วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ขึ้นหม้อ’ตามเทรนด์

ไหนๆก็ไหนๆไม่ต้องเหนียมกันอีกแล้ว

ตามจังหวะแผ้วถางทางพร้อมปูพรมให้ “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ในการออกแบบบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับ “คำถามพ่วง” ที่ผ่านด่านประชามติ

ล่าสุดนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมาประสานเสียงนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.

ว่าที่ “ส.ว.สรรหา” ในอนาคตอันใกล้

ชงข้อเสนอในการเปิดทาง “ส.ว.ลากตั้ง” ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีได้เลยตั้งแต่การประชุมรัฐสภานัดแรก และสภาไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯได้

โดยไม่จำเป็นต้องใช้ 2 ขยักให้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งมีมติก่อน จึงค่อยขอเสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา

ในเมื่อล็อก “พิมพ์เขียว” กันมาแล้ว ก็ไม่ต้องวกวนให้เสียเวลา

แต่ถึงกระนั้นก็ดี ก็ยังไม่ยอมปล่อยไหลตามน้ำกันง่ายๆ มีเสียงคัดค้านสวนทางมาทันควันจากนักเลือกตั้งอาชีพยี่ห้อประชาธิปัตย์

ทั้งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค กับนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายออกมาขัดคอเกมเปิดทาง ส.ว.รวบรัดตีกิน

ยืนยันการเลือกนายกรัฐมนตรีต้องให้สิทธิ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อตามบัญชีก่อน

เว้นแต่ถ้าเลือกกันไม่ได้ ต้องให้เสียงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.หรือเกิน 250 คน เสนอต่อประธาน รัฐสภา ให้รัฐสภามีมติยกเว้น ไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อ จากนั้นจึงใช้เสียงของรัฐสภา คือ ส.ส.และ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ยกเว้นการเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อ

ถือเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่เสนอให้ประชาชนลงคะแนนผ่านประชามติ ดังนั้น เรื่องนี้จะต้องเป็นไปตามหลักการรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติแล้ว ใครจะไปตัดตอน เพิ่มเติม ให้ขาด หรือเกินไปจากนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถือว่าไม่เคารพเสียงของพี่น้องประชาชน

ถ้ามีคนกล้าทำอาจจะต้องถูกส่งตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ

พรรคประชาธิปัตย์ก็ชิงเล่นบทเป็นหัวหอกในการรักษาอำนาจ ส.ส.อย่างสุดกำลัง ตามสถานะของพรรคการเมืองเก่าแก่สุดของประเทศไทย

ยึดหลักการอำนาจประชาธิปไตยโดยแท้จริงต้องมาจากตัวแทนของราษฎร

ในขณะที่อีกทางหนึ่งคนของประชาธิปัตย์ก็ต้องสู้กับเกม “เซ็ตซีโร่” ล้างไพ่ ล้มกระดานพรรคการเมืองนับหนึ่งกันใหม่

พรรคเก่า ค่ายเก่าแก่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

ยากจะฝืนทานต้านกระแสประชามติที่สะท้อนอารมณ์ประชาชนส่วนใหญ่เบื่อหน่ายนักการเมืองรุ่นเก่า วังวนการเมืองน้ำเน่าแบบเดิมๆ

สั่งให้ “ถ่ายเลือด” กันครั้งใหญ่

ตรงกันข้ามกับอาการกระดี๊กระด๊าของพวก “นายหน้า” อำนาจพิเศษ

ประเมินได้จากปรากฏการณ์ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปช.ที่ประกาศตั้งพรรคการเมืองตั้งแต่หัววัน ยังไม่ทันที่จะมีการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญล้อตามคำถามพ่วง

เล่นเอากองเชียร์เป็นห่วงจะเรียกแขกให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหัวหน้า คสช.

แต่สังเกตได้ว่า “บิ๊กตู่” ก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมากมาย แค่ไม่ตอบรับและก็ไม่ได้ปฏิเสธ

เหมือนจะสบช่อง ลองหยั่งกระแสกันในที

ที่แน่ๆสำหรับคนที่ไม่มีต้นทุนทางการเมืองให้เสีย วันนี้ชื่อของนายไพบูลย์และข่าวการตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปกลายเป็นข่าวในสื่อกระแสหลัก คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้ว

จากที่ไร้ราคาก็มีมูลค่าขึ้นมาในฐานะพรรคของ“คนดี” ที่ “จับจอง” พื้นที่รัฐบาลใหม่ไว้ล่วงหน้า

และจากนี้ไปกรณีของนายไพบูลย์ก็จะเป็นสัญญาณนำร่องให้พวก “นายหน้า” อำนาจพิเศษได้เคลื่อนไหวตั้งป้อมค่ายใหม่แสดงตัวแสดงตน

พร้อมเป็นเครือข่ายการเมืองใต้ปีก คสช.

ตามเทรนด์ของพวก “ขึ้นหม้อ” ในช่วงสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน.

ทีมข่าวการเมือง

16 ส.ค. 2559 23:33 ไทยรัฐ