบูลย์จะพูดอะไรก็พูดไป สังคมดูเอา อย่ามาลากตนไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองในตอนนี้ ยังไม่ใช่ตอนนั้นมันคนละเรื่อง วันนี้กำลังแก้ปัญหาประเทศอยู่ เมื่อถามว่า นายไพบูลย์ให้ความเห็นว่าคนที่รับร่างรัฐธรรมนูญคือคนที่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ก็ไปถามคนรับร่างฯ จะมาถามอะไรตนไม่ตอบ

โบ้ยยังไม่ถึงเวลา ยังไม่ตอบ

เมื่อถามอีกว่า วันนี้มีทั้งเสียงเชียร์และเสียงเฉยๆ กับการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ถึงเวลา อย่าเพิ่งมาพูดตอนนี้ ไม่ขอตอบทั้งสิ้น เพราะพูดไปก็ขัดแย้งกับคนนี้คนนั้น ตนไม่พูด ไม่ใช่เวลา ยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง ไม่ตอบจบ บ้านเมืองกำลังจะขับเคลื่อนวุ่นวายจะตาย ไปถามเรื่องอนาคตจะตายกันวันนี้ยังไม่สนใจเศรษฐกิจต่างๆ เหล่านี้กำลังขับเคลื่อนก็ดีขึ้น ทำไมไม่ขยายให้บ้าง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขจีดีพีออกมารู้หรือไม่ ขยายกันแต่เรื่องระเบิด ตัวเลขมันคงขึ้นหรอก อย่ามาโทษตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมเวลาถูกถามเกี่ยวกับเรื่องการเมืองต้องโมโหทุกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “มันไม่ใช่เวลาของผม วันนี้ผมเป็นอะไร เป็นหัวหน้าคสช.เป็นนายกฯ ที่มาจากกระบวนการเหล่านี้ แล้วมาถามการเมืองปกติมันไปได้ไหม การเมืองที่เป็นประชาธิปไตยสากลที่ท่านบอกต้องการมันคนละเรื่องกับวันนี้ ถึงเวลาแล้วไปว่าตรงโน้น จะให้มันแตกวันนี้ก่อนหรือยังไง”

แย้มหาคนดีไม่ได้แล้วค่อยมาคุย

เมื่อถามว่า วันนี้นายกฯ ทำและมองอนาคตของประเทศไทย ขณะที่คนไทยก็มองอนาคตคนที่จะมาเป็นผู้นำเหมือนกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ปัดโธ่! เอาวันนี้ก่อน วันหน้าก็เลือกกันเอง อยากเลือกใครก็เลือก อย่าเพิ่งเอาผมไปเกี่ยวข้องตรงโน้น มันจะตีกันตรงนี้ ทะเลาะกันตรงนี้ก่อนแล้วบ้านเมืองจะไปได้หรือไม่ ใครก็ใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งทางการเมืองไปเติมอย่างอื่นเข้าอีก ต้องช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย ประคับประคองไปก่อน รัฐธรรมนูญออกมารอดูกฎหมายลูกเสร็จแล้วก็ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เตรียมกฎหมายจัดการเลือกตั้งเพื่อเตรียมสู่กระบวนการเลือกตั้ง มันอีกตั้งยาว แต่มาถามในสิ่งที่ยังไม่เห็นในวันข้างหน้า อย่างที่เคยพูดไว้กลัวผีที่มองไม่เห็นจะกลัวกันทำไมวันนั้น ใครก็ได้ ผมคิดว่ามีคนดีมากกว่าผมอีกเยอะแยะในประเทศนี้ ไปดูก็แล้วกัน ถ้าหาคนดีไม่ได้ค่อยมาพูดกับผม”

โวยอย่าเพิ่งเอาหนังม้วนจบมาฉาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่เคยโกรธ ไม่เคยโมโห เพียงแต่เสียงดังหน่อยเข้าใจฉันสิ ฉันก็หวังดีกับชาติบ้านเมืองเหมือนกับเธอนั่นแหละ ผมเข้าใจการทำงานของสื่อแล้ว จะเห็นว่าหลังๆผมอารมณ์ดีตลอด ผมไม่อยากตอบ เพราะตอบก็ขุ่นข้องหมองใจกันเปล่าๆ ทั้งที่ผมไม่ได้เจตนา สิ่งสำคัญต้องมองประเทศชาติมาก่อนว่าควรจะอย่างไรในตอนนี้ แล้ววันหน้าจะอย่างไรเป็นคนละเรื่องเหมือนหนังคนละตอน กำลังสร้างหนังต้นเรื่องอยู่ เรื่องการเป็นประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ปลอดภัย กำลังสร้างหนังเริ่มตอนแรก แต่ไปเอาตอนจบมาว่าแล้วมันจะไปได้ไหม หนังเรื่องนี้จะสร้างจบไหมคงสร้างไม่จบ เพราะมันต่อกันไม่ได้ เนื่องจากแตกกันตั้งแต่ฉากแรก อย่าหาว่าฉันโมโห ไม่เคยโกรธเพียงแต่มันกดดันฉันที่ต้องตอบคำถามที่ไม่มีคำตอบ หลายคนยื่นคำถามว่า หากฉันต้องตอบทุกคำถามฉันก็ตาย ฉันก็เครียดสิ จะให้ฉันครับผมหรือท่านครับ มันไม่ใช่เพราะผมกำลังทำงานอยู่ มีอีกหลายเรื่องที่ยังรออยู่”

กรธ.ยึดเจตนารมณ์คำถามพ่วง สนช.

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอของ สนช.ให้ที่ประชุมรัฐสภา เลือกนายกฯคนนอกได้เลยว่า ในเบื้องต้น กรธ.จะยึดหลักเจตนารมณ์คำถามพ่วงของ สนช. ที่นำเสนอให้ประชาชนรับทราบพร้อมไปดูรายละเอียดคำอธิบายที่ สนช.ชี้แจงต่อชาวบ้านว่าเป็นอย่างไร จากนั้นวันที่ 19 ส.ค.จะรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทน สนช. มาชี้แจงประเด็นเหล่านี้อย่างละเอียด และ กรธ.จะมานั่งประชุมพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนจะกระทบหลักการเดิมของ กรธ.หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ฟังรายละเอียดจาก สนช. เมื่อได้รับฟังรายละเอียดอย่างรอบด้าน กรธ.จะมาประชุมเพื่อสรุปว่าจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์กับคำถามพ่วงฯของ สนช.หรือไม่

ฟิตซ้อมคำถามพ่วงก่อนชี้แจง กรธ.

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็นประธาน ภายหลังการประชุมนายสุรชัยเปิดเผยถึงผลการหารือถึงการเตรียมเข้าชี้แจงต่อ กรธ.เรื่องการบรรจุคำถามพ่วงลงบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้เกือบได้ข้อยุติแล้ว จะประชุมต่อในวันที่ 18 ส.ค.อีกครั้ง เพราะยังติดขัดตรงขั้นตอน วิธีการบางประการอยู่ และยังมี สนช.บางคนเสนอเข้ามาว่าอาจจะไปกระทบกับบทบัญญัติหลักของรัฐธรรมนูญ เราไม่อยากให้ไปกระทบ หากกระทบกับบทหลักพอครบ 5 ปี จะต้องกลับมาแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอีก เมื่อถามว่าตอนที่ สนช.ไปชี้แจงประเด็นคำถามพ่วงกับ ประชาชน โดยระบุว่า ส.ว.มีอำนาจเสนอชื่อนายกฯตั้งแต่แรก หรือมีอำนาจแค่ร่วมโหวตนายกฯอย่างเดียว นายสุรชัยตอบว่า การเสนอนายกฯตามรัฐธรรมนูญมีสองขยัก คือ ริเริ่มโดยพรรคการเมือง หากขยักแรกไม่ผ่าน จะมีตามบทเฉพาะกาลที่ให้เสนอคนนอกเป็นนายกฯได้ ขั้นตอนนี้เราจะหยิบมาพิจารณาว่าควรจะเป็นขั้นตอนของใครบ้าง ในคำถามพ่วงไม่ได้พูดไว้ แต่มีคนเสนอประเด็นนี้มาพิจารณาเหมือนกัน

“เสรี” ชี้ช่อง ส.ว.มีอำนาจโหวตนายกฯ

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปท.กล่าวถึงการจัดทำข้อเสนอแนะต่อการทำกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับว่า กมธ.การเมืองจะนำข้อเสนอที่เสร็จสมบูรณ์ ไปรายงานให้ที่ประชุมใหญ่ สปท. 22 ส.ค. เพื่อให้สมาชิก สปท.อภิปรายแสดงความเห็นเพิ่มเติม ยืนยันไม่มีข้อเสนอให้เซ็ตซีโร่พรรคการเมือง มีเพียงข้อเสนอ ให้ปรับโครงสร้างพรรค ส่งเสริมให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติของนายทุนอีกต่อไป ส่วนการปรับแก้บทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องตามคำถามพ่วงนั้น ตามหลักของร่างรัฐธรรมนูญ การเสนอและเลือกนายกฯต้องเป็นอำนาจของ ส.ส. แต่เมื่อคำถามพ่วงที่ให้ ส.ว.มีอำนาจลงมติเลือกนายกฯร่วมกับ ส.ส. ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน จะต้องไปดูนัยที่นอกจากจะมีอำนาจลงมติเลือกนายกฯและมีอำนาจเสนอชื่อนายกฯได้ด้วย เช่นเดียวกับเงื่อนไขการของดเว้นเลือกนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมือง ในมาตรา 272 ที่ไม่จำเป็นต้องให้ ส.ส.มีมติด้วยเสียงกึ่งหนึ่งก่อน แต่ให้สมาชิกรัฐสภาในฐานะที่มีอำนาจเลือกนายกฯ เข้าชื่อกันด้วยเสียง 2 ใน 3 เพื่อของดเว้นรายชื่อนายกฯนอกบัญชีได้เลย

บี้ กรธ.–สนช.ทำตามเสียงมหาชน

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)กล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดเป็นเสียงฉันทามติของประชาชนต่อคำถามพ่วง มีนัยคือ 1.ให้การปฏิรูปประเทศต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 2.ควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญว่าในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จึงไม่ควรจะมีข้อโต้แย้งถกเถียงต่อมติของมหาประชาชน ถ้ามีบทมาตราใดเป็นอุปสรรค ขัดแย้งต่อมติของประชาชนต้องตัดออกไปให้หมด กรธ.และ สนช.อย่าบิดเบี้ยวหรือหาทางตีเจตนารมณ์ของประชาชนเป็นอย่างอื่น มิเช่นนั้นจะกลายเป็นผู้ทรยศต่อประชาชนเสียเอง

“ครูหยุย” ติง กรธ.อย่าบิดคำถามพ่วง

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า การปรับปรุงคำถามพ่วงใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.จะต้องคงเนื้อหาสาระที่ผ่านการลงประชามติไว้ทุกอย่าง จะไปเปลี่ยนแปลง แก้ไข ตกแต่งถ้อยคำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพียงแต่หาที่ใส่ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนการโหวตเลือกนายกฯต้องเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ ตามขั้นตอนเหมือนเช่นที่ผ่านมา พรรคเสียงข้างมากและพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคอื่น เสนอชื่อนายกฯ เพื่อให้ที่ประชุมลงคะแนนเลือก ส.ว.ไม่มีสิทธิ์ที่จะเสนอชื่อนายกฯแข่งด้วย อย่าไปคิดทำอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่เคยปฏิบัติมา อย่าไปทำอะไรนอกเหนือกว่ารัฐธรรมนูญ จะทำให้มีปัญหา โดยเฉพาะคนที่แพ้ประชามติจะไม่ให้การยอมรับด้วย

“นิพิฏฐ์” ดักคอ ส.ว.คงไม่ด่วนรวบรัด

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอให้การประชุมรัฐสภานัดแรกเพื่อร่วมกันลงมติเลือกนายกฯ มีการขอเสียงสนับสนุน เพื่อยกเว้นเงื่อนไขการเลือกนายกฯในบัญชีพรรคการเมือง แล้วเลือกนายกฯ ไปคราวเดียวกันเลย คงเป็นแค่วิธีการประชุมมากกว่าการพยายามรวบรัดผลักดันเพื่อเลือกนายกฯ ในวาระแรก ตามที่สังคมวิจารณ์กัน โดยข้อเท็จจริงในการประชุมสภานัดแรก หลังการเลือกตั้งจะมีการเสนอให้เลือกนายกฯ ตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ คงจะหารือไม่จบในการประชุมนัดแรก ต้องมีการพูดคุยกันระหว่างพรรค การเมืองต่างๆก่อน ตามที่เคยปฏิบัติกันมา หากพูดคุยกันในนัดแรกไม่จบ อาจจะเลื่อนการประชุมและนัดหมายให้ประชุมกันใหม่ ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งไม่สามารถรวมเสียง ส.ส.สนับสนุนว่าที่นายกฯได้เกินกึ่งหนึ่ง ควรนัดประชุมใหม่ ไม่ควรรวบรัด เพราะมีกำหนดระยะเวลาการเลือกนายกฯ ตามเงื่อนไขกฎหมายกำหนดอยู่แล้ว แต่เข้าใจว่า ส.ว. สรรหาคงมาที่สภาเพื่อสังเกตการณ์อยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าสภาผู้แทนฯ ไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้ในการประชุมนัดแรกเขาคงอยากเร่งรีบเพื่อประชุมให้จบในวันเดียวจึงเสนอเรื่องนี้มา จะพูดไปล่วงหน้าบางอย่างก็ยังไม่สะดวก ต้องรอดูว่าแต่ละพรรคการเมืองจะมีพรรคใด ที่รวมเสียง ส.ส.ได้มากกว่า 250 เสียงหรือไม่อย่างไร

แนะทำตามหลักเกณฑ์ประชามติ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับว่า ขึ้นอยู่กับโจทย์ก่อนว่าต้นร่างกฎหมายลูกที่ กรธ.จะยกร่างขึ้นมาเป็นอย่างไร ถ้ามีประเด็นที่ต้องการความเห็นจากพวกเราในฐานะนักการเมืองก็ยินดี ส่วนเรื่องคำถามพ่วงที่ต้องนำไปบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไปดูว่าคำถามพ่วงมีรายละเอียดอย่างไร จะมีผลต่อการไปปรับรัฐธรรมนูญมาตราใดบ้างและต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ผลของประชามติด้วย

ประชาธิปัตย์ดิ้นขวางเซ็ตซีโร่

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีบางฝ่ายเสนอให้เซ็ตซีโร่พรรค การเมืองว่า เรื่องนี้ไม่เห็นด้วย และอยากเสนอให้กรธ.ที่กำลังจะยกร่างกฎหมายพรรคการเมืองบังคับใช้ในยุคปฏิรูปการเมืองให้คำนึงถึงความสำคัญของพรรคการเมือง ควรกำหนดกติกาให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง โดยเปิดโอกาสให้จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ง่าย และเกิดการแข่งขันที่เสรีจริง โดยรัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ เพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้แต่ละพรรคยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่ใช่การจัดตั้งพรรคเพื่อปกป้องผลประโยชน์ หรือเป็นพรรคการเมืองเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเฉพาะบางช่วงเวลา

“สมชัย” ค้านล้างไพ่พรรคการเมือง

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สถาบันพระปกเกล้า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “ระบบการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่” ให้กับนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับ นักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 20 สถาบันพระปกเกล้า ว่า หัวใจสำคัญของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น คือจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จะเป็นตัวกำหนดหน้าตาของการเลือกตั้งปี 2560 ส่วนจัดทำร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองมีข้อเสนอจากบางฝ่ายให้เซ็ตซีโร่พรรคการเมืองใหม่ เรื่องนี้ไม่เห็นด้วย เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องให้พรรคการเมืองไปเริ่มต้นจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองกันใหม่ แต่การจัดตั้งพรรคการเมืองในอนาคตควรอยู่ภายใต้ 3 หลักการ คือ ตั้งยาก อยู่ง่าย ยุบยาก ที่แตกต่างจากที่ผ่านมาคือ ตั้งง่าย อยู่ยาก ยุบง่าย จนเกิดพรรคการเมืองมากมาย 70-80 พรรค

จุดพลุวันเลือกตั้งใหญ่ 10 ธ.ค.60

ต่อมานายสมชัยให้สัมภาษณ์ถึงปฏิทินการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า หากขั้นตอนการจัดทำกฎหมายลูกไม่มีปัญหา คาดการเลือกตั้ง ส.ส.สามารถมีขึ้นได้ในวันที่ 10 ธ.ค.2560 ตรงกับวันรัฐธรรมนูญ และเป็นช่วงวันหยุดยาว ถือเป็นวันที่เหมาะสม ไม่ใกล้กับเทศกาลปีใหม่ ที่อาจจะจัดงานเลี้ยงรื่นเริง สุ่มเสี่ยงที่จะมีการซื้อเสียง เบื้องต้นการกำหนดวันดังกล่าวยังไม่ใช่มติ กกต. เป็นการทดลองเสนอวันที่เป็นไปได้ยังไม่ใช่วันจริง เพราะต้องรอกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ก่อน จึงจะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งที่แท้จริงได้ เพราะถ้าร่างกฎหมายลูกมีความล่าช้า การเลือกตั้งอาจจะไม่ใช่วันดังกล่าว

ตั้งแท่นยกเครื่อง กกต.โฉมใหม่

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนการประชุม กกต.ในวันที่ 18 ส.ค. จะเสนอขอเซ็ตซีโร่การทำงานของ กกต.ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่วางรูปแบบการทำงานของ กกต. เป็นบอร์ดไม่แบ่งแยกด้านต่างๆ ในการทำงาน เปลี่ยนมาให้ทุกคนช่วยกันดูแลงานทุกด้าน เริ่มทดลองตั้งแต่ตอนนี้ โดยไม่ต้องรอให้มี กกต.เพิ่มใหม่อีก 2 คน หากทำภายหลังอาจไม่พร้อมกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2560 ได้ ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด ขอให้ผลประชามติวันที่ 7 ส.ค.59 เป็นโมฆะ โดยอ้างเหตุผล กกต.แจกร่างรัฐธรรมนูญไม่ทั่วถึง กกต.ทำตามกรอบของกฎหมาย ประเด็นนี้ไม่น่าเป็นห่วง เข้าใจว่าผู้ยื่นอาจจะเข้าใจผิดในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

“บิ๊กตู่” เมิน “ไผ่ ดาวดิน” อดข้าวในคุก

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชนและครอบครัวกังวลและเรียกร้องให้ปล่อยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่อดข้าวประท้วงในเรือนจำอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ว่า ทำผิดกฎหมายหรือเปล่า ถ้าผิดกฎหมายก็คือผิดกฎหมาย เมื่อถามว่า คิดว่าควรจะต้องปล่อยตัวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่มี ไม่รู้ เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ตนไม่ไปเกี่ยวข้อง ไม่ได้บอกให้ไปจับหรือบอกให้ปล่อยมันทำได้ที่ไหน และที่ถูกจับมานั้นด้วยอะไร เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ไผ่ ดาวดินไม่สบาย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ช่างเขาสิ ก็เขาไม่รักษาตัวเอง อดข้าวหรือเปล่าล่ะ เมื่ออดก็ป่วยเป็นธรรมดา” เมื่อถามย้ำว่าทางครอบครัวออกมาเรียกร้อง ให้ปล่อยตัว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่สนใจ”

“บิ๊กต๊อก” ตอกหวังผลการเมือง

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ออกมาทักท้วงถึงการควบคุมตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ที่เรือนจำ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากผิดต้องไปถาม กกต. และเท่าที่ทราบบางรายได้รับอนุญาตให้ประกันตัวก็ไม่ประกัน เหมือนต้องการให้เกิดเรื่อง “ที่อดข้าว อดน้ำนั้นไม่จริง ผมถามผู้บัญชาการเรือนจำที่ จ.ชัยภูมิ เขาบอกว่าดื่มปกติ เราดูแลอยู่ ปวดหัว เป็นไข้ ตัวร้อนเรารักษา ไม่ได้อดอาหาร เขากินนม คืออาหารชนิดหนึ่ง ไม่ใช่อดอาหาร แต่ออกข่าวไปเรื่อย ผมบอกว่าลองเอาสื่อมวลชนไปดูว่าเขากินอย่างไร วันหลังจะแอบถ่ายมาให้ดูตอนกิน บอกให้ประกันตัวไม่ยอมประกัน ต้องการให้เป็นเรื่องของการเมืองหรือเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชาชนเข้าใจถึงไม่ให้ความสำคัญเท่าไร”

อุ้ม นปช.พร้อมปืนอาก้าเข้า มทบ.11

เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.วิศนุ สุขเกิด รอง สว. (สอบสวน) สน.บางชัน ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารว่า พบอาวุธปืนสงคราม ภายในร้านรับซื้อของเก่าไม่มีเลขที่ ซอยกาญจนาภิเษก 12 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. ที่เกิดเหตุเป็นโกดังขนาดใหญ่ ทหารได้ควบคุมนายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อายุ 49 ปี พร้อมปืนอาก้า 1 กระบอก กระสุน 31 นัด และซองกระสุนปืน 2 ซอง จากนั้นทหารได้ควบคุมตัวนายสรศักดิ์ขึ้นรถออกไปทันที นางชัณญานุช สุขยินดี อายุ 50 ปี ภรรยา กล่าวว่า ตนและสามี มีอาชีพคัดแยกเปลือกสายไฟ มาเช่าโกดังทำร้าน และสามียังเป็นแนวร่วม นปช. เมื่อช่วงตอนตี 5 วันที่ 13 ส.ค. ได้มีทหารพร้อมอาวุธกว่า 10 คนบุกเข้ามาจับสามี หลังจากสามีหายตัวไป 3 วัน จึงไปแจ้งความคนหายที่ สน.บางชัน เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยวันนี้ทหารก็ได้พาตัวสามีมาค้นหาอาวุธปืนที่ห้องพัก ไม่รู้ว่าสามีมีปืน อยากขอความเป็นธรรมด้วย โดยสามีบอกว่าถูกขังอยู่ที่ มทบ.11 ด้าน พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชูพันธุ์ ผกก.สน.บางชัน เผยว่า นายสรศักดิ์ อยู่ระหว่างการควบคุมตัวของทหาร ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เพราะต้องรอทหารส่งตัวมาก่อน

มท.1 แจงชงโยกผู้ว่าฯระนาบเดียว

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับสูง (ระดับ 10) เข้าที่ประชุม ครม.ว่า มีเฉพาะในส่วนที่ย้ายในระนาบเดียวกัน อาทิ ผวจ.ไป ผวจ.หรือผู้ตรวจฯ แต่จากระดับรอง ผวจ. ยังต้องมีขั้นตอนการพิจารณา ถือเป็นการโยกย้ายปกติ สำหรับจังหวัดที่จะเกษียณราชการ จะขยับจากจังหวัดเล็กไปอยู่จังหวัดที่ใหญ่ขึ้น

ครม.เคาะโยกย้ายซี 10 มท.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงระดับสูงตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ได้แก่ 1.นายประทีป กีรติเรขา รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมที่ดิน 2.นายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นรองปลัดกระทรวง 3.นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ตรัง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 4.นายสนิท ขาวสอาด ผวจ.เพชรบุรี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 5.นายกาศพล แก้วประพาฬ ที่ปรึกษาด้านการปกครอง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 6.นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม กรมที่ดิน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 7.นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พะเยา เป็น ผวจ.พิษณุโลก 8.นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.อุตรดิตถ์ เป็น ผวจ.ระยอง 9.นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็น ผวจ.อุตรดิตถ์ 10.นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.นครปฐม เป็น ผวจ.สมุทรปราการ

ไฟเขียวต่ออายุอธิบดี ปภ.-โยธาฯ

11.นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผวจ.สกลนคร เป็น ผวจ.นครปฐม 12.นายอนุสรณ์ แก้วกังวาน ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็น ผวจ.บุรีรัมย์ 13.นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต เป็น ผวจ.นครศรีธรรมราช 14.นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว เป็น ผวจ.ชลบุรี 15.นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผวจ.ปัตตานี เป็น ผวจ.ปราจีนบุรี 16.นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ เป็น ผวจ.สระบุรี 17.นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผวจ.พิจิตร เป็น ผวจ.เพชรบุรี 18.นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.บึงกาฬ เป็น ผวจ.ขอนแก่น และ 19.นายพศิน โกมลวิชญ์ ผวจ.หนองบัวลำภู เป็น ผวจ.สิงห์บุรี ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติเห็นชอบต่ออายุราชการอธิบดี 2 กรม ที่อยู่ในตำแหน่งเดิมครบ 4 ปี ออกไปอีก 1 ปี ในตำแหน่งเดิม คือ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

สิงห์ดำเหมารองปลัดฯ–แดงขึ้น จว.ใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการย้าย ผวจ. 2 รายไปเป็นผู้ตรวจฯนั้น มีกระแสข่าวว่าเนื่องจากมีปัญหาในพื้นที่ โดยมีการร้องเรียนว่าเกิดการเรียกรับผลประโยชน์ ส่วนที่ปรึกษาฯที่โยกไปเป็นผู้ตรวจฯอีก 2 รายนั้น คาดว่าเพื่อรอออกไปเป็น ผวจ.ในครั้งหน้า ทั้งนี้ การย้ายในลอตนี้ มีสิงห์ทอง รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 11 ราย สิงห์แดง รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5 ราย สิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 ราย และสิงห์ขาว รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 1 ราย โดยนายประทีปที่โยกไปเป็นอธิบดีกรมที่ดินนั้น ถูกวางตัวให้มาดูแลเกี่ยวกับเรื่องเอกสารสิทธิที่เป็นปัญหาเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานในขณะนี้ และขณะเป็นรองปลัดฯก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลกลุ่มงานกรมที่ดิน ส่วนการตั้งนายประยูรที่แม้ว่าเป็นสิงห์ดำเพียงคนเดียวในบัญชีนี้ ให้ขึ้นเป็นรองปลัดฯ แต่ก็ทำให้รองปลัดกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด 4 คน ในขณะนี้เป็นสิงห์ดำ ขณะที่ ผวจ.สิงห์แดง 4 คน ได้ย้ายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดใหญ่ขึ้น คือ จ.ระยอง สมุทรปราการ ชลบุรี และเพชรบุรี

ตั้ง“บุษยา” นั่งปลัดบัวแก้วคนใหม่

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ครม.ยังอนุมัติโอน น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง นายพชร อนันตศิลป์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง เป็นรองปลัดกระทรวง น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ เป็นผู้ตรวจราชการการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง นายจำเริญ โพธิยอด ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษีเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง นางบุษยา มาทแล็ง เอกอัครราชทูต กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม เป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงหมอสลับเก้าอี้อธิบดี

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ครม.แต่งตั้งนายวิศิษฎ์ ตั้งนภากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายเจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นอธิบดีกรมควบคุมโรค น.ต.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิต นายเกียรติภูมิ วงศ์รจิต ผู้ตรวจราชการ เป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายธีรพล โตพันธานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเป็นอธิบดีกรมการแพทย์ นายสุขุม กาญจนพิมาย ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายสุเทพ วัชรปิยานันท์ ผู้ตรวจ ราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ทหารจับตา “เฉลิมชัย” มีลุ้นชิง ผบ.ทบ.

เมื่อเวลา 16.10 น. ที่สนามหญ้าหน้ากองบัญชาการกองทัพบก มีการแข่งขันฟุตบอลเชื่อม สัมพันธ์ศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ (รร.จปร.) โอกาสวันพระราชทาน รร.จปร. แบ่งเป็นทีมสีเหลืองและสีแดง โดยทีมสีเหลืองเป็น จปร.รุ่นเลขคู่ ทีมสีแดงเป็น จปร.รุ่นเลขคี่ โดยมีนายทหารตำแหน่งหลักใน บก.ทบ. ลงสนามแข่งกันหลายคน โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.มอบหมายให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผช.ผบ.ทบ. หรือ “บิ๊กเจี๊ยบ” เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ขณะที่ พล.อ.ธีรชัยได้มานั่งชมด้วย ท่ามกลางความสนใจของนายทหารใน บก.ทบ. เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัยอาจเบียดแทรกขึ้นเป็น ผบ.ทบ.แทน พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) หรือ “บิ๊กแกละ” ที่ได้รับแรงผลักดันจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมมาก่อนหน้านี้

“ปู” ไหว้เจ้าเตรียมข้อมูลสู้คดีข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันที่ 17 ส.ค. ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีไหว้ศาลเจ้าที่ ศาลตายาย และไหว้บรรพบุรุษ เนื่องในวันสารทจีน ซึ่งในปีนี้สารทจีนตรงกับวันที่ 17 ส.ค. ตามปฏิทินโบราณจีน และหลังจากเสร็จพิธี น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางเข้าไปทำงานต่อที่ตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต จัดเตรียมข้อมูลเอกสารในคดีโครงการรับจำนำข้าว

ตั้งศาลอาญาคดีทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 16 ส.ค.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งนี้คดีนี้จะเป็นความผิดที่เกี่ยวกับคดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ทุจริตประพฤติมิชอบ การฟอกเงิน การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ การเรียกรับ ทรัพย์สิน การใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจ หรือข่มขืนใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการและไม่กระทําการ ไม่ว่าจะในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้สมคบ รวมถึงกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หรือยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ หรือคดีที่ถูกร้องขอให้ทรัพย์สินเป็นของแผ่นดิน เพราะเหตุร่ำรวยหรือมีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ โดยการจัดตั้งศาลดังกล่าวเป็นการยกฐานะแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญาขึ้นเป็นศาลดังกล่าว และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“ประยุทธ์” กระตุกขา สนช.-กรธ.หารือฝ่ายกฎหมาย ชงแก้ รธน.หั่นขั้นตอนให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯคนนอก ในที่ประชุมรัฐสภานัดแรกหลังเลือกตั้ง ปัดไม่เกี่ยว “ไพบูลย์” ตั้งพรรคเชียร์นั่งนายกฯอีกวาระ อุบยังไม่ถึงเวลาตอบ... 18 ส.ค. 2559 08:03 ไทยรัฐ