วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กำลังซื้อฟื้น เศรษฐกิจไทยดีเกินคาด

คุณปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์แถลงตัวเลข เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่ผ่านมาว่า มีการขยายตัวถึงร้อยละ 3.5 เร่งขึ้นจากร้อยละ 3.2 ในไตรมาสแรก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกมีการขยายตัวร้อยละ 3.4 ตัวเลขนี้ผมถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมาก เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก เทียบกับเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่ประกาศตัวเลขพร้อมกันเมื่อวันจันทร์ เศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสสองหดตัวลงเหลือโตเพียงร้อยละ 0.2 จากไตรมาสแรกที่โตถึงร้อยละ 2 สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนไปตามๆกัน

อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ ยังคงประมาณการ จีดีพีปี 2559 จะขยายตัวได้ร้อยละ 3.0-3.5 โดยมี ค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 3.3 สูงกว่าการขยายตัวร้อยละ 2.8 ในปี 2558

จีดีพีไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัวดีกว่าไตรมาส 1 เกิดจาก กำลังซื้อ หรือ การใช้จ่ายภาคครัวเรือน มีการขยายตัวร้อยละ 3.8 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.3 ในไตรมาส 1 นี่คือ “ข่าวดีเล็กๆ” ที่เกิดขึ้น ปัจจัยที่หนุนให้ครัวเรือนมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็คือ “รถยนต์” ที่มีการ ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ไตรมาส หรือ ในรอบ 3 ปี 3 เดือน ขยายตัวร้อยละ 4.8 จากติดลบร้อยละ 26.6 ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ

แสดงว่า รถยนต์รุ่นใหม่ ยังกระตุ้นกำลังซื้อได้ดีอยู่ บริษัทรถยนต์ทั้งหลาย น่าจะผลัดกันเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทุกไตรมาส จะได้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดขึ้น

“ข่าวดี” อีกชิ้นหนึ่งก็คือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตร ทำให้รายได้เกษตรกรขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ถือเป็นการ เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส หรือ ในรอบ 2 ปี 6 เดือน ก็เป็นข่าวดีท่ามกลางความทุกข์ของเกษตรกร ราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้น น่าจะมาจากความขาดแคลน อันเนื่องมาจากภัยแล้งมากกว่า

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยว ที่ยังเป็นเครื่องยนต์หลัก แต่ถูกพวกคนชั่วบ่อนทำลายชาติวางระเบิดแหล่งท่องเที่ยวสิบกว่าจุดใน 7 จังหวัดท่องเที่ยว ก็มีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 14.7 ทั้งปีคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยมากกว่าเป้าหมาย 33 ล้านคน ระเบิดไม่สามารถทำลายจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังชอบเมืองไทยลงไปได้

ส่วนปัจจัยเสี่ยงจาก ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมทั้ง เศรษฐกิจจีน นั้น คุณปรเมธี มองไปในทิศทางเดียวกับ ไอเอ็มเอฟ-กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เชื่อว่า ความเสี่ยงน่าจะลดลง ไอเอ็มเอฟยังมองแนวโน้มเศรษฐกิจจีนว่า ระยะยาวจะปรับตัวดีขึ้น แต่จีนต้องควบคุมการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสินเชื่อ เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืน

ไอเอ็มเอฟ มีมุมมอง เป็นบวก ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ที่กำลังมุ่งไปสู่การเป็น ประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

ได้เห็นมุมมองของ ไอเอ็มเอฟ ที่มีต่อ เศรษฐกิจจีน แล้ว ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจจีนในอนาคตน่าจะลดลง ตรงกันข้ามการฟื้นตัวของจีนจะเป็นผลดีต่อไทย ถ้ารัฐบาลมีการบริหารความสัมพันธ์ไทย-จีน อย่างมียุทธศาสตร์การทูต เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในฐานะที่ไทยเป็นรอง เพราะไทยต้องพึ่งพาบางอย่างจากจีน

กรณี ไทย-จีน จะเป็นการพิสูจน์ ฝีมือการทูต ของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ ประเทศไทย มาแล้วบนเวทีโลก ด้วยฝีมือการทูตล้วนๆ แต่ยุคหลังๆเราไม่ค่อยได้เห็นผลงานการทูตระหว่างประเทศจากกระทรวงนี้

การกระเตื้องขึ้นของเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ถือว่านโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว แต่ที่ยังเป็นปัญหาก็คือ การลงทุนภาครัฐ แม้จะมีการขยายตัวร้อยละ 10.4 แต่เมื่อเทียบกับวงเงิน 2 ล้าน ล้านบาท ในเมกะโปรเจกต์ทั้งหลาย ถือว่ายังลงทุนได้ช้ามาก จะให้ดีกว่านี้ผมคิดว่า หน่วยงานรัฐน่าจะเลิกลงทุนเองในหลายๆโครงการแล้วให้เอกชนประมูลไปดำเนินการแทน จะรวดเร็วกว่า ถูกกว่ารัฐทำเองแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

17 ส.ค. 2559 10:12 17 ส.ค. 2559 10:12 ไทยรัฐ