วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อเปิด อีเมอร์เจนซี เลนส์ ให้รถฉุกเฉินวิ่งส่งผู้ป่วย นำร่อง รพ.ราชวิถี

เตรียมเปิดช่องทางพิเศษ Emergency Lens ให้รถฉุกเฉินใช้วิ่งส่งคนป่วยได้เร็วขึ้น นำร่องบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้านหน้า รพ.ราชวิถี เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย ...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ส.ค. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย น.ส.นิยม ประสงค์สัมฤทธิ์ รอง ผอ.ด้านอำนวยการ รพ.ราชวิถี นายแพทย์ไพโรจน์ เครือกาญจนา ผช.ผอ. รพ.ราชวิถี หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ.ราชวิถี และเจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (สจส.) ลงพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้านหน้า รพ.ราชวิถี เพื่อสำรวจเส้นทางสำหรับรถกู้ชีพฉุกเฉิน ในการเข้าส่งผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล (Emergency Lens) ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี จะเป็นต้นแบบนำร่องเปิดช่องทางเดินรถให้รถกู้ชีพฉุกเฉินใช้ในการไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วที่สุด

พล.ต.ต.อดุลย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการเข้ามาตรวจสอบเส้นทางอีเมอร์เจนซี เลนส์ (Emergency Lens) หรือ EL เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา รถฉุกเฉินไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจากในพื้นที่ มีรถยนต์ รถตู้ แท็กซี่ รวมทั้งรถจักรยานยนต์จอดเป็นจำนวนมาก ทำให้รถฉุกเฉินไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลได้สะดวก บางครั้งใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ก็มีการกำหนดแผน ทั้งหมด 7 แผน ในส่วนของแผนที่เราดำเนินการรับผิดชอบนั้น จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็ร่วมกันตรวจสอบ ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี ถือว่าเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งใน กทม. มีโรงพยาบาลทั้งหมด 111 แห่ง ก็จะมีการดำเนินการเช่นเดียวกับ ในส่วนของ กทม. มีพื้นที่ทั้งหมด 9 โซน รวมทั้งปริมณฑล ก็จะมีโรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งมีพื้นที่เป็นจุดวิกฤติต่างๆ ที่เข้าโรงพยาบาลยากเช่นกัน โดยจะมีการเริ่มดำเนินการพร้อมกัน

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบในช่วงเช้านั้น ซอยราชวิถี 13 ที่เป็นทางเข้าไปยังด้านหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ส่วนมากก็จะพบรถจอดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ รถแท็กซี่ รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ในวันนี้สำนักงานโยธา ก็ได้เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบ โดยช่วงเส้นถนนราชวิถีก็จะมีกัน 2 จุด โดยจุดที่ 1 จะดำเนินการทำเส้นทางเข้าไปปากประตูโรงพยาบาล จนถึงห้อง ER โดยจะมีพื้นที่ อีเมอร์เจนซี เลนส์ ซึ่งจะมีการตีเส้นเป็นสีขาว และจะมีตรารถฉุกเฉิน ที่จะเข้าทางช่องทางดังกล่าว และจะมีการออกข้อบังคับด้านการจราจรเป็นกฎหมาย ซึ่งในช่วงที่ไม่มีรถฉุกเฉินใช้ช่องทาง อีเมอร์เจนซี เลนส์ ประชาชนก็สามารถขับผ่านได้ตามปกติ แต่ถ้าหากว่ามีฉุกเฉินวิ่งมาเมื่อไร จะต้องหลีกทางให้กับเส้นทางตรงนี้ โดยทางโรงพยาบาลจะมีไฟสัญญาณไฟฉุกเฉินด้านหน้าโรงพยาบาลเป็นจุดๆ ซึ่งจะเป็นสัญญาณไฟสีแดง ติดยาวไปจนถึงปากประตูโรงพยาบาล จุดที่ 2 จะอยู่บริเวณใต้ด่วนดินแดง ที่จะสอดรับกับตรงด้านหน้าโรงพยาบาล ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

สำหรับแผนการปฏิบัติด้านการจราจร มีอยู่ 6 ส่วน ส่วนที่ 1. จะมีการจัด อีเมอร์เจนซี เลนส์ 2. การเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน ภายในเส้นทาง อีเมอร์เจนซี เลนส์ 3. การจัดรถนำ 4. การประชาสัมพันธ์ 5. การประเมินผล และ 6. การออกข้อบังคับต่างๆ ในระยะยาวรวมทั้งการออกกฎหมาย

นายแพทย์ไพโรจน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่เราขอความร่วมมือไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ที่เราจะทำตรงนี้คือต้องการที่จะช่วยผู้ป่วยที่เจ็บหนัก และจำเป็นที่จะได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ตั้งแต่ขาไปและขากลับ ซึ่งพยายามจะทำการจัดระบบรถฉุกเฉิน ที่มีการนำรถออกไปเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความเร่งด่วน เพื่อให้มีโอกาสรอดชีวิตและไม่ให้พิการ ซึ่งโรงพยาบาลก็จะเป็นจุดเป้าหมายสุดท้ายที่จะสามารถช่วยเหลือได้ ถึงแม้เราจะสามารถไปรับผู้ป่วยได้เร็วแต่ถ้าหากไม่สามารถนำมาส่งโรงพยาบาลได้ทันก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไร ซึ่งระยะยาวเราก็ไม่สามารถทำได้หากไม่เริ่มการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่จะร่วมกับทหารในช่วงกลางเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งจะมีการจัดให้รถตู้ทั้งหมดไปอยู่ที่ขนส่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนส่งสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ รวมทั้งหมดประมาณ 4,000 กว่าคัน ซึ่งต่อไปรถตู้โดยสารทั้งหมดจะไม่ได้อยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้ว ตรงนี้คือความชัดเจนและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในส่วนของรถจักรยานยนต์รับจ้าง รวมทั้งวินรถโดยสารต่างๆ เราก็จะมีการจัดระบบเพื่อที่จะให้สอดรับในส่วนของแผน และได้สั่งการให้ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และ สน.ต่างๆ ให้เข้าไป กำชับดูแลส่วนต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการพร้อมกันได้ภายในวันที่ 6 ก.ย.นี้ และจะมีการแถลงข่าวให้ทราบโดยทั่วกันอีกครั้ง.

เตรียมเปิดช่องทางพิเศษ Emergency Lens ให้รถฉุกเฉินใช้วิ่งส่งคนป่วยได้เร็วขึ้น นำร่องบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้านหน้า รพ.ราชวิถี เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย ... 17 ส.ค. 2559 16:02 17 ส.ค. 2559 16:42 ไทยรัฐ