วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฮโซม่านฟ้า ยกธงขาวปิดระดมทุน หลังภาครัฐจ้องเอาผิด

เก๋เลเดอเรอร์ ดิ้นเดินหน้าต่อ ‘ดีเอสไอ’จ่อรื้อ

“ม่านฟ้า” รูดม่าน ระงับธุรกิจระดมเงินลงทุนกับม่านฟ้ากรุ๊ปแล้ว หลังถูกหน่วยงานภาครัฐจ้องเขม็งเอาผิด ขณะที่ “เก๋ เลเดอเรอร์” โพสต์ไอจียืนยันธุรกิจถูกกฎหมายพร้อมให้มีการตรวจสอบ แถมขอบคุณสื่อ-สภาธุรกิจตลาดทุนที่ให้ความสนใจ ด้าน สศค.ออกแถลงการณ์เตือนภัยประชาชนให้ระวังเล่ห์การชักชวนลงทุนที่กำลังแพร่ระบาดอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ขณะที่นายแบงก์ออกโรงเตือนอย่าดูแค่ผลตอบแทนให้ดูองค์ประกอบอื่นๆด้วย ป้องกันการถูกหลอก

หลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานออกโรงตรวจสอบการระดมทุนของ น.ส.อรปภัตร จันทรสาขา ที่รู้จักในวงสังคมโซเชียลมีเดียว่า “ไฮโซม่านฟ้า” ที่เปิดบริษัทระดมทุนจากประชาชน โดยให้ผลตอบแทนสูงลิ่วถึง 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปีและจ่ายเงินปันผลทุกเดือน ทั้งยังพบด้วยว่ายังมีรายอื่นๆที่มีพฤติกรรมการระดมทุนในลักษณะเดียวกัน ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องออกโรงเตือนประชาชนให้ระมัด ระวังการลงทุนในลักษณะดังกล่าว ด้วยเกรงว่าประชาชนจะตกเป็นเหยื่อจนเกิดความเสียหาย ล่าสุด “ไฮโซม่านฟ้า” ได้ยกธงยอมรามือจากการดำเนินธุรกิจดังกล่าวแล้ว

โดยจากการตรวจสอบอินสตาแกรม (ไอจี) ของ “ไฮโซม่านฟ้า” ที่ใช้ชื่อ marnfha เมื่อวันที่ 16 ส.ค.พบว่า เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความไปถึงลูกค้าเพื่อขอระงับการดำเนินธุรกรรมดังกล่าวแล้ว โดยได้ลบโฆษณาและประกาศเชิญชวนระดมทุนที่เผยแพร่ไว้บนไอจีก่อนหน้าออกไปทั้งหมด พร้อมกับโพสต์ในไอจีชี้แจงถึงเหตุที่ต้องระงับการระดมทุนดังกล่าว ระบุว่า “โครงการหุ้นส่วนม่านฟ้ากรุ๊ป หลังจากที่ผ่านมาม่านและบริษัทม่านฟ้ากรุ๊ปได้ชักชวนให้มีการร่วมทุนกับโครงการ ซึ่งม่านได้ลงในไอจี โดยข้อความในนั้นได้มีการเชิญชวนให้คนที่สนใจมาร่วมลงทุนกับม่าน โดยรับประกันผลตอบแทน ทำให้ต่อมามีคนบางกลุ่มเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการ ซึ่งที่จริงแล้วม่านฟ้าต้องการให้ผู้ร่วมลงทุนในโครงการนี้จำกัดเพียงคนที่ม่านรู้จักใกล้ชิดเท่านั้น และจำนวนเงินที่จะร่วมลงทุนในโครงการนี้ก็เพียงแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น แต่ด้วยข่าวต่างๆที่ออกมา ไม่ได้ตรงกับรายละเอียดในส่วนนี้ จึงเป็นสาเหตุของความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกัน ดังนั้นม่านและม่านฟ้ากรุ๊ป จะขอระงับโครงการดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อน จนกว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะเข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการนี้”

สำหรับความเคลื่อนไหวของ “เก๋ เลเดอเรอร์” คนดังอีกรายที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน และยังออกตัวว่าเป็นเจ้าแรกของประเทศที่มีการระดมทุนในลักษณะดังกล่าว ยังคงประกาศยืนยันที่จะเดินหน้าต่อ โดยได้นำข้อความที่นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ที่โพสต์เฟซบุ๊กเตือนประชาชนไม่ให้หลงตกเป็นเหยื่อมาโพสต์ซ้ำในไอจีของตนเอง พร้อมกับระบุว่า ขอบคุณข่าววันนี้ และขอบคุณสำหรับผู้ไม่หวังดีที่มอบโอกาสให้เลเดอเรอร์ไทยแลนด์ ได้มีชื่อเสียงและเป็นข่าวใหญ่ในด้านธุรกิจ พร้อมด้วยข้อความต่อท้ายว่า “ทุกการลงทุนต้องดูเบื้องลึกเบื้องหลังให้ดี ตอนนี้กำลังเป็นที่จับตามอง สำหรับธุรกิจสีเทาที่เข้าข่ายไม่ถูกกฎหมายเกิดขึ้นและมีการดำเนินการขั้นตอนคล้ายๆกับเราในเรื่องการฝากลงทุนแล้วได้ปันผล จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการถูกตรวจสอบยิ่งดี จะได้รู้ว่าเจ้าใดสุจริต เจ้าใดไม่สุจริต ทุกความถูกต้อง เราเลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) พร้อมพิสูจน์ค่ะ”

ด้านกระทรวงการคลัง วันเดียวกัน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่มีการแพร่ระบาดและชักชวนลงทุนในกิจการต่างๆ รวมถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงนั้น สศค.ขอแจ้งเตือนนักลงทุนควรสังเกตพฤติการณ์ที่จะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 (พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ) ดังนี้ 1.มีการโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนหรือกระทำการใดๆ ให้ปรากฏต่อบุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งการโฆษณาหรือประกาศจะกระทำด้วยวิธีการใดๆก็ได้ เช่น การแจกเอกสารเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ หรือเป็นการบอกกล่าวระหว่างกันของบุคคลในลักษณะปากต่อปาก เป็นต้น

2.มีการให้สัญญาว่าจะจ่ายหรืออาจจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจากการเข้าร่วมลงทุน ซึ่งการจ่ายผลตอบแทนจะจ่ายเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด ที่ผู้กู้ยืมเงินหรือบุคคลอื่นจ่ายหรือจะจ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจ่ายในลักษณะดอกเบี้ย เงินปันผล หรือลักษณะอื่นใด ซึ่งผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายให้นั้นเป็นอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้

3.โดยผู้ชักชวนหรือบุคคลอื่นนำเงินจากผู้เข้าร่วมลงทุนรายใหม่มาหมุนเวียนจ่ายให้กับผู้ร่วมลงทุนรายก่อน หรือผู้ชักชวนหรือบุคคลอื่นไม่สามารถประกอบกิจการใดๆโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราตามที่สัญญานั้นได้

นอกจากนี้ หากผู้ชักชวนอ้างว่าประกอบธุรกิจขายตรง จะต้องตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนขายตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แล้วอย่างถูกต้อง หากธุรกิจที่นักลงทุนสนใจเข้าร่วมลงทุนมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามองค์ประกอบข้างต้น ธุรกิจดังกล่าวอาจกำลังกระทำความผิด (ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ) ซึ่งนักลงทุนควรหลีกเลี่ยงในการเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจนั้น

ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยประการใดสามารถสอบถามได้ที่สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร.0-2169-7127 ต่อ 151-161 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ โทร.1359 หรือตู้ ปณ.1359 ปณจ.บางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรือ e-mail 1359@mof.go.th

ขณะที่นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า การนำเงินลงทุนอย่าดูตัวผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวต้องตรวจสอบว่าบริษัทที่เข้าไปลงทุนมีการทำธุรกิจจริง ตรวจสอบงบการเงิน และกระแสเงินสดของบริษัท และต้องมีหลักฐานของการเสียภาษีที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการถูกหลอก และสิ่งที่สำคัญไม่ควรเชื่อสิ่งที่แนะนำปากต่อปาก เนื่องจากธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงก็มีความเสี่ยงสูง

“ธุรกิจที่เสนอผลตอบแทนในอัตราที่สูง การตัดสินใจนำเงินไปลงทุนต้องดูรายละเอียดของธุรกิจที่ทำอย่างรอบคอบ และต้องใช้เวลาอย่างมากในการตัดสินใจ อย่าไปเชื่อการแนะนำต่อๆกัน” นายเชาว์กล่าว

ทั้งนี้ ในปัจจุบันดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 6.5-7.5 เปอร์เซ็นต์ แต่การพิจารณาของธนาคารอาจบวกค่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1-2 เปอร์เซ็นต์ หรือธนาคารคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังต่ำกว่ารูปแบบการระดมทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์นั้น นายเชาว์กล่าวว่า ผู้ที่ระดมทุนก็จะมีข้ออ้างสาเหตุต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ จะอ้างเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ร้อนเงินไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ได้ การยอมจ่ายดอกเบี้ย 15 เปอร์เซ็นต์ ดีกว่าไปใช้สินเชื่อบุคคลที่มีดอกเบี้ย 20 เปอร์เซ็นต์ สามารถประหยัดได้ 5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง ดังนั้น คนที่นำเงินไปลงทุนก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเอง

วันเดียวกัน พ.ต.อไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีคนดังในสังคมเปิดระดมทุนผ่านสื่อโซเชียล โดยมีข้อเสนอให้ผลตอบแทนสูงว่า ยังไม่ได้รับการประสานจาก ก.ล.ต.หากได้รับการประสานมาเมื่อไหร่ ดีเอสไอจะส่งเรื่องให้สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 สืบสวนข้อเท็จจริง หากพฤติการณ์เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดจะเสนอเป็นคดีพิเศษ ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

“ม่านฟ้า” รูดม่าน ระงับธุรกิจระดมเงินลงทุนกับม่านฟ้ากรุ๊ปแล้ว หลังถูกหน่วยงานภาครัฐจ้องเขม็งเอาผิด ขณะที่ “เก๋ เลเดอเรอร์” โพสต์ไอจียืนยันธุรกิจถูกกฎหมายพร้อมให้มีการตรวจสอบ... 17 ส.ค. 2559 07:41 17 ส.ค. 2559 07:47 ไทยรัฐ