วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“เซ็ตซีโร่” ใครได้-ใครเสีย

กฎหมายลูก 10 ฉบับที่ กรธ.จะต้องพิจารณาเพื่อใช้เป็นกติกาประกอบรัฐธรรมนูญ โดยมีเวลาจัดทำให้เสร็จภายในเวลา 240 วัน โดยเบื้องต้นจะดำเนินการให้เสร็จ 4 ฉบับไปก่อน เพื่อใช้ในการเลือกตั้งและส่งให้ สนช.พิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับนั้นจะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. การได้มาซึ่ง ส.ว. พรรคการเมืองและ กกต.

ในการเลือกตั้งนั้นมีข้อเสนอออกมามากพอสมควร โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง-ขายสิทธิ ซึ่งมีทั้งการเสนอห้ามผู้สมัครบริจาคเงินทั้งงานบุญงานกุศลต่างๆ เช่นที่ปฏิบัติมา เช่น งานศพ งานแต่งงาน

ปรากฏว่าฝ่ายการเมืองจะไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าเป็นเรื่องของมิตรจิตมิตรใจอันเป็นวัฒนธรรมของสังคมมาอย่างยาวนาน

ที่เห็นและเป็นอยู่ทั้งผู้สมัครและนักการเมืองที่ผ่านมามักจะเดินสายเพื่อไปร่วมงานบุญเหล่านี้จนถือว่าเป็นเรื่องปกติ

ถือเป็นค่าใช้จ่ายทางสังคม

แต่ถูกมองว่าวิธีการนี้จะเอื้อต่อการหาเสียงอย่างแยกไม่ออก ถือเป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นการหาเสียง-ซื้อเสียงโดยปริยาย

ครับ...ก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีก็แล้วกัน

ที่มีการพูดกันมาก แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า กรธ.จะนำไปพิจารณาหรือไม่ คือ พ.ร.บ.พรรคการเมืองจะมีการรื้อใหม่ทั้งหมด เพื่อให้พรรคการเมืองต้องมาจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งพรรคใหม่

“เซ็ตซีโร่” พรรคการเมืองใหม่ทั้งหมด

หาก กรธ.บรรจุเรื่องนี้เอาไว้ก็เท่ากับว่าพรรคการเมืองทุกพรรคที่จดทะเบียนเอาไว้แล้วจะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่การขอจดทะเบียนพรรค การหาชื่อพรรค การหาสมาชิกพรรค การตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ผู้ก่อตั้งพรรค เป็นต้น

แน่นอนว่าทุกพรรคการเมืองจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ทั้งหมดถือว่าทุกพรรคนับหนึ่งพร้อมๆกัน เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ

เรื่องนี้พรรคการเมืองที่จะจัดตั้งใหม่ไม่มีปัญหา แต่พรรคการเมืองเก่าจะเกิดปัญหาทันทีเพียงแต่จะมากน้อยแค่ไหนก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรค

ยิ่งพรรคการเมืองใหญ่ยุ่งยากกว่าพรรคการเมืองเล็ก

เท่าที่สังเกตดูแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะมีปัญหามากที่สุด จะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้มองว่าเป็นการเล่นเกมการเมืองมากกว่าที่จะเป็นข้อเสนอที่ไม่ปกติ

เช่นกันพรรคเพื่อไทยพรรคการเมืองใหญ่อีกพรรคหนึ่งก็มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งพรรคการเมืองเพื่อหวังให้เกิดประโยชน์กับพรรคการเมืองที่ต้องการสนับสนุน คสช.มากกว่า

ถ้าพูดให้ถึงที่สุดแล้ว พรรคการเมืองที่จะมีปัญหามากที่สุดคือ พรรคใหญ่ 2 พรรค แต่พรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กไม่มีเสียงต่อต้าน เพราะคงไม่มีปัญหา แต่กลับจะได้ประโยชน์มากกว่า

ในความเป็นจริงพรรคเพื่อไทยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะสามารถดำเนินการได้ทันอยู่แล้ว แม้กระทั่งการเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะเคยเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง ตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชนจนมาถึงเพื่อไทย

ไม่ว่าจะชื่อไหนก็คือพรรคทักษิณอันเป็นสัญลักษณ์อยู่แล้ว

ที่จะมีปัญหามากที่สุดก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่ที่สุด สัญลักษณ์ของพรรคนี้คือ “ประชาธิปัตย์” ไม่เกี่ยวชื่อของนักการเมือง

หากมีการขอใช้ชื่อ “ประชาธิปัตย์” เพื่อจดทะเบียนจากใครก็ตามที่ต้องการชิงชื่อนี้เอาไปใช้เป็นชื่อพรรคนั่นแหละจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้

ทีนี้แหละจะยุ่งกันไปทั้งพรรคแน่...

“สายล่อฟ้า”

16 ส.ค. 2559 10:21 16 ส.ค. 2559 10:21 ไทยรัฐ