วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขั้นบันไดสู่นายกฯคนนอก

แม้ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงจะผ่านการออกเสียงประชามติ เปิดช่องให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ปัญหาการเลือกนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ยุติ เนื่องจากคำถามพ่วงมาจากมติของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ใช่แนวคิดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรกเริ่ม

แต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญ จะให้ ส.ว.ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. เพราะตามร่างเดิมกำหนดให้ ส.ส.เลือกนายกรัฐมนตรีเพียงสภาเดียว และต้องเลือกจากบุคคลที่พรรคต่างๆ เสนอชื่อไว้พรรคละ 3 คน แต่เมื่อคำถามพ่วงผ่านกติกาต้องเปลี่ยน

เมื่อคำถามพ่วงผ่านประชามติ จึงต้องให้ ส.ว. 250 คน ซึ่งมาจากการสรรหาหรือแต่งตั้งของ คสช. ร่วมประชุมกับ ส.ส.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสองสภา “เกินกึ่งหนึ่ง” คือตั้งแต่ 376 เสียงขึ้นไป และจะต้องเลือกจากบัญชีรายชื่อของพรรคที่มี ส.ส.ตั้งแต่ 25 คนขึ้นไป ถ้าสองสภาเลือกนายกฯไม่ได้จึงจะถึงคิว “คนนอก”

ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งเป็นพรรคใหม่ล่าสุด ชี้แจงในทำนองว่า วัตถุประสงค์สำคัญของพรรคคือ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จึงหวังว่าสองสภาจะเลือกนายกฯจากบัญชีของพรรคต่างๆไม่สำเร็จ พรรคปฏิรูปฯจึงจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เข้าชิงในฐานะนายกฯ “คนนอก” ที่ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคใดๆ

แต่วิธีการที่จะนำไปสู่นายกรัฐมนตรีคนนอกก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จะต้องวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มตั้งแต่ขัดขวางไม่ให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีสำเร็จ ให้ ส.ส.เข้าชื่อเสนอประธานรัฐสภา เพื่อเรียกประชุมรัฐสภา และมีมติอย่างน้อย 2 ใน 3 ยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อบุคคลในบัญชีของพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี และต้องมีเสียงสนับสนุนกว่า 375 เสียง

แต่มีปัญหาว่า ส.ว.แต่งตั้ง 250 เสียง จะสามารถขัดขวางหรือสกัดกั้นการเลือกนายกรัฐมนตรีของรัฐสภาได้หรือไม่? ลำพัง ส.ว.คงจะทำไม่ได้ แต่จะต้องได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.อย่างน้อย 126 เสียงขึ้นไป รวมเป็น 376 เสียง จับมือกันไม่ยอมเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี และจะต้องได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ถึง 250 คน จึงจะลงมติเปิดทางให้เลือกคนนอกได้

อันที่จริง คำว่า “คนนอก” ในระบบรัฐสภาหมายถึงผู้ที่มิใช่ ส.ส. แต่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ เพราะความจำเป็นหา ส.ส.ที่เหมาะสมไม่ได้ แต่ตามประเพณีระบบรัฐสภา นายกฯต้องมาจาก ส.ส.ผู้เป็นหัวหน้าพรรคเสียงข้างมาก เคยมีตัวอย่างที่ประเทศอังกฤษ จำเป็นต้องให้รัฐมนตรีคนหนึ่งซึ่งมิใช่ ส.ส.เป็นนายกฯ แต่ต้องให้ ส.ส.พรรคลาออก เพื่อเปิดทางให้นายกฯเลือกตั้งซ่อมแทน.

17 ส.ค. 2559 09:17 17 ส.ค. 2559 09:17 ไทยรัฐ