วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่างชาติกังวลเฟดอาจขึ้น ดบ.เร็ว หุ้นไทยร่วง 4.32 จุด ดัชนีที่ 1,533 จุด

นักลงทุนต่างชาติกังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ส่งผลหุ้นไทยร่วง 4.32 จุด ดัชนีแตะ 1,533 จุด ขณะที่ บล.เคทีบี แนะลดการถือครองหุ้นแบงก์ หลังเอ็นพีแอลยังสูง แนวโน้มปล่อยสินเชื่อต่ำ

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครึ่งเช้าของวันที่ 17 ส.ค.59 พบว่า ดัชนีฯ ปรับตัวลดลง -4.32 ที่ระดับ 1,533.20 จุด หรือคิดเป็น -0.28% มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 31,177.17 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) กล่าวว่า นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมามีทั้งบวกและลบ ขณะที่การให้ความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่า การประชุม FOMC ในวันที่ 20-21 ก.ย.มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุน (Fund Flow) โดยตรง ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต อาจเป็นเหตุผลว่านักลงทุนต่างประเทศในตลาดเอเชียหลายๆ แห่งมีการขายทำกำไรออกมา บล.KTBST มองประเด็นนี้ว่าจะเป็นตัวถ่วงตลาดในวันนี้ ส่วนราคาน้ำมันดิบในตลาด ที่ปรับตัวขึ้นไปแตะ 46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นบวกต่อตลาดหุ้น แต่อาจมีน้ำหนักน้อยกว่าเรื่องของทิศทางดอกเบี้ย

ส่วนโดยปัจจัยในประเทศ แรงขายที่เกิดขึ้นหลังการรายงานผลกำไรของบริษัทในตลาดสิ้นสุดลง กำไรของบริษัทใน SET ข้อมูลเบื้องต้นของเรา อยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้นประมาณ 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ราคาหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นมารอก่อนหน้านี้แล้ว และวันนี้ (17 ส.ค.) คงต้องตามดูผลการประชุม ครม.ว่าจะมีการอนุมัติเรื่องที่มีผลต่อการลงทุนหรือไม่ (วาระที่เข้าประชุมที่ทราบ คือการจัดตั้ง Holding Company สำหรับรัฐวิสาหกิจ) ดังนั้นภาพของตลาดหุ้นในวันนี้ จึงมองว่าผลจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ และแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศ เป็นแรงกดต่อตลาดที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯ ในวันนี้ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงจากวันก่อน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แรงขายหลังการรายงานงบการเงินไตรมาสที่สองผ่านไป และปัจจัยลบตามที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้การลงทุนในวันนี้ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ทิศทางตลาดในระยะกลางยังเป็นบวก การปรับตัวลงของดัชนีฯ เรามองเป็นการปรับฐานในช่วงสั้นๆ การลงทุนในวันนี้ ควรมองในฝั่งขายไว้ก่อน โดยเฉพาะหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามาก และไม่มีปัจจัยบวกรองรับที่เพียงพอ หุ้นกลุ่มธนาคาร ควรลดการถือลงบ้างในสภาวะแบบนี้ เพราะแรงกดดันจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPLs ที่ยังสูงอยู่ แต่การขยายตัวด้านการปล่อยสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งภาวะดอกเบี้ยต่ำเป็นลบต่อผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มนี้ ในขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ยังดูว่าเป็นบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนหุ้นที่แนะนำเก็งกำไรช่วงสั้น ประกอบด้วย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ABICO และบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD โดยมองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,528-1,548 จุด

นักลงทุนต่างชาติกังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ส่งผลหุ้นไทยร่วง 4.32 จุด ดัชนีแตะ 1,533 จุด ขณะที่ บล.เคทีบี แนะลดการถือครองหุ้นแบงก์ หลังเอ็นพีแอลยังสูง แนวโน้มปล่อยสินเชื่อต่ำ 17 ส.ค. 2559 12:41 ไทยรัฐ