วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช็อปออนไลน์เขย่าห้าง บทเรียนจากเมืองลุงแซม

โดย ซูม

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีข่าวที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาข่าวหนึ่ง... น่าสนใจมาก เพราะเป็นไปได้ที่ข่าวนี้อาจจะเกิดขึ้นในบ้านเราได้เช่นกัน

เพราะเรื่องทำนองนี้...มักจะเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา หรือต่างประเทศอยู่เสมอ แล้วก็มาถึงบ้านเราในภายหลัง

มีรายงานข่าวว่า ห้างสรรพสินค้า เมซี่ส์ ซึ่งเป็นห้างดังและเก่าแก่มากห้างหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1858 หรือประมาณ 157 ปีที่แล้ว กำลังเผชิญกับปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศพัฒนาแล้วหลายๆประเทศในช่วงหลังๆนี้

ผมคุ้นเคยกับห้างดั้งเดิมที่นิวยอร์กพอสมควร เพราะเวลาไปนิวยอร์ก จะแวะไปเดินชมห้างอยู่เสมอ แม้จะไม่ได้ซื้ออะไรมากนักก็ตาม

ล่าสุด 3 ปีที่แล้วตอนผมไปดูซุปเปอร์โบว์ลที่นิวยอร์กก็แวะไปเดินหลายรอบ เพราะทางห้างเขามีส่วนร่วมกับซุปเปอร์โบว์ลด้วย...โดยจัดสถานที่สำหรับแสดงนิทรรศการเอาไว้หลายจุดภายในห้างนั่นเลย

แม้ห้างใหญ่และแห่งแรกจะอยู่ที่นิวยอร์ก แต่ปัจจุบันนี้มีห้างเมซี่ส์ตามเมืองและรัฐต่างๆมากมาย เกือบ 800 แห่งทั่วอเมริกา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองมีข่าวว่าห้างเมซี่ส์ได้สั่งปิดสาขาทั่วประเทศไปอีกประมาณ 100 แห่ง ทำให้คนตกงานไปอีกจำนวนหนึ่ง

สาเหตุก็เพื่อลดการขาดทุนจากการที่ยอดขายของเมซี่ส์ลดลงไปโดยตลอดในช่วงปีหลังๆ รวมทั้งลดไป 4 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ผ่านมา

เมซี่ส์ ออกมายอมรับว่า เหตุที่ยอดขายตกเพราะต้องเจอกับคู่แข่งประเภทซุปเปอร์สโตร์ที่ขายเสื้อผ้า และเครื่องสำอางถูกกว่า ซึ่งในช่วงหลังๆคนอเมริกันเริ่มประหยัดมากขึ้น นิยมจะไปซื้อตามซุปเปอร์สโตร์เหล่านี้

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ เจอคู่แข่งจากการเปิดขายในอินเตอร์เน็ตครับ โดยเฉพาะ Amazon.com และอื่นๆที่เปิดขึ้นอีกหลายเจ้าในเว็บอเมริกัน รวมถึงล่าสุดก็คือ อาลีบาบาดอทคอมภาค USA นั่นเอง

แม้ข่าวจะบอกว่าการออกมาประกาศปิดสาขาถึง 100 แห่ง กลับทำให้หุ้นของเมซี่ส์ขึ้นกระฉูด เพราะเท่ากับเป็นการลดต้นทุนลงได้อันจะเป็นผลทำให้บริษัทมีกำไรตามมา

แต่ในระยะยาวนักเศรษฐศาสตร์มองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการพ่ายแพ้ของห้างใหญ่ๆที่จะเริ่มมีต่อการซื้อขายในโลกอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ

เสน่ห์ของการเดินห้างอาจจะหมดไปสำหรับนักช็อปรุ่นใหม่ที่ประหยัดเงินไม่อยากเสียเวลา และชอบอยู่คนเดียวเงียบๆหน้าจอมากขึ้น

ยิ่งถ้าทุกอย่างสะดวกยิ่งขึ้นเรื่อยๆจากการสั่งซื้อผ่านมือถืออย่างเช่นปัจจุบันและน่าจะสะดวกมากขึ้นไปอีกในอนาคต

ห้างเมซี่ส์หรืออื่นๆอาจจะหดหายไปเรื่อยๆจนเหลือห้างใหญ่และสาขาใหญ่เพียงไม่กี่ห้างก็ได้ใครจะรู้?

ผมอ่านข่าวนี้แล้วก็ถือโอกาสนำมาฝากนักลงทุน นักสร้างห้าง ขยายศูนย์การค้าในบ้านเราไว้เป็นข้อคิดข้อเตือนใจให้เริ่มระมัดระวังเอาไว้

อย่างที่ผมบอก สิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศมักจะตามมาเกิดขึ้นในบ้านเราอยู่เสมอ เพราะเป็นแนวโน้มของโลกที่ยากจะหลบหลีกพ้น

ดังเช่น การล้มหายตายจาก...การปิดตัวเองของนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆของสหรัฐอเมริกา ของอังกฤษ จำนวนมาก อันเป็นผลมาจากอินเตอร์เน็ต ดังที่เราทราบข่าวมาตลอด

ในที่สุด ก็กระทบกระเทือนมาถึงบ้านเรา ทำให้นิตยสารและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆต้องพลอยเดือดร้อน และต้องกัดฟันสู้กันอย่างเหน็ดเหนื่อยในปัจจุบันนี้

บัดนี้มาถึงคิวของห้างสรรพสินค้าแล้วละครับ หากบ้านเรามีระบบการจัดส่งที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น ก็ไม่แน่ครับ ที่การช็อปปิ้งออนไลน์บ้านเราอาจจะเบ่งบาน ทำความกระทบกระเทือนแก่ห้างใหญ่ๆของเราได้เช่นกัน

อะไรไม่อะไร ในช่วง 5-6 ปีมานี้ ตลาดนัด หรือตลาดล่าง ขายของราคาถูกเกิดขึ้นแทบทุกมุมเมือง และมีผู้ตามไปอุดหนุนแน่นขนัดทุกแห่ง

เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งที่ห้างสรรพสินค้าบ้านเราจะประมาทไม่ได้เลย เพราะสินค้าหลายๆอย่างในห้างที่มีราคาสูงสามารถซื้อหาได้ในราคาถูกกว่าแบบแบกะดินในตลาดนัดเหล่านี้

ความเปลี่ยนแปลงนั้นนิรันดร์จริงๆ และเป็นสัจธรรมของโลกนี้... ใครรู้ตัวก่อน เตรียมตัวก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะมาถึง ก็มักเอาตัวรอดได้...ผมก็ขอถือโอกาสเอาเรื่องราวของเมซี่ส์ ห้างสรรพสินค้าใหญ่เมืองลุงแซมมาฝากบรรดาห้างไทยแลนด์ให้เก็บไปคิดเป็นการบ้านล่วงหน้าไว้เผื่อจะเอาตัวรอดได้ ว่างั้นเถอะครับ.

“ซูม”

17 ส.ค. 2559 10:17 ไทยรัฐ