วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทศกาลกตัญญู

ความเชื่อจีนโบราณ เดือนเจ็ดเป็นทั้งเดือนดีและเดือนร้าย เมื่อเริ่มเก็บเกี่ยวข้าว ก็ต้องนำผลแรก (ข้าวใหม่) ไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษ

เทพประจำเดือนเจ็ด เป็นเทพแห่งความตาย ก็ต้องมีพิธีเซ่นสรวงต่างหาก

มีความเชื่ออีกว่า ในขณะผีบรรพบุรุษมารับเครื่องเซ่นไหว้ ยังมีผีร้ายร่อนเร่ ที่หิวโหยเรียกว่า “ลี่” จะเข้ามาแย่งกินของไหว้ หรือไม่ก็จะไปทำร้ายผู้คน จึงต้องจัดพิธีเซ่นไหว้ไว้ ผีไม่มีญาติไว้อีกที่

(เทศกาลจีน และการเซ่นไหว้ ถาวร สิกขโกศล สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2557)

ในสมัยราชวงศ์จิ้น อิทธิพลของพุทธศาสนาทำให้เซ่นไหว้เดือนเจ็ดแตกหน่อขยายกอออกไป

มีผู้แปลอุลลัมพนสูตร พระสูตรในพุทธศาสนานิกายโยคาจาร ...ความว่า

มารดาพระโมคคัลลาน์ อัครสาวกผู้ได้ชื่อว่าเรืองฤทธิ์ ตายไปเกิดเป็นเปรต อดอยากหิวโหย พระโมคคัลลาน์สำแดงฤทธิ์นำข้าวในบาตรส่งไปถึงมือมารดา

เปรตใช้มือซ้ายประคองบาตร ใช้มือขวาเปิบข้าว แต่ยังไม่ทันเข้าปาก ข้าวก็กลายเป็นเถ้าถ่าน

ความทราบถึงพระพุทธเจ้า

ทรงแนะนำให้จัดภัตตาหารหลากรส ผลไม้นานาชนิด น้ำปานะ ธูปเทียนและเครื่องไทยทาน ใส่พานไปถวายแต่พระสงฆ์ทั่วทุกสารทิศ

เมื่อพระโมคคัลลาน์ทำตามพุทธดำรัส ด้วยบุญฤทธิ์ที่พระสงฆ์รักษาพรหมจรรย์มา 1 พรรษา แลอานิสงส์แห่งสังฆทาน จะมีผลให้บิดามารดาในชาติก่อน 7 ชาติ บิดามารดาในชาตินี้ ตลอดวงศาคณาญาติ

พ้นจากอบายทั้งสาม (นรก เปรต เดรัจฉาน) ไปเกิดในสรวงสวรรค์

อาจารย์ถาวรบอกว่า ช่วงจำพรรษาของพระสงฆ์ประเทศจีนกับประเทศไทยไม่ตรงกัน พระจีนจำพรรษาช่วงฤดูร้อนฝนตกชุก ข้าวกำลังเจริญเติบโต จึงเข้าพรรษากลางเดือนสี่ ออกพรรษากลางเดือนเจ็ด ต้นฤดูใบไม้ร่วง

คติจีนเดิมนั้น ความกตัญญูเป็นเรื่องใหญ่ การทำอุลลัมพนสังฆทาน จึงแพร่หลาย เริ่มจากวัดแพร่เข้าวัง ออกไปสู่ประชาชน

ในสมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ พุทธศาสนารุ่งเรืองทั่วจีน พิธีนี้ยิ่งได้รับความนิยม ในรัชกาลเหลียงอู่ตี้ ซึ่งพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ พิธีอุลลัมพนบูชา เป็นพระราชพิธีประจำปี

ราชวงศ์เหนือ-ใต้จัดพิธีที่วัด ถึงสมัยราชวงศ์ถังเปลี่ยนมาจัดในวัง ในหมู่ชาวบ้านมีการนิมนต์พระมารับสังฆทานที่บ้าน ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง อิทธิพลของศาสนาเต๋าและลัทธิขงจื๊อ ทำให้พิธีสงฆ์เริ่มลดน้อยลง

มีแต่พิธีเซ่นไหว้บิดามารดาบรรพชนและผีอื่นๆ

ตามหลักของลัทธิขงจื๊อ การเซ่นไหว้บรรพชน ในวันเทศกาลต่างๆ ถือเป็นกิจสำคัญที่ลูกหลานจะงดเว้นมิได้ ประกอบกับสถานะของภิกษุ ภิกษุณีในจีน ไม่เป็นที่เคารพมากนัก

ศูนย์กลางชุมชนไม่ได้อยู่ที่วัด แต่อยู่ที่ศาลบวงสรวงบรรพชน

สมัยราชวงศ์ถัง ศาสนาเต๋ารุ่งเรืองแข่งเคียงกับพุทธศาสนา ในขณะที่ลัทธิขงจื๊อยังเป็นแกนกลางของสังคมจีน

นานๆเข้า การอุทิศส่วนกุศลให้บรรพชนและผีอื่นผ่านพระโดยพิธีอุลลัมพนบูชาก็เสื่อมหายไป นับจากราชวงศ์ถัง เริ่มเทศกาลบูชาเทพจงหยวน ชื่อเป็นทางการของเทศกาลกลางเดือนเจ็ด หรือสารทจีน มาจนถึงปัจจุบัน

อาจารย์ถาวรบอกว่า ชาวบ้านจีนรับกิจกรรมทั้งของพุทธ เต๋าและขงจื๊อมาผสมผสาน คัดสรรจนกลมกลืน จุดร่วมหลักอยู่ที่การเซ่นไหว้บรรพชนและอุทิศส่วนกุศลให้ผีไม่มีญาติ

ในขณะที่วัดพุทธและวัดเต๋า ต่างฝ่ายต่างก็รักษากิจกรรมของตน ไม่ปะปนกัน

เราผ่านเลยวันแม่ หาเวลาไปกราบไปกอดแม่ที่ยังมีชีวิต...ได้ไม่กี่วัน วันนี้ก็ถึงสารทจีน เทศกาลแห่งความเกื้อกูลและกตัญญู ไหว้พ่อแม่ ปู่ ย่า กันเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมจัดของเซ่นไหว้ เผื่อแผ่ ฮ้อเฮียตี๋ พี่น้องที่ดี

ระเบิดปึงปังโป้งป้างเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คือสัญญาณจากผีเร่ร่อน แต่สาเหตุจะเพราะความหิวโหย หรือจะเตือนว่า เล่นเกมอำนาจบีบคั้นกันเกินไป ก็แล้วแต่ใครจะตีความ.

กิเลน ประลองเชิง

16 ส.ค. 2559 10:12 ไทยรัฐ