วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เมืองที่มีความสุขที่สุดของโลก

เมืองที่มีความสุขที่สุดของโลก

  • Share:

ช่วงเวลาที่คนไทยกำลังหูอื้อตาลายอยู่กับการไปลงประชามติ เอา-ไม่เอา ร่างรัฐธรรมนูญ มีข่าวดีมาก แต่เป็นข่าวเล็กๆในหน้าหนังสือพิมพ์เล็กๆ 2-3 ฉบับ

ข่าวเขาเป็นจริงเป็นจังมาก...ผ่านมาหลายวันเต็มที แต่ถึงวันนี้ลองอ่านกันดูคงไม่เสียหาย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ออกสำรวจดัชนีความทุกข์ยากของ 74 ประเทศทั่วโลก พบว่าประเทศไทยมีคะแนนรวมความทุกข์ยากอยู่เพียง 1.11%

ถือเป็นคะแนนความทุกข์ยากที่ต่ำที่สุดในโลก

เรารู้จักดัชนีอื่นๆ...กันมามาก แต่คงไม่รู้จักดัชนีความทุกข์ยากน้อย ดัชนีไม่ใช่ทำกันเล่นๆ แต่อ้างอิงข้อมูลทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น อัตราการว่างงาน ค่าเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และความเข้มแข็งของตลาดแรงงาน

มีรายงานแจกแจงด้วยว่า ไทยมีอัตราว่างงานที่ได้รับการยืนยันเป็นทางการประมาณ 1% ของประชากรวัยทำงาน (สำรวจระหว่างเดือน ก.ค.58 ถึง มิ.ย.59)

ตัวเลขนี้มีผลทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ผมอ่านถึงตรงนี้แล้วยังงง...เราหลงลืม ละเลย ไม่ประโคมโหมข่าว ดีๆ ที่มีผลต่อบ้านเมืองในช่วงเวลาที่ทหารขอเวลาเข้ามาดูแลไปได้อย่างไร

เหตุผล...ที่ไม่มีการเอาข่าวนี้ประโคมโหม ก็น่าจะพอมีตัวเลขดัชนีนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กเขาเตือนว่า แม้อัตราเงินเฟ้อจะเป็นเรื่องดีต่อผู้บริโภค แต่อีกด้านเป็นสัญญาณเตือนว่า เศรษฐกิจประเทศไทย ไม่ได้แข็งแกร่งนัก

ดัชนีเดียวกันนี้รายงานด้วยว่า สิงคโปร์ ประเทศพัฒนาที่คนไทยอิจฉาและอยากไปเที่ยวกันนักนั้น ได้อันดับดัชนีความทุกข์ยาก รวม 1.40% ถือเป็นอันดับที่ 2

น่าภาคภูมิใจ การอยู่อย่างไทย กินอย่างไทย ปกครองกันแบบไทยๆเสียจริงๆ

ปีก่อนอันดับนี้เป็นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ได้แทน ก็เพราะค่าสินค้าอุปโภคบริโภคถูกปรับลดลง

ญี่ปุ่น...ยังยึดอันดับที่ 3 ไว้ได้เป็นปีที่สอง คะแนนรวมความทุกข์ยาก 2.70%

อันดับของญี่ปุ่นเปรียบกับไทย ผมต้องใช้เป็นข้ออ้างปฏิเสธคำชวนไปเที่ยวญี่ปุ่นของเพื่อนได้สบายๆ ผมแก่แล้วไปมาแล้ว 3 ครั้ง...เบื่อเต็มทีแล้ว

อยู่เมืองไทย เที่ยวไทยในวันธรรมดาๆ ตามที่ ททท.โฆษณาสนุกกว่ากันเป็นไหนๆ

จัดอันดับความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลกเอาไว้ บลูมเบิร์กก็จัดอันดับประเทศมีความทุกข์ยากมากที่สุดไว้เหมือนกัน

เวเนซุเอลาเจอปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ คะแนนความทุกข์ยากสูงสุด 188.2% บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา คะแนน 48.97% ได้เป็นที่ 2 แอฟริกาใต้ คะแนน 32.90% เป็นที่ 3

ส่วนประเทศพี่เบิ้มขึ้นหน้าขึ้นตา ที่ได้ชื่อประเทศพัฒนาสมบูรณ์นักหนา อย่างสหราชอาณาจักร คะแนนความทุกข์ยากได้อันดับที่ 17 สหรัฐฯ อันดับ 21 และจีน อันดับที่ 23

ข่าวดีๆของประเทศไทยยังไม่มีอยู่แค่นี้ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานกรุงเทพฯของเรา ยังครองอันดับ 1 เมืองที่มีอาหารริมทางดีที่สุดในโลก เทียบกับเมืองใหญ่ในโลก 23 เมือง

โตเกียวที่ว่าแน่ๆของญี่ปุ่น ตามมาที่ 2 เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ได้ที่ 3

คนไทยเราเอง...เจอหน้ากันที่ไหน คุยแต่ปัญหาสารพัด...ตอนจนๆ ไม่มีเงินซื้อรถเก๋งขี่ โหนรถเมล์เหนื่อย ตอนรถยนต์ราคาถูก แถมผ่อนไม่มีดอกเบี้ย กัดฟันซื้อรถได้ ก็แทบไม่มีที่บนถนนให้รถวิ่ง เหนื่อยสาหัสอยู่กับรถติด

สามจังหวัดชายแดนสุดใต้ก็ยังมีระเบิดคงเส้นคงวา หลังประชามติ ลามเข้าภาคใต้ตอนกลาง...วันคืนเดียวเบาะๆเข้าไป 7 จังหวัด...มองโลกในแง่ดี...พวกก็แค่ออกแรงติง เตือน...แบบยั้งมือไว้ไมตรี ขอโอกาสเจรจา

เรื่องเหล่านี้ ความจริงก็คือความทุกข์ทั้งนั้น เพียงแต่ในสายตาสำนักข่าวฝรั่ง...ยังเป็นส่วนน้อย...

ข่าวดีๆแบบนี้ คนพเนจรหมอนหมิ่น นอนหลับไม่สนิทอยู่ข้างนอก คงแอบอิจฉา

ถ้าช่วยกันได้ ก็ช่วยกันปรามๆ ให้ระเบิดน้อยลงบ้างนะครับ...เมื่อระเบิดน้อยลง ไม่แน่ว่าจะมีโอกาสดีๆ ให้กลับบ้านกลับเมือง เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก เหมือนคนอื่นเขา...เสียที.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้