วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผาโลตัสส่อแววจับผิดตัว ‘ศรีวราห์’เฉ่งยับ

รีบร้อนไม่ตรวจสอบให้ดี ออกหมายแก๊งป่วน3คน ระบุโยงแก๊งบึมหน้าราม

“ศรีวราห์” บินด่วนตรวจสำนวนและที่เกิดเหตุระเบิด-วางเพลิงป่วนเมืองในพื้นที่ 7 จังหวัด ประเดิมประชุมชุดคลี่คลายคดีวางเพลิงเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช ส่อเค้าหนุ่มเชียงใหม่ ที่ถูกจับเป็นรายแรก “จับผิดตัว” ส่วนมือวางเพลิงตัวจริงมี 2 คน เป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ขึ้นรถทัวร์กลับเข้าพื้นที่แล้ว “ศรีวราห์” เผยตำรวจยังไม่ได้จับใคร หากทหารส่งตัวผู้ต้องหามาจะพิจารณาไปตามหลักฐานว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ก่อนหอบหลักฐานเสนอศาลทหาร มทบ.41 ขออนุมัติหมายจับ 2 มือวางเพลิงตัวจริง และนายอาหะมะ เลงหะ ชาวนราธิวาส มือบึมหาดป่าตอง อดีตผู้ต้องหาคดีความมั่นคง พร้อมเบรกการขอหมายจับคนร้ายลอบเผาและวางระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี สั่งพนักงานสอบสวนหาหลักฐานให้แน่ชัดก่อน ด้าน ผบ.ตร.เผยนายกฯ กำชับให้ทำคดีให้ชัดเจน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานล่าตัวคนร้ายร่วมขบวนการวางระเบิดป่วนเมืองในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ พังงา และภูเก็ต เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 32 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายศักรินทร์ หรือเชษฐ์ คฤหัส อายุ 32 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ พนักงานบริษัท เวทเธอร์ฟอร์ด เคเอสพี จำกัด เป็นบริษัทรับจ้างเหมาบริการของบริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) ขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช เป็นรายแรก ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ค่ายวชิราวุธ มทบ.41 และจับกุมนายมูหะมัดรอสะดี ปาเนาะ อายุ 41 ปี ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่บ้านเช่าหมู่ 1 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ตามหมายจับแนวร่วมโจรใต้ นำไปสอบสวนที่ มทบ.43 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

สอบเพื่อนร่วมงานมือวางเพลิง

ความคืบหน้าการล่าตัวมือวางระเบิดป่วนเมือง เช้าวันที่ 16 ส.ค. ที่ มทบ.41 ค่ายวชิราวุธ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจเชิญตัวพนักงาน บริษัท เวทเธอร์ฟอร์ดเคเอสพี จำกัด จำนวน 2 คน มาสอบปากคำ เนื่องจากมีข้อมูลว่าทั้งคู่มีความเกี่ยวข้องกับนายศักรินทร์ ที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงเผยว่า การเชิญตัวเพื่อนร่วมงานนายศักรินทร์มาสอบปากคำครั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามาสอบในฐานะพยานหรือผู้ร่วมก่อเหตุ ทั้งนี้ ต้องรอดูผลการสอบสวนก่อน

ยันยังไม่เพิกถอนหมายจับ

เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ใช้ มทบ.41 เป็นจุดบัญชาการคลี่คลายเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลต่างๆ ในการดำเนินการขยายผลไปยังจุดเกิดเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงในพื้นที่ 7 จังหวัดของภาคใต้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆได้มากและค่อนข้างสมบูรณ์มากกว่าทุกจังหวัด โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ที่ถูกวางเพลิง มีกล้องวงจรปิดกว่า 10 ตัว ที่บันทึกภาพต่างๆเอาไว้ได้รวมทั้งการจัดเก็บดีเอ็นเอที่กำลังรอผลการตรวจสอบเป็นหลักฐานสำคัญทางคดี ในการเชิญตัวผู้ต้องสงสัย ตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้เจ้าหน้าที่ได้อำนาจ ม. 44 เพื่อความรวดเร็ว ขณะที่ตำรวจดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีการขอออกหมายจับนายศักรินทร์ ตามหมายจับเลขที่ 318/2529 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2559 และขอยืนยันว่ายังไม่มีการเพิกถอนหมายจับตามที่เป็นข่าว นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขออนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมใน 1-2 วันนี้

กล้องวงจรปิดมัด 2 มือบึม

ที่ห้องประชุม สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมคลี่คลายคดีเพื่อติดตามความคืบหน้า และสรุปผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามเส้นทางของผู้ต้องสงสัยเสร็จสิ้นไปกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ พบว่าเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ชายต้องสงสัย 2 คน สวมหน้ากากอนามัยปิดปาก สวมหมวกปีกและถุงมือออกจากซอยลัคกี้ ชุมชนมุสลิม อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ขึ้นรถโดยสารตุ๊กตุ๊กไปวางระเบิดที่ร้านทวีสินพลาสติก แล้วนั่งตุ๊กตุ๊กกลับไปในซอยลัคกี้ ต่อมาผู้ต้องสงสัยปรากฏตัวที่หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีหลังเก่า เดินไปตามถนนหน้าเมือง ผ่านจวนผู้ว่าราชการจังหวัดไปทางสถานีตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ก่อนนั่งรถตุ๊กตุ๊กกลับเข้าไปในซอยลัคกี้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.10 น. ทั้งสองจึงได้ออกมาจากซอยลัคกี้อีกครั้งแต่ยังไม่พบว่าเดินทางไปที่ไหน

ลุยค้นโรงแรมหาเบาะแสคนร้าย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ผู้ต้องสงสัยเดินทางหลบหนีจาก อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ไปตามเส้นทาง อ.พุนพิน มีสถานีรถไฟตั้งอยู่เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนนอกพื้นที่ เดินทางเข้ามาในพื้นที่ด้วยรถโดยสารประจำทาง เพื่อไม่ให้ทิ้งเบาะแสหรือหลักฐานมัดตัว เชื่อว่าคนร้ายได้นำบทเรียนจากการก่อเหตุลอบวางคาร์บอมบ์บนเกาะสมุยเมื่อต้นปี 2558 ที่คนร้ายใช้รถยนต์ส่วนตัวจากพื้นที่ภาคใต้เข้ามาก่อเหตุทำให้ตำรวจแกะรอยจนสามารถตามไปจับกุมได้ในที่สุด นอกจากนี้ ชุดคลี่คลายคดีเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าเข้ามาในพื้นที่ก่อนก่อเหตุไม่น้อย กว่า 3-5 วัน พักอยู่โรงแรมที่พักต่างอำเภอ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโรงแรมที่พักในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก เพื่อหาเบาะแสคนร้ายแล้ว

ปล่อยหนุ่มพกโทรศัพท์ 6 เครื่อง

ส่วนกรณีตำรวจ สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี คุมตัวนายมูฮัมหมัด อะดามี อายุ 30 ปี ชาว จ.นราธิวาส พร้อมโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง ขณะลงเรือมุ่งหน้าไปเกาะพะงัน เกรงจะมีการก่อเหตุร้ายป่วนงานฟูลมูนปาร์ตี้นั้น ตำรวจได้ปล่อยตัวนายมูฮัมหมัดไปแล้ว เนื่องจากตรวจสอบประวัติแล้วไม่มีหมายจับ โดยได้ยึดโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด รวมทั้งเอกสารสำเนาเกี่ยวกับเงินสดไว้ตรวจสอบ พร้อมทำประวัติและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอส่งตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นนายมูฮัมหมัดให้การว่า มีอาชีพเป็นนายหน้าติดต่อค้าขายเรื่องที่ดิน เดินทางมาเที่ยวเกาะพะงัน ส่วนโทรศัพท์ที่พกมาหลายเครื่อง เพื่อเอามาใช้เวลาเครื่องอื่นมีปัญหา แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

ชาวบ้านบางเนียงยังผวาระเบิด

เช้าวันเดียวกัน ร.ต.อ.ปรีชา หนูชู รอง สวป.สภ.เขาหลัก จ.พังงา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลคึกคัก กู้ภัยเขาหลัก ไปตรวจสอบกระสอบป่านต้องสงสัยวางไว้ที่โคนต้นไม้บนทางเท้าริมถนนซอยบางเนียง หมู่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า ห่างตลาดนัดบางเนียงที่ถูกวางเพลิงประมาณ 100 เมตร พบว่าเป็นจุกของสับปะรดคาดว่าเป็นของแม่ค้าขายน้ำปั่นผลไม้ลืมเอาไว้เนื่องจากว่าเมื่อวานเป็นวันตลาดนัดเปิดขายของ ขณะที่การดูแลความเรียบร้อยแหล่งท่องเที่ยว ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดกำลังคุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

ส่วนความคืบหน้าคดีวางเพลิงตลาดนัดบางเนียง หมู่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตำรวจ สภ.เขาหลัก ได้เรียกพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาดนัดบางเนียงมาสอบปากคำแล้วกว่า 20 ราย และตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่พบในที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจหาลายนิ้วมือของคนร้ายว่าเชื่อมโยงกับคนกลุ่มใด

ส่อเค้ามือวางเพลิงเป็น “แพะ”

ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมตำรวจชุดคลี่คลายคดีเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช มี พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช และรอง ผบก. และ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมตำรวจชุดคลี่คลายคดีทุกคนร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ใช้เวลานานกว่า 1 ชม. ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้บรรยายสรุปว่านายศักรินทร์ คฤหัส ผู้ต้องหาที่ถูกศาลออกหมายจับรายแรก และถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายทหาร มทบ.41 มีแนวโน้มว่าจะมีการจับผิดตัว ทำให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ถึงกับอารมณ์เสีย ตำหนิตำรวจชุดคลี่คลายคดีนี้ที่เร่งรีบจับโดยไม่ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการถอนหมายจับหรือปล่อยตัวผู้ต้องหารายนี้ เพราะยังอยู่ในการควบคุมตัวของทหาร รอให้ทหารส่งตัวมาตำรวจเสียก่อน จึงจะพิจารณาว่าจะเสนอสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องตามพยานหลักฐานต่อไป

แฉมือเผาขึ้นรถทัวร์เข้า 3 จังหวัดใต้

ตำรวจชุดคลี่คลายคดีบรรยายสรุปคดีต่อมา จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดทั้งในและนอกห้าง พบตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน สวมเสื้อยืดสีดำ หมวกแก๊ป และหน้ากากอนามัยเดินเข้ามาในห้างในช่วงเย็นวันเกิดเหตุที่ 12 ส.ค. หลังก่อเหตุพากันเดินออกจากห้างไปขึ้นรถ จยย.รับจ้างหน้าห้าง ให้ไปส่งที่สถานี บขส.นครศรีธรรมราช บริเวณตลาดหัวอิฐ ต.โพธิ์เสด็จ นั่งรถทัวร์สายเกาะสมุย-สุไหงโก-ลก ช่วงกลางดึกวันเดียวกัน และไปลงที่สถานี บขส.อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนนั่งรถโดยสารกลับเข้าไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์พอใจในการคลี่คลายคดีและสั่งให้ตำรวจใช้ความระมัดระวังรอบคอบในการทำสำนวนคดีให้มากขึ้น และ พล.ต.อ.ศรีวราห์จะเดินทางไปขออนุมัติหมายจับจากศาล มทบ.41 หลังจากเสร็จการประชุม

คุมออกหมายทุกคดี

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยว่า เดินทางมาตรวจสำนวนการสอบสวนและที่เกิดเหตุในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา และ จ.ภูเก็ต เพื่อดูความเรียบร้อยของสำนวนคดีและเร่งติดตามจับกุมคนร้าย คดีเผาห้างเทสโก้ โลตัสที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้เร่งรัดให้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และให้ตำรวจพยายามออกหมายจับเพิ่มเติมให้ได้โดยเร็วที่สุด ตนจะเป็นผู้ออกหมายจับเองทุกคดี ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่กำลังจะถูกออกหมายจับ 2 รายหลบหนีเข้าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ตอบว่า ยังไม่ทราบ ยังตอบไม่ได้ เมื่อออกหมายจับหรือจับได้ก็จะรู้เอง

อ้างตำรวจยังไม่จับใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคนแรกถูกควบคุมตัวในค่ายทหารมีพยานหลักฐานมากน้อยเพียงไหน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า กำลังตรวจสอบหลักฐานอยู่ ขอยืนยันอีกครั้งว่าตำรวจยังไม่ได้ควบคุมตัวใครหรือแจ้งข้อหาใครเลยสักคนเดียว ส่วนของนายศักรินทร์ เป็นเรื่องทหารนำตัวไปควบคุมเอง ตนยังไม่ทราบ ส่วนการคลี่คลายคดีเผาห้างโลตัสคืบหน้าไปมากเป็นที่น่าพอใจแต่เปิดเผยไม่ได้และตนก้าวก่ายทหารไม่ได้ ส่วนนายศักรินทร์ เมื่อครบกำหนดการคุมตัวของทหารก็ส่งตัวมาให้ตำรวจ ถ้าเราดูว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับก็รับตัวไว้ ในส่วนของตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อหานายศักรินทร์แต่อย่างใด

รอทหารส่งตัวค่อยดูฟ้อง-ไม่ฟ้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับกุมนายศักดิ์รินทร์เป็นการจับผิดตัวหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่าต้องดูตามกฎหมาย และจะให้ความเป็นธรรมเต็มที่กับนายศักรินทร์ หน้าที่ของตนคือการรวบรวมพยานหลักฐานนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ส่วนทหารเขาจะไปดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน ถ้าท่านส่งผู้ต้องหาตามหมายมาให้ตนก็รับตัวไว้ดำเนินการตาม ป.วิ.อาญาต่อไป ส่วนจะมีความเห็นฟ้องไม่ฟ้องนั่นอีกเรื่องหนึ่งว่าไปตามพยานหลักฐาน ตนจะสอบสวนคดีอย่างยุติธรรมตรงไปตรงมาว่าไปตามพยานหลักฐาน ไม่ต้องกลัวว่าจะไปยัดข้อหาใคร หรือจะไปช่วยเหลือใคร ซึ่งคดีภาพรวมใน 7 จังหวัดภาคใต้คืบหน้าไปมากแต่เปิดเผยไม่ได้

ศาลทหารออกหมายจับ 3 คนร้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดเมื่อเวลา 12.40 น. ศาลทหาร มทบ.41 ได้อนุมัติหมายจับตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ยื่นเสนอขออนุมัติหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดที่ จ.ภูเก็ต ตามหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอ จำนวน 1 ราย ชื่อนายอาหะมะ เลงหะ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 1 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส อดีตผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2547 และได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 2 ราย เป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก่อเหตุเผาห้างเทสโก้โลตัส สาขานครศรีธรรมราช

แจงข้อหามือบึมป่าตอง

ที่สนามบินนครศรีธรรมราช พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิด ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี ว่าศาลทหาร มทบ.41 ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ในข้อหาพยายามวางเพลิง และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนได้ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างลงพื้นที่เพื่อติดตามตัว เชื่อว่าว่ายังคงกบดานอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่พบข้อมูลเดินทางออกนอกประเทศ หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

แฉบึมภาคใต้โยงระเบิดหน้ารามฯ

แหล่งข่าวในชุดสืบสวนคลายคดีระเบิดภาคใต้ เผยว่า จากการสืบสวนและวิเคราะห์วัตถุพยานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบปากคำชายชาว อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบสวนก่อนหน้านี้ พบว่าเหตุระเบิดดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีระเบิดที่เกิดขึ้นหน้าร้านออกัส ซอยรามคำแหง 43/1 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2556 ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 7 คน ครั้งนั้นตำรวจได้จับกุมคนร้ายได้ 4 คน คือนายอัฟฟาฮัม สะอะ ชาวปัตตานี นายอิดริส สะตาปอ ชาวนราธิวาส นายคัมคีร์ ลาเต๊ะ ชาวปัตตานี และนายอิลรอเฮ็ง แวแม และศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุก ทั้ง 4 คน เป็นเวลาคนละ 50 ปี ทั้งนี้ การสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาที่วางระเบิดหน้ามหาวิทยาลัย รามคำแหง โดยเฉพาะการประกอบระเบิดที่น่าจะเป็นฝีมือของ นายอาหะมะ เลงหะ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และมีประวัติเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสำคัญหลายคดี และล่าสุดพบว่ามีดีเอ็นเออยู่ในที่เกิดเหตุที่ จ.ภูเก็ตอีกด้วย

ป.ลุยตรวจกล้องวงจรปิด

แหล่งข่าวชุดสืบสวนกล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. จัดชุดสืบสวนกองปราบปรามเข้าไปร่วมคลี่คลายด้วย พล.ต.ท.ฐิติราช ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. นำกำลังลงพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ภูเก็ต จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พังงา เพื่อสนับสนุนทีมสืบสวน ตร.ภ.7 และ ตร.ภ.8 พร้อมสั่งการให้ พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. ลงพื้นที่ จ.ตรัง เพื่อคลี่คลายคดีระเบิด ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุทั้งช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา อย่างละเอียด เพราะเชื่อว่าจะเป็นจุดที่คนร้ายใช้เป็นต้นทางเดินทางขึ้นไปก่อเหตุวางระเบิดในหลายจังหวัดของภาคใต้

ย้ำทุกคดีต้องขอหมายจับศาลทหาร

ต่อมาเวลา 14.40 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางมาร่วมประชุมกับ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พล.ท.วิชัย ทัศนมนเฑียน ผบ.มทบ.45 และชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีที่ห้องปฏิบัติการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวในที่ประชุมว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน และคณะพนักงานสอบสวนลงความเห็นร่วมกับฝ่ายทหาร พบว่าเหตุเพลิงไหม้มีการใช้ระบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งเวลา เข้าข่ายคดีความมั่นคง ทุกคดีจะขึ้นกับศาลทหาร พนักงานสอบสวนจะต้องส่งสำนวนให้ศาลทหารพิจารณาออกหมายจับ ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้นำภาพสเกตช์ผู้ต้องสงสัย 2 ราย เตรียมขออนุมัติศาลทหาร มทบ.45 ออกหมายจับ แต่ พล.ต.อ.ศรีวราห์คัดค้านโดยสั่งการให้สืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมจนกว่าจะได้หลักฐานแน่ชัดว่าเป็นคนร้ายก่อน

หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ และคณะ เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ หน้า กก.6 กองบังคับการ ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และที่ร้านทวีสินพลาสติก ก่อนจะเดินทางต่อด้วยเครื่องบินของ สตช.ไปลงที่สนามบินภูเก็ต เพื่อต่อเฮลิคอปเตอร์ไปติดตามคดีลอบวางเพลิงที่ตลาดนัดบางเนียง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

บึมตลาดนัดมีมากกว่า 2 คน

ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 และคณะ เดินทางมาที่ สภ.เขาหลัก ร่วมประชุมกับชุดคลี่คลายคดีวางเพลิงและระเบิดบริเวณตลาดนัดบางเนียง หมู่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นานราว 20 นาที แล้วเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า คดีคืบหน้าไปมาก ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุในแต่ละจังหวัดยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เพราะยังไม่พบว่ามีการติดต่อระหว่างกลุ่มคนร้าย สำหรับเหตุที่ จ.พังงา ดูจากหลักฐานกล้องวงจรปิดมีคนร้ายมากกว่า 2 คน และเห็นหน้าคนร้ายอย่างชัดเจน ไม่จำเป็นต้องสเกตช์ภาพคนร้าย หากมีข้อมูลหรือเบาะแสคนร้ายแจ้งให้ตำรวจทราบได้ที่สถานีตำรวจ ตำรวจภูธรจังหวัด ตำรวจภูธรภาค หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ตรวจจุดระเบิดป่าตอง

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และคณะเดินทางมาติดตามคดีคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.ป่าตอง โดยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หาดป่าตอง ศาลทหารได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายเป็นเรื่องของสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนกรณีที่มีการเฝ้าระวังพื้นที่หลังเกิดเหตุแต่ยังพบระเบิดอีก คาดว่าเป็นของเก่า

หลังการประชุมนานราว 30 นาทีเสร็จสิ้นลง พล.ต.อ.ศรีวราห์และคณะเดินทางไปดูที่เกิดเหตุที่พาราไดซ์พลาซ่า ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ที่พบระเบิดในวันที่ 10 และวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา รวม 3 ลูก แต่สามารถเก็บกู้ไว้ได้ จากนั้นไปตรวจจุดระเบิดที่ป้อมควบคุมการจราจรซอยบางลา ถนนทวีวงศ์ ทำให้ป้อมได้รับความเสียหายและมีคนขี่รถ จยย.รับจ้างถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม

ผบ.ตร.เชื่อปมรับร่างประชามติ

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงการลอบวางระเบิดและวางเพลิงในพื้นที่ 7 จังหวัดว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นชุดสืบสวนสอบสวนกำลังต่อจิ๊กซอว์ ขอเวลาในการทำงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน สิ่งที่ต้องทำคือ การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งขบวนการ ถ้าปรากฏพยานหลักฐานไปถึงใครต้องจับกุมทั้งหมด เหตุการณ์นี้เกิดจากการต่อต้านการรับร่างประชามติยังไม่เปลี่ยนความคิด การวางสมมติฐานอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

ยันผู้ต้องสงสัยเผาห้างอยู่ที่เกิดเหตุ

“กรณีนายศักรินทร์ คฤหัส ที่บอกว่าจับผิดตัว พนักงานสอบสวน บช.ภ.8 ขออนุมัติหมายจับ ถือเป็นดุลพินิจศาลตามพยานหลักฐาน ขณะนี้นายศักรินทร์ ถูกควบคุมตัวโดย ม. 44 เจ้าตัวสามารถปฏิเสธหรือรับสารภาพก็ได้ เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่าอยู่ในจุดเกิดเหตุ เป็นหลักฐานจากภาพวงจรปิด ขณะนี้เป็นขั้นตอนการซักถามขยายผล ด้านการจับกุมตัวนายมูหะมัดรอสะดี ปาเนาะ จับกุมได้ที่ จ.กระบี่ หลบหนีการก่อเหตุมาจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นการจับตามหมายจับเกี่ยวข้องเรื่องความมั่นคง คาดจะสามารถลดการกระทำความผิดได้ในหลายพื้นที่ ถือเป็นเรื่องความมั่นคง” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

คาดโทษ ผบช.-ผบก.หากมีป่วนอีก

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมสั่งการกำชับให้ ผบช.และ ผบก.ทุกพื้นที่ที่ยังไม่เกิดเหตุให้ เพิ่มความเข้มในการตรวจเฝ้าระวังพื้นที่อย่าปล่อยช่องให้มีกลุ่มมือดีเข้ามาสร้างสถานการณ์โดยเด็ดขาด คาดโทษ ผบช.และ ผบก.หากปล่อยให้มีเหตุเกิดขึ้น ต้องดำเนินการเพื่อเร่งสร้างความมั่นใจกับคนไทยและต่างชาติ

มีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานและนิติเวชฯ ตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดพบความเชื่อมโยงในประเด็นชิ้นส่วน ประกอบระเบิดและตรวจพบดีเอ็นเอใน 3 จุด พื้นที่ จ.ตรัง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นของมือระเบิด อยู่ระหว่างตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ ที่น่าจะใช้เป็นประโยชน์ในการตรวจเปรียบเทียบประวัติเพื่อหาตัวผู้สงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ครั้งนี้

เชื่อแก๊งบึมป่วนยังอยู่ในประเทศ

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ภาพรวมของคดีมีความคืบหน้าไป 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่มีการตั้งสมมติฐานว่าเหตุระเบิดครั้งนี้เกิดจากเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ตั้งกันไป รอให้ข้อเท็จจริงปรากฏก็รู้ว่าสาเหตุเกิดจากประเด็นอะไร ขณะนี้ทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้นทุกวันๆ มีการเร่งดำเนินการมาโดยตลอด คณะทำงานชุดใหญ่ลงไปอยู่ในพื้นที่หมดแล้ว สำหรับผู้ก่อเหตุในพื้นที่ 7 จังหวัด ยังอยู่ภายในประเทศ ส่วนเรื่องที่กลุ่ม นปช.ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดถึงเรื่องการเมือง ตนดูในมิติการดูแลความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมาย เราก็อยากได้ตัวผู้ต้องหามา ดำเนินคดีเร็ว ส่วนการประสานข้อมูลด้านอุปกรณ์ต่างๆกับประเทศมาเลเซีย คาดว่าภายใน 1-2 วัน น่าจะได้คำตอบ

“บิ๊กป้อม” ขันนอตหน่วยข่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นว่า ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดออกจากการสอบสวนได้ ตอนนี้มีหลักฐานที่เป็นอุปกรณ์สำหรับวางระเบิดที่เป็นโทรศัพท์ซัมซุง รุ่นฮีโร่ สามารถ ตรวจสอบแหล่งที่มาเพื่อขยายผลได้ ที่สำคัญต้องจับกุมตัวละครให้ได้มากกว่านี้ ถึงจะพบมูลเหตุ ส่วนความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ตนให้ความสำคัญ น้อยกว่าประเด็นอื่น เพราะข้อมูลข่าวกรองไม่พบการประสานงานใดๆ และที่มีการพูดเรื่องงานด้านการข่าวนั้น แต่ละเรื่องมีความยากง่ายต่างกัน ครั้งนี้ หน่วยข่าวไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ พอมีเหตุ สังคมจะมองว่าไม่มีศักยภาพ ต้องดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหน่วยข่าวมองข้ามสิ่งใดไป ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้หน่วยข่าวปรับปรุงการทำงานแล้ว ต้องให้เวลา

นายกฯชม รปภ.หิ้วระเบิดพ้นห้าง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบข่าวที่นายกำธร เกตุแก้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ศูนย์การค้าไชน่าทาวน์ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ตัดสินใจหิ้ววัตถุต้องสงสัยที่เชื่อว่าจะเป็นระเบิดออกไปนอกบริเวณห้าง พร้อมกันประชาชนออกห่างจุดดังกล่าว และชื่นชม พร้อมทั้งฝากขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ควรนำมาเป็นแบบอย่าง ทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่เคยสิ้นคนดี พร้อมกันนี้ฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องเผยแพร่แนะนำหลักปฏิบัติที่ถูกต้องในกรณีฉุกเฉิน โดยรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ กันประชาชนออกจากจุดอันตราย หากเป็นไปได้ ควรนำยางรถยนต์มาล้อมวัตถุต้องสงสัยเพื่อลดแรงระเบิดที่อาจเกิดขึ้น เพราะการเคลื่อนย้ายโดยทันทีอาจกลายเป็นการเร่งปฏิกิริยาและเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ พล.ต.สรรเสริญยังกล่าวถึงการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุว่า ขณะนี้มีความคืบหน้า ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนอย่างมาก ฝ่ายความมั่นคงได้รายงานผลให้นายกฯอย่างต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนรอรับฟังการชี้แจงอย่างเป็นทางการ ไม่ควรเชื่อข่าวลือที่อาจทำให้สับสน

“บิ๊กต๊อก” ประชุมเยียวยาเหยื่อระเบิด

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ครั้งที่ 6/2559 มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงยุติธรรม และสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง พล.อ.ไพบูลย์ เปิดเผยว่า ประชุมกันเรื่อง พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม มีเรื่องเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ รวมอยู่ด้วย โดยได้ให้นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่ตรวจสอบและเยี่ยมผู้เสียหายตามโรงพยาบาลต่างๆ เรียบร้อยแล้ว พร้อมให้ผู้เสียหายทั้งได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากบางครอบครัวสูญเสียเสาหลัก รวมทั้งกระทรวง ยุติธรรมได้ใช้หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเหมือนกับเหตุระเบิดราชประสงค์ ส่วนกรณีเพลิงไหม้โลตัส จ.นครศรีธรรมราช ก็น่าเข้าข่ายเหมือนกันทั้งหมดแต่เน้นช่วยเหลือเป็นรายบุคคลเท่านั้น

มาเลเซียเร่งหาผู้ขายโทรศัพท์บึมใต้

ด้านตันสรี คาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ออกมายืนยันทางฝั่งเจ้าหน้าที่ของไทย หลังพบว่ามีการซื้อโทรศัพท์มือถือจากฝั่งมาเลเซียเพื่อนำไปประกอบก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ ของไทย พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ฝั่งชายแดนมาเลเซียอยู่ระหว่างสืบค้นว่าใครเป็นผู้ซื้อและขายโทรศัพท์

ต่างชาติเชื่อเป็นฝีมือโจรใต้

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานจากการให้สัมภาษณ์ของ ดร.จอห์น แบล็กแลนด์ ประจำศูนย์วิจัยค้นคว้าด้านกลยุทธ์และป้องกันประเทศ ประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติกองทัพ หน่วยข่าวกรองกับความมั่นคง และกิจการในเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อว่ากลุ่มโจรใต้น่าจะก่อเหตุวางระเบิดในพื้นที่ภาคใต้เมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองการเจรจา และหากทฤษฎีของตนเองถูก ข้อความที่โจรใต้บอกก็คือ เราต้องการให้รัฐบาลยอมรับในพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น พวกเขาประเมินแล้วว่าการส่งข้อความนี้จะได้ยินผ่านการลงมือทำมากขึ้น

ขณะที่ ดร.พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์ อาจารย์วิทยาลัยการต่างประเทศและการสาธารณะ (SIPA) ประจำมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในสหรัฐฯ เผยว่า ถ้ากลุ่มโจรใต้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุวางระเบิดดังกล่าว พวกเขาอาจจะพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าการเลือกใช้วิธีเข้าถึงประชาชนด้วยกำลังทหารเป็นสิ่งที่พวกเรายอมรับไม่ได้

หวั่นโจรใต้ขยายความรุนแรง

นอกจากนี้ อ.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิจัยวิเคราะห์อิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เผยว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ประชาชนเคยชินกับเหตุความรุนแรง สื่อเริ่มเบื่อ เรื่องราวเริ่มเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งหากผลปรากฏว่ากลุ่มก่อความไม่สงบออกมารับผิดชอบ จะชี้ให้เห็นถึงการขยายระดับความรุนแรงใหม่ที่อันตราย ปกติกลุ่มโจรใต้มักเลี่ยงการโจมตีแหล่งท่องเที่ยวเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้มองเป็นกลุ่ม ก่อการร้าย แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ถ้าหากการโจมตีอย่างนี้แล้วได้ผล โดยเรียกร้องความสนใจในวงที่กว้างขึ้น

“ศรีวราห์” บินด่วนตรวจสำนวนและที่เกิดเหตุระเบิด-วางเพลิงป่วนเมืองในพื้นที่ 7 จังหวัด ประเดิมประชุมชุดคลี่คลายคดีวางเพลิงเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช ส่อเค้าหนุ่มเชียงใหม่ ที่ถูกจับเป็นรายแรก “จับผิดตัว”... 17 ส.ค. 2559 07:39 ไทยรัฐ