วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“โปเกมอน โก” ฮอต คนเล่นเกม เกมเล่นคน

“โปเกมอน โก” สร้างกระแส นิยมไม่เฉพาะคนเล่นเท่านั้น หากแต่ยังสร้างงานอีกไม่น้อย ที่เป็นข่าวมีบริการขับรถรับส่งพาไปจับโปเกมอนให้หนำใจ หรือจัดทัวร์จัดทริปจับโปเกมอนก็มีให้เห็น

นอกจากนี้ ยังมีบริการอื่นๆ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกที่จะจับเอง แต่อยากมีโปเกมอนเอาไว้เป็นของตัวเอง ก็มีบริการรับจ้างจับให้อีกต่างหาก สนนราคาเหมาเป็นรายวัน อยู่ที่ 250 บาท...การันตีจับได้ 250 ตัวขึ้นไป

เฉลี่ยแล้วเสียเงินจับตัวละ 1 บาท...เรื่องเล่น หรือเรื่องจริง ลองไปสืบค้นกันเอาเอง

อีกบริการเรียกตัวเองว่า “บริการอัพเลเวลโปเกมอน” ผู้เล่นน่าจะรู้ว่ามีประโยชน์แน่นอน เพราะหมายถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวตามเลเวลที่สูงขึ้น ที่จะได้มาพร้อมๆกับตัวโปเกมอน...ไอเท็มเพียบ

บริการที่ว่านี้สนนราคาที่ตั้งกันเอาไว้ คิดเป็นรายชั่วโมง 1 ชั่วโมง 100 บาท...2 ชั่วโมง 200 บาท...3 ชั่วโมง 250 บาท...5 ชั่วโมง 400 บาท ถ้าใครจะเหมาเล่นแบบยาวๆถึงเลเวล 20 ก็อยู่ที่ 500 บาทขาดตัว

สาวกผู้คลั่งไคล้เอาไงดี...จะเล่นเองหรือจ้างให้คนอื่นเล่นให้ เพื่อให้โปรไฟล์ตัวเองเข้าขั้นเทพก็สุดแล้วแต่จะตัดสินใจ หากเลือกที่จะจับเอง เล่นเอง ฝ่าฟันปัญหาอุปสรรค พบความสุข ความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง...ก็ลองหาข้อมูลพัฒนาตัวเองกันไปตามลำดับขั้นตอน

สถานที่เสาะหาโปเกมอน แหล่งรวมไอเท็มเป้าใหญ่น่าจะเป็นสถานที่ที่คนไปรวมกันมากๆ ในเมือง อย่างศูนย์กลางสนามหลวง...แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตลาด...แหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ

“โปเกมอน โก” ยังฮอตฮิต ติดลมบน...ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) บอกว่า อย่าปล่อยโอกาสให้ผ่านพ้นไปเสียเปล่าๆ ต้อง...“ใช้กระแสให้เป็นประโยชน์”


ดร.วรัชญ์ บอกว่า แม้ว่าเกมนี้ดูจะมีผลกระทบและความเสี่ยงบ้าง แต่ก็มีหลายคนที่ชี้ให้เห็นถึงข้อดีเช่นกัน...หากสามารถนำมาปรับได้

“แพทย์หลายท่านก็ได้ออกมาชี้ว่าข้อดีของโปเกมอน โก ก็คือ...การช่วยให้คนที่อยู่ติดบ้าน หรือคนมีอาการซึมเศร้า ได้ออกไปนอกบ้าน ขยับเขยื้อนร่างกาย”

นอกจากนี้ ผู้ปกครองที่เล่นเกมร่วมกับลูก ก็สามารถใช้โอกาสนี้ใช้เวลาร่วมกับลูกในการออกไปนอกสถานที่ ซึ่งดีกว่านั่งเล่นเกมหน้าจออยู่ในบ้านด้วยกัน รวมทั้งสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ...เนื่องจากข้อมูลในเกมนี้มีแต่ภาษาอังกฤษ และมารยาทในการเล่นเกมให้กับลูกได้อีกด้วย

นับรวมไปถึงครู อาจารย์ทั้งในโรงเรียน มหาวิทยาลัย ก็สามารถนำแง่มุมต่างๆของเกมนี้ไปสอนเรื่องต่างๆ เช่น ความรู้เท่าทันสื่อดิจิตอล มารยาท และสิทธิส่วนบุคคล

ประเด็น...“ความรู้เท่าทันสื่อดิจิตอล เป็นทักษะชีวิตที่ขาดไม่ได้”

ทุกวันนี้เนื่องจาก “สื่อดิจิตอล” มีอิทธิพลอย่างมหาศาล และเข้าถึงทุกคนในสังคม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ใช้จะต้องมีความ “รู้เท่าทันสื่อดิจิตอล” (Digital Literacy)

“สื่อดิจิตอลนั้น...ไม่ได้มีเพียงแค่การใช้เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่ยังมีผลกระทบอื่นๆที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย การถูกล่อลวง ความเป็นส่วนตัว ค่าใช้จ่าย มารยาทในโลกออนไลน์ การตกเป็นเหยื่อในการกลั่นแกล้ง ผลต่อสุขภาพกาย...ใจ และอื่นๆ”

ทั้งหมดเหล่านี้ดูจะเป็นปัญหามากกว่าข้อดี ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งเป็นความรับผิดชอบขององค์กรเอกชน ที่จะต้องทำให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชน ได้มีความรู้เท่าทันสื่อดิจิตอล

เพื่อลดผลกระทบในทางลบจากการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จำเป็นพอๆหรืออาจจะมากกว่าความรู้ทางวิชาการเสียด้วยซ้ำ ในการใช้ชีวิตประจำวันในสังคมอนาคต

เมื่อเป็นเช่นนั้น...“รัฐต้องเตรียมพร้อมและคาดการณ์ล่วงหน้า”

ดร.วรัชญ์ ย้ำว่า ในเมื่อเราปิดกั้นเทคโนโลยีไม่ได้ ไม่ว่าจะเข้ามาในรูปแบบของเกมหรือสื่อดิจิตอลแบบใดก็ตาม และเราสามารถรู้ได้ว่า...สังคมไทยยังจะต้องเผชิญกับกระแสเทคโนโลยีมากขึ้น...ซับซ้อนขึ้นตลอดเวลา

ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องตื่นตระหนก และพุ่งเป้าไปที่การห้ามปรามแต่เพียงอย่างเดียว แต่ภาครัฐ...หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง จำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของยุคดิจิตอลว่า

“หากเกิดกระแสอะไรขึ้นมาแล้ว จะมีความรวดเร็วและรุนแรงจนแทบจะตั้งตัวไม่ทัน จึงจำเป็นต้องมีการคาดการณ์...วางแผนรับมือไว้ก่อน เช่น ในกรณีของโปเกมอน โก ได้มีการปล่อยให้เล่นในประเทศอื่นๆมาแล้วระยะหนึ่ง จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่า...หากเข้ามาในประเทศไทยแล้วจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง”

จะต้องเตรียมแผนการรองรับได้อย่างไรดี รวมทั้งการวางแผนล่วงหน้าได้ว่า...หากกระแสเทคโนโลยีที่คล้ายกันเข้ามาอีกจะเป็นอย่างไร

“เกมโปเกมอน โก” ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ที่ผสมระหว่าง “โลกจริง” กับ “โลกเสมือน” ซึ่งในกรณีนี้ เป็นตัวสัตว์ประหลาดที่เห็นและแยกแยะได้อย่างชัดเจน

ประเด็นที่น่าขบคิดกันต่อไป...ถ้าสมมติว่าอนาคตมีเกมตามไล่ล่า “ผู้ร้าย” หรือ “ซอมบี้” ที่แฝงตัวอยู่กับผู้คน ในสถานที่ชุมชน ห้องเรียน พาหนะสาธารณะ แล้วการ...“กำจัด” ไม่ใช่เป็นการโยนลูกบอลใส่เหมือนเกมโปเกมอน โก แต่เป็นการยกจอหรืออุปกรณ์คล้ายปืนขึ้นยิง จะเกิดความวุ่นวายโกลาหลเพียงใด

ฉันใดก็ฉันนั้น... “เทคโนโลยีไม่ได้มีไว้ให้ใช้อย่างเดียว แต่ต้องใช้ควบคู่กับกฎ กติกา มารยาท และความรับผิดชอบ”

ถึงตรงนี้ ดร.วรัชญ์ บอกอีกว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ ทำให้สังคมตื่นตัวขึ้นมาระดับหนึ่งว่า เทคโนโลยีไม่ใช่แค่สิ่งอำนวยความสะดวก แต่สามารถรุกล้ำเข้ามาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้คนในสังคม หากใช้อย่างไม่รับผิดชอบ ย่อมจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีต่อส่วนรวม

ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น ทั้งผู้ผลิตเกม ผู้นำเข้า ผู้ทำการตลาด จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทต่างๆของแต่ละสังคม ไม่ใช่คำนึงถึงแต่การสร้างความนิยมอย่างเดียว

เช่น ไม่ควรกำหนดให้ผู้เล่นเข้าไปในบางสถานที่ที่เป็นเขตหวงห้าม หรือมีความเสี่ยงภัย พ่อแม่ที่อนุญาตให้ลูกเล่น ก็ไม่ใช่เพียงแค่โยนเกมให้ลูกเล่น...เพื่อจะได้ไม่ต้องมากวนพ่อแม่ แต่พ่อแม่ต้องคอยดูแล ทำความเข้าใจ...สร้างกรอบและเงื่อนไขที่ชัดเจนให้กับลูก

“เล่นได้เมื่อไหร่ นานแค่ไหน ที่ไหนบ้าง และรู้อยู่เสมอเมื่อลูกเล่นเกมนี้ โดยอาจจะให้เล่นไปพร้อมกันกับผู้ปกครองก็ได้ สุดท้ายแล้ว...สำคัญที่สุดก็คือผู้เล่นเอง ที่จะต้องเล่นเกมอย่างมีสติ รู้ตัวเสมอว่า ไม่ว่าจะในเกม หรือในชีวิตจริง ต่างก็มีกฎ กติกา มารยาท และความรับผิดชอบเหมือนกัน”

สุดท้ายแล้ว ปรากฏการณ์ “โปเกมอน โก” ก็จะผ่านไปเช่นเดียวกับปรากฏการณ์อื่นๆ ซึ่งตัวเกมนั้นไม่ได้มีประโยชน์หรือโทษในตัวเอง แต่อยู่ที่การนำมาใช้ว่าจะก่อให้เกิดผลในทางใด

นั่นก็คือ...“สิ่งใดที่เกินพอดี ย่อมก่อให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์”...ผู้เล่นจึงต้องมีสติตั้งอยู่ในความพอดี และคิดอยู่เสมอว่า “คนเล่นเกม อย่าให้เกมเล่นคน”.

16 ส.ค. 2559 10:55 ไทยรัฐ