วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คงความอ่อนวัยด้วย “กระบนใบหน้า”

คงความอ่อนวัยด้วย “กระบนใบหน้า”

โดย Women's Health
29 ส.ค. 2559 16:02 น.
  • Share:

‘กระ’ กลายเป็นความสนุกของเหล่าดีไซเนอร์ ช่างภาพ และช่างแต่งหน้าไปซะแล้ว นอกจากมันจะดูน่ารัก ไม่จำเป็นต้องปกปิด แล้วยังปล่อยให้จุดเล็กๆ บนใบหน้าเฉิดฉายเหมือนกลุ่มดาวบนท้องฟ้าอย่างไม่อายใคร

ผิวเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับผู้หญิงมาตลอด แต่ฝ้ากระมีหลายชนิดและหลากหลายเฉดสี ซึ่งแต่ก่อนสาวๆ มักไม่ปลื้ม เพราะมันไม่น่าดู ที่แย่ไปกว่าคือมันบ่งบอกถึงนิสัยไม่ชอบทาครีมกันแดด แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ในขณะที่บนรันเวย์ เซเลบริตี้และศิลปินทั้งหลายต่างภูมิใจและยินดีที่จะเปิดเผยกระสีน้ำตาลบนแก้มให้ทุกคนเห็น นักวิจัยด้านพันธุกรรมกำลังค้นหาต้นกำเนิดของกระ ผลก็คือ ผู้หญิงที่มีกระบนใบหน้า ภูมิใจกับจุดเล็กจุดน้อยเหล่านี้เหลือเกิน และเชิดใส่รองพื้นเนื้อหนาให้การปกปิดดีเยี่ยม ส่วนใครที่ไม่มีและอยากมีน่ะเหรอ ง่ายจะตาย

กระคืออะไรกันแน่?

หากคุณมีกระ ขอให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่ให้มา อามิท ชาร์มา (Amit Sharma) แพทย์ผิวหนังแห่ง Mayo Clinic ผู้ศึกษาด้านกรรมพันธุ์ทางผิวหนังบอกว่า กระ-ฝ้าเป็นยีนด้อย ซึ่งทั้งพ่อและแม่จะต้องเป็นพาหะ จึงจะส่งต่อยีนด้อยนี้ให้ปรากฏเด่นชัดได้ กระเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน MC1R ที่ทำหน้าที่ควบคุมเม็ดสี อามิทเสริมว่า แม้จะเป็นความจริงที่การกลายพันธุ์นี้เกิดขึ้นกับชาวยุโรปที่มีผิวขาวและผมแดง แต่ก็ยังปรากฏกับคนชาติอื่นๆ อย่างจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เมดิเตอร์เรเนียน อิสราเอลและแอฟริกันด้วย

พัฒนาการของกระ

คุณคิดยังไงกับเด็กทารกที่มีกระล่ะ ก็น่ารักสุดๆ น่ะสิ น่าเสียดายมันไม่ได้เป็นอย่างที่พูด เพราะไฝกับปานแดงปานดำอาจได้มาตั้งแต่เกิด แต่กระไม่ได้ติดตัวเด็กมาตั้งแต่แรกเกิด นายแพทย์เด็นดี้ แองเกิลแมน ศัลยแพทย์มะเร็งผิวหนัง และผู้อำนวยการแผนกเภสัชศัลยกรรมประจำ Metropolitan Hospital ใน New York City กล่าว

เมื่อกระขึ้นบนใบหน้าแล้ว มันจะกระจายเพิ่มขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสง และสังเกตเห็นชัดตอนอายุ 7 หรือ 8 ขวบ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อที่ว่ากระ = ผลจากแดดเผา จริงๆ นะคะที่เราบอกว่ามันเป็นแค่ความเชื่อ เพราะในระดับเซลล์ แดดเผาหมายถึง DNA โดนทำลาย ซึ่งก็คือสารประกอบไนโตรเจนที่ก่อตัวเป็นเกลียว DNA นั้นเกิดผิดพลาดขึ้นมา ซึ่งอาจนำไปสู่การเจริญเติบโตของเนื้องอก และการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนกับอีลาสตินที่ทำหน้าที่กระชับผิว เภสัชกรอลิเซีย บาร์บา แพทย์ผิวหนังประจำ Barba Dermatology ใน Miami กล่าว

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น กระก็เป็นแค่ผิวหนังชนิดหนึ่งเท่านั้น “คุณยังสบายดีแน่นอน ถึงแม้ว่ากระจะกระจายเพิ่มขึ้นก็ตาม ถ้าไม่ออกแดดบ่อยนัก จะไม่มีใครมาคอยพูดกรอกหูว่าผิวคุณเกิดความเสียหาย หรือเหมาคิดเอาเองว่าคุณดูแลผิวไม่ดีพอ”

ครีมกันแดดยังเป็นสิ่งจำเป็น

หากผิวคุณขาวซีดและตกกระ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนสีผิวเดียวกันแต่ไม่มีกระ คุณจึงต้องระวังตัวอยู่เสมอค่ะ ฟรานเซสก้า ฟัสโก้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านผิวหนังแห่งศูนย์แพทย์ Mount Sinai ในนิวยอร์ก แนะนำให้เช็กมะเร็งผิวหนัง 2 ครั้งต่อปี ใช้ครีมกันแดดป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB มีค่า SPF 30 ขึ้นไป

ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นกระแดดหรือไม่ (กระที่เกิดจากแสงอาทิตย์) ใช้วิธีนี้ค่ะ หากเป็นกระธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดจากผิวถูกทำลาย สีจะเข้มขึ้นเมื่อถูกแดด และจะอ่อนลงจนหายไปในเวลาต่อมา แต่ถ้าเป็นกระแดด สีจะเข้มตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในแสงแบบไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณอาศัยอยู่ (หรือไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาว) สีเข้มหรือจางของกระเกิดขึ้นหลากหลายแบบ นอกจากสีที่บ่งบอกว่าเป็นกระแดดแล้ว ยังบอกได้ด้วยขนาดและรูปร่าง (ขอบของจุดมักเข้มและชัดกว่ากระทั่วไป)

แต่ถ้าเป็นกระแดด อย่าเพิ่งตกอกตกใจค่ะ มันเป็นแค่สีผิวที่เข้มผิดปกติ ไม่มีผลกระทบอะไรต่อสุขภาพ คุณสามารถรักษาได้ด้วยครีมที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใส (คุณหมอฟัสโก้แนะนำแบรนด์ที่ผสม Kojic Acid หรือ Licorice Root อย่างเช่น Fresh Peony Spot Correcting Brightening Essence) สำหรับจุดที่เป็นปัญหาหนักๆ อาจต้องรักษาด้วยเลเซอร์ Intense Pulsed Light Treatment ซึ่งจะเปลี่ยนแสงอ่อนๆ ให้เป็นความร้อนเพื่อทำลายเม็ดสีที่มากเกินไป หากคุณหมอสงสัยว่ามันจะพัฒนาเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า หมอถึงจะขอตัดชิ้นเนื้อไปตรวจแล้วรักษาต่อไป

ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.instagram.com/womenshealththai

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้