วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพลี้ยไฟระบาด..สวนมังคุด กรมส่งเสริมฯเตือนภัยภาคใต้

กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตือนชาวสวนมังคุดในพื้นที่ภาคใต้ ระยะนี้ให้ระวังการระบาดของเพลี้ยไฟเข้าทำลาย โดยตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบ ดอกและผลอ่อน

นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำ เกษตรกรในพื้นที่ ภาคใต้ โดยเฉพาะ ผู้ผลิตมังคุดเพื่อการส่งออก ควรดูแลเรื่องเพลี้ยไฟให้มาก เพราะถ้ามังคุดถูกเพลี้ยไฟทำลายแล้ว จะทำให้มังคุดไม่ได้คุณภาพจำหน่ายไม่ได้ราคา

เนื่องจากช่วงนี้มังคุดในภาคใต้อยู่ในระยะดอกบาน ติดผลอ่อน ถ้าเพลี้ยไฟเข้าทำลายจะทำให้เกิดอาการยางไหลที่ผล ให้สังเกตเพลี้ยไฟแมลงขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 0.7-1.0 มิลลิเมตร ลำตัวมีสีเหลือง หรือสีน้ำตาลอ่อน เคลื่อน ไหวรวดเร็วลักษณะและการทำลายของเพลี้ยไฟ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ดอก และผลทำให้ใบแคระแกร็น แห้ง และไหม้ ทำให้ลูกผลเจริญเติบโตช้า ผิวผลมีรอยขรุขระเป็นขี้กลาก มักระบาดในระยะแตกใบอ่อน ดอก และผลอ่อนในช่วงอากาศแห้งแล้ง

ส่วนวิธีการป้องกันกำจัด ในช่วงอากาศแห้ง แล้งให้น้ำฉีดพ่นเพื่อปรับสภาพแวดล้อมไม่ให้เหมาะสมกับการเจริญของเพลี้ยไฟ ช่วยลดปริมาณเพลี้ยไฟลง ถ้ามังคุดอยู่ในระยะแทงช่อดอกให้สำรวจปริมาณเพลี้ยไฟอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวและฝนไม่ตก

โดยการสุ่มเคาะช่อดอกบนกระดาษขาวก่อนดอกบาน 1 สัปดาห์ ถ้าพบเพลี้ยไฟ 3 ตัวต่อช่อ หรือพบมากกว่า 1 ตัวต่อดอก และหลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ พบปริมาณเพลี้ยไฟมากกว่า 1 ตัวต่อ 4 ช่อดอก ให้ทำการกำจัดโดยใช้สารเคมีตามคำแนะนำดังนี้

ฉีดพ่นอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือฟิโปรนิล 5% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไซเพอร์เมทริน/โฟซา-โลน 6.25%/22.5% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคาร์โบซัล-แฟน 20% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

หลังฉีดพ่นครั้งแรกไปแล้ว 1 สัปดาห์ ให้สำรวจเพลี้ยไฟ หากยังพบปริมาณเพลี้ยไฟเกิน 1 ตัวต่อยอด ต้องพ่นสารเคมีซ้ำอีกครั้ง และควรสลับการใช้สารเคมีชนิดอื่น ทั้งนี้เพื่อป้องกันเพลี้ยไฟดื้อยา.

กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตือนชาวสวนมังคุดในพื้นที่ภาคใต้ ระยะนี้ให้ระวังการระบาดของเพลี้ยไฟเข้าทำลาย โดยตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบ ดอกและผลอ่อน ... 17 ส.ค. 2559 13:13 17 ส.ค. 2559 13:21 ไทยรัฐ