วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้กำลังใจประเทศไทย ด้วย “มหกรรมวิจัย” 2559

โดย ซูม

ผมเขียนเรื่องที่เป็นความทุกข์ของประเทศไทยจากฝีมือของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ไม่หวังดีต่อชาติ ลอบวางระเบิดก่อความวุ่นวายในหลายๆจังหวัด...ติดต่อกันมาแล้ว 2 วันเต็มๆ

วันนี้ขออนุญาตเปลี่ยนมาเขียนในเรื่องดีๆ เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ทำงานปิดทองหลังพระ แต่ผลงานของเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ และจะช่วยให้ประเทศไทยของเราเจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เข้าทำนองใครทำร้ายประเทศเราก็ควรตำหนิและสาปแช่ง แต่ใครก็ตามที่ทำดีสร้างประโยชน์แก่แผ่นดิน เราก็ควรให้กำลังใจ

บุคคลที่ทำงานเพื่อประเทศชาติกลุ่มนี้ก็คือ นักวิจัยต่างๆที่อยู่ตามห้องทดลองต่างๆของสถาบันการศึกษา หรือตามโรงงานอุตสาหกรรมทั้งของรัฐและเอกชนทั้งประเทศ หรือไม่ก็อยู่ในท้องไร่ท้องนา ในแม่น้ำลำคลอง เพื่อทำการวิจัยด้านเกษตร ด้านอาหารการกิน และ ฯลฯ นั่นเอง

เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า นักวิจัยในทุกสาขาทุกๆประเภทมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาของประเทศนั้นๆ

จึงกลายเป็นเป้าหมายของประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก ในการที่จะใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อการวิจัยให้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี และผลิตบุคลากรประเภทนักวิจัยในทุกๆสาขาให้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

โดยเฉลี่ยในประเทศพัฒนาแล้ว จะมีงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนา 2 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีเป็นอย่างน้อย

ของประเทศเราเป็นที่ทราบกันแล้วว่า เราใช้งบประมาณเพื่อการวิจัยค่อนข้างต่ำ เรามีนักวิจัยค่อนข้างน้อย และผลงานวิจัยต่างๆยังไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพาย เพราะยังไม่สามารถเอาไปผลิต ไปขายได้มากนัก

แต่เราก็พยายามทุ่มเทเรื่อยมา มีการเจียดงบประมาณมาใช้จ่าย เพื่อการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น

จากการใช้งบประมาณไม่ถึง 0.4 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ในอดีตเราพยายามจัดเพิ่มขึ้นทุกๆปี และในช่วง 2-3 ปีหลัง ภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย ถือเป็น 1 ในงานสำคัญของการปฏิรูปประเทศ ทำให้คาดว่างบประมาณวิจัยของเราอาจจะถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ในปี 2559 นี้ (ซึ่งก็ยังต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆอีกเยอะ)

ที่สำคัญในช่วง 4-5 ปีหลังนี้ ได้มีการจัดงานเป็นเชิงให้กำลังใจแก่นักวิจัยของประเทศไทยเรา ด้วยการเชื้อเชิญให้นักวิจัยมาแสดงผลงานวิจัยด้านต่างๆ ให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้ามาติดต่อ เพื่อจะเอางานวิจัยบางงานไปต่อยอด จนเกิดผลผลิตได้ในที่สุด

นั่นก็คือ “งานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ” หรืองาน “Thailand Research Expo” ซึ่งจะเริ่มมานานเท่าไรแล้วไม่ทราบแต่ผมจำได้ว่าเคยเขียนให้ครั้งแรกเมื่อปี 2556 นับมาถึงบัดนี้ก็ 4 ปีเข้าไปแล้ว

ก็ต้องขอให้กำลังใจอีกครั้งสำหรับ “งานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2559” หรือ “Thailand Research Expo 2016” ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 09.30 น. วันนี้ (17 ส.ค.) ไปจนถึงวันอาทิตย์นี้ 21 ส.ค. ณ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กทม.

ถือเป็นงานใหญ่มีผลงานวิจัยกว่า 400 ผลงานจากสถาบัน องค์กร, มหาวิทยาลัย, ส่วนราชการ และภาคเอกชนรวมไม่ต่ำกว่า 150 หน่วยงาน ใน 9 หัวข้อหลักที่จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม การแพทย์ การอนุรักษ์วัฒนธรรมสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

นอกจากการแสดงนิทรรศการผลงานแล้วยังมีการเสวนามีการบรรยายอีกหลากหลายหัวข้อรวมทั้งการนำเสนอผลงานจากผู้วิจัยและมหาวิทยาลัยรวมแล้วมากกว่า 100 หัวข้อเรื่องในห้องประชุมย่อยที่จัดไว้ไปเลือกฟังกันได้ตามอัธยาศัย

จริงอยู่เราอาจได้ยินเสียงวิพากย์วิจารณ์ว่างานวิจัยของไทยเรายังไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่สามารถเอาไปต่อยอดทำประโยชน์ได้อย่างจริงจัง และส่วนมากวิจัยเสร็จก็เข้าแฟ้มขึ้นหิ้งเก็บไว้

แต่สำหรับผมแล้วขอให้เริ่มต้นเอาไว้ก่อน...อาจจะสะเปะสะปะไปบ้างหรือไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไรนัก แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆวิจัยไปเรื่อยๆ ดึงผู้คนให้หันมาสนใจงานวิจัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆสักวันหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

ไม่สำเร็จปีนี้ก็ขอให้สำเร็จในปีหน้า ปีโน้น เพราะงานวิจัยเป็นงานที่จะต้องทำไปเรื่อยๆอาจล้มเหลวมากกว่าสำเร็จก็ต้องทนและยอมสูญเสีย สักวันหนึ่งเมื่อเราไปถึงจุดๆหนึ่งความสำเร็จจะมาถึงเราเอง...ขอให้กำลังใจนักวิจัยทุกคนนะครับ.

"ซูม"

16 ส.ค. 2559 10:13 ไทยรัฐ