วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เทศกาลกตัญญู

เทศกาลกตัญญู

  • Share:

ความเชื่อจีนโบราณ เดือนเจ็ดเป็นทั้งเดือนดีและเดือนร้าย เมื่อเริ่มเก็บเกี่ยวข้าว ก็ต้องนำผลแรก (ข้าวใหม่) ไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษ

เทพประจำเดือนเจ็ด เป็นเทพแห่งความตาย ก็ต้องมีพิธีเซ่นสรวงต่างหาก

มีความเชื่ออีกว่า ในขณะผีบรรพบุรุษมารับเครื่องเซ่นไหว้ ยังมีผีร้ายร่อนเร่ ที่หิวโหยเรียกว่า “ลี่” จะเข้ามาแย่งกินของไหว้ หรือไม่ก็จะไปทำร้ายผู้คน จึงต้องจัดพิธีเซ่นไหว้ไว้ ผีไม่มีญาติไว้อีกที่

(เทศกาลจีน และการเซ่นไหว้ ถาวร สิกขโกศล สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2557)

ในสมัยราชวงศ์จิ้น อิทธิพลของพุทธศาสนาทำให้เซ่นไหว้เดือนเจ็ดแตกหน่อขยายกอออกไป

มีผู้แปลอุลลัมพนสูตร พระสูตรในพุทธศาสนานิกายโยคาจาร ...ความว่า

มารดาพระโมคคัลลาน์ อัครสาวกผู้ได้ชื่อว่าเรืองฤทธิ์ ตายไปเกิดเป็นเปรต อดอยากหิวโหย พระโมคคัลลาน์สำแดงฤทธิ์นำข้าวในบาตรส่งไปถึงมือมารดา

เปรตใช้มือซ้ายประคองบาตร ใช้มือขวาเปิบข้าว แต่ยังไม่ทันเข้าปาก ข้าวก็กลายเป็นเถ้าถ่าน

ความทราบถึงพระพุทธเจ้า

ทรงแนะนำให้จัดภัตตาหารหลากรส ผลไม้นานาชนิด น้ำปานะ ธูปเทียนและเครื่องไทยทาน ใส่พานไปถวายแต่พระสงฆ์ทั่วทุกสารทิศ

เมื่อพระโมคคัลลาน์ทำตามพุทธดำรัส ด้วยบุญฤทธิ์ที่พระสงฆ์รักษาพรหมจรรย์มา 1 พรรษา แลอานิสงส์แห่งสังฆทาน จะมีผลให้บิดามารดาในชาติก่อน 7 ชาติ บิดามารดาในชาตินี้ ตลอดวงศาคณาญาติ

พ้นจากอบายทั้งสาม (นรก เปรต เดรัจฉาน) ไปเกิดในสรวงสวรรค์

อาจารย์ถาวรบอกว่า ช่วงจำพรรษาของพระสงฆ์ประเทศจีนกับประเทศไทยไม่ตรงกัน พระจีนจำพรรษาช่วงฤดูร้อนฝนตกชุก ข้าวกำลังเจริญเติบโต จึงเข้าพรรษากลางเดือนสี่ ออกพรรษากลางเดือนเจ็ด ต้นฤดูใบไม้ร่วง

คติจีนเดิมนั้น ความกตัญญูเป็นเรื่องใหญ่ การทำอุลลัมพนสังฆทาน จึงแพร่หลาย เริ่มจากวัดแพร่เข้าวัง ออกไปสู่ประชาชน

ในสมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ พุทธศาสนารุ่งเรืองทั่วจีน พิธีนี้ยิ่งได้รับความนิยม ในรัชกาลเหลียงอู่ตี้ ซึ่งพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ พิธีอุลลัมพนบูชา เป็นพระราชพิธีประจำปี

ราชวงศ์เหนือ-ใต้จัดพิธีที่วัด ถึงสมัยราชวงศ์ถังเปลี่ยนมาจัดในวัง ในหมู่ชาวบ้านมีการนิมนต์พระมารับสังฆทานที่บ้าน ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง อิทธิพลของศาสนาเต๋าและลัทธิขงจื๊อ ทำให้พิธีสงฆ์เริ่มลดน้อยลง

มีแต่พิธีเซ่นไหว้บิดามารดาบรรพชนและผีอื่นๆ

ตามหลักของลัทธิขงจื๊อ การเซ่นไหว้บรรพชน ในวันเทศกาลต่างๆ ถือเป็นกิจสำคัญที่ลูกหลานจะงดเว้นมิได้ ประกอบกับสถานะของภิกษุ ภิกษุณีในจีน ไม่เป็นที่เคารพมากนัก

ศูนย์กลางชุมชนไม่ได้อยู่ที่วัด แต่อยู่ที่ศาลบวงสรวงบรรพชน

สมัยราชวงศ์ถัง ศาสนาเต๋ารุ่งเรืองแข่งเคียงกับพุทธศาสนา ในขณะที่ลัทธิขงจื๊อยังเป็นแกนกลางของสังคมจีน

นานๆเข้า การอุทิศส่วนกุศลให้บรรพชนและผีอื่นผ่านพระโดยพิธีอุลลัมพนบูชาก็เสื่อมหายไป นับจากราชวงศ์ถัง เริ่มเทศกาลบูชาเทพจงหยวน ชื่อเป็นทางการของเทศกาลกลางเดือนเจ็ด หรือสารทจีน มาจนถึงปัจจุบัน

อาจารย์ถาวรบอกว่า ชาวบ้านจีนรับกิจกรรมทั้งของพุทธ เต๋าและขงจื๊อมาผสมผสาน คัดสรรจนกลมกลืน จุดร่วมหลักอยู่ที่การเซ่นไหว้บรรพชนและอุทิศส่วนกุศลให้ผีไม่มีญาติ

ในขณะที่วัดพุทธและวัดเต๋า ต่างฝ่ายต่างก็รักษากิจกรรมของตน ไม่ปะปนกัน

เราผ่านเลยวันแม่ หาเวลาไปกราบไปกอดแม่ที่ยังมีชีวิต...ได้ไม่กี่วัน วันนี้ก็ถึงสารทจีน เทศกาลแห่งความเกื้อกูลและกตัญญู ไหว้พ่อแม่ ปู่ ย่า กันเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมจัดของเซ่นไหว้ เผื่อแผ่ ฮ้อเฮียตี๋ พี่น้องที่ดี

ระเบิดปึงปังโป้งป้างเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คือสัญญาณจากผีเร่ร่อน แต่สาเหตุจะเพราะความหิวโหย หรือจะเตือนว่า เล่นเกมอำนาจบีบคั้นกันเกินไป ก็แล้วแต่ใครจะตีความ.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้