วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พายุโค่นเสาไฟยับ ที่แปดริ้วกับปากนํ้า น่าน-พะเยานํ้าท่วม

พายุโค่นเสาไฟยับ ที่แปดริ้วกับปากนํ้า น่าน-พะเยานํ้าท่วม

  • Share:

ฝนถล่มน้ำป่าทะลักท่วมในตัวเมืองน่านอย่างหนัก แถมระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว ชาวบ้านพากันขนข้าวของหนีกันทุลักทุเล โรงเรียนทุกแห่งสั่งปิดเรียนชั่วคราวทันที ขณะที่พื้นที่รอบนอกหลายอำเภอจมอยู่ใต้บาดาล ชาวบ้านจมน้ำเสียชีวิต 1 ศพ จังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว 6 อำเภอ ส่วน จ.พะเยา น้ำป่าทะลักท่วมในพื้นที่อำเภอปงกับอำเภอเชียงคำ รุนแรง ชาวบ้านถูกกระแสน้ำซัดสูญหาย 1 คน บาดเจ็บ 3 คน วัวจมน้ำตายเกลื่อน 5 ตัว จ.ตาก น้ำป่าจากฝั่งพม่าตรงข้าม อ.พบพระ ไหลทะลักลงต้นแม่น้ำเมย ทำให้แม่น้ำเมยมีระดับสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ด้าน จ.นครพนม ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จังหวัดเตือนชาวบ้านติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ภาคกลางพายุฝนกระหน่ำเสาไฟฟ้าโค่นทับรถนับสิบคันที่ฉะเชิงเทรากับสมุทรปราการ

ฝนถล่มภาคเหนือภาคอีสานหลายจังหวัดน้ำป่าทะลักท่วมฉับพลัน ชาวบ้านพากันเดือดร้อนทั่วหน้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ว่า ที่ จ.น่าน หลังฝนตกติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองน่านรุนแรง ถนนสายอนันตวรฤทธิเดชตั้งแต่สี่แยกธนาคาร ธ.ก.ส.ไปถึงสี่แยกฟ้าธานินทร์ ถูกน้ำท่วมสูง 30-50 ซม. รถเล็กสัญจรไม่ได้ ส่วนหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองน่าน เป็นย่านธุรกิจการค้าก็มีน้ำท่วมหนัก เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน ระดมกำลังเปิดฝาท่อระบายน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำเต็มที่ พร้อมประกาศเสียงตามสายให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ริมตลิ่ง ให้เตรียมตัวเก็บของมีค่าขึ้นไว้ที่สูง เพราะระดับน้ำได้เพิ่มมากขึ้น และกำชับให้เจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยอยู่เวรยามเฝ้าระวังเตือนภัย และช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.

ขณะที่โรงเรียนในเขตชุมชนเทศบาลเมืองน่าน มีการสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว เนื่องจากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงเรียนสตรีศรีน่าน เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด และตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำน่าน ทางนายสมพงษ์ พิมพ์มาศ รรท.ผอ.ประกาศให้นักเรียนรีบกลับบ้าน เพราะเกรงนักเรียนจะไม่ปลอดภัย หากมีน้ำท่วมเข้าชุมชน ส่วนครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการศึกษา ให้ประจำอยู่โรงเรียนและวิทยาลัยตามปกติ เพื่อเฝ้าระวังและตรวจตราอุปกรณ์การเรียนการสอน นำไปไว้ยังสถานที่ปลอดภัยที่สุด และเฝ้าตรวจตราดูระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่เพิ่มสูงขึ้น และติดตามข่าวสาร โดยประสานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด ขณะที่ พญ.ณัฐภร ประกอบ ผอ.รพ.น่าน ประชุมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือขนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม พร้อมตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ส่วนพื้นที่รอบนอกโดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 6 ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ ถนนหลายสายเกิดการทรุดตัวเพราะฝนตกหนัก ทำให้ดินชุ่มน้ำจนรับน้ำไม่ไหว บ้านเรือนประชาชนดินทรุดตัวจนกำแพงบ้านพังทลายลงมาทับรถ จยย.เสาไฟฟ้าหักโค่น ทำไฟฟ้าดับทั่วหมู่บ้าน ถนนราดยางภายในหมู่บ้านทรุดตัวเป็นทางยาวร่วม 100 เมตร รถไม่สามารถผ่านไปมาได้ ทำให้ราษฎร 93 ครัวเรือน จำนวน 300 คน ได้รับความเดือดร้อน เพราะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก อีกทั้งยังมีการอพยพชาวบ้าน 4 ครัวเรือน จำนวน 13 คน ออกจากหมู่บ้านเนื่องจากอยู่ในแนวทรุดตัวของดิน ขณะที่นายประสิทธิ์ วังสาร อายุ 49 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.เจดีย์ชัย อ.ปัว เคราะห์ร้ายถูกกระแสน้ำซัดจมน้ำเสียชีวิตอนาถ

ต่อมาเย็นวันเดียวกันจังหวัดน่านประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) ทั้งหมด 6 อำเภอ ประกอบด้วย 1.อำเภอสันติสุข มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 3 ตำบลคือ ต.ป่าแลวหลวง ต.พงษ์ และ ต.ดู่พงษ์ รวม 38 หมู่บ้าน 2.อำเภอท่าวังผา พื้นที่ถูกน้ำท่วม 4 ตำบลคือ ต.ตาลชุม ต.ท่าวังผา ต.จอมพระ และ ต.ริม รวม 21 หมู่บ้าน 3.อำเภอปัว มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 3 ตำบล คือ ต.สถาน ต.เจดีย์ชัยและ ต.แงง รวม 9 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย 4. อำเภอภูเพียง มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 4 ตำบล คือ ต.เมืองจัง ต.ท่าน้าว ต.ฝายแก้ว และต.ม่วงตึ๊ด รวม 13 หมู่บ้าน 5.อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 1 ตำบล คือ ต.ขุนน่าน แถมดินในหมู่บ้านทรุดตัว และ 6.อำเภอเมืองน่าน มี 2 ตำบล คือ ต.ผาสิงห์ กับเขตเทศบาลเมืองน่าน 17 ชุมชน จากทั้งหมด 31 ชุมชน จะได้ส่งให้การช่วยเหลือต่อไป

ที่ จ.พะเยา น้ำป่าไหลหลากท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.ปง มีน้ำในลำน้ำงิม ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.งิม ก่อนไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.ออย และไหลลงสู่แม่น้ำยม ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น จนท่วมหนักในพื้นที่ อ.ปง เป็นวงกว้าง ระดับน้ำบางจุดสูง 50-100 ซม. ที่ว่าการอำเภอปง รวมทั้งสถานที่ราชการ บ้านเรือนประชาชนสองฝั่งแม่น้ำจมอยู่ใต้บาดาล ชาวบ้านพากันเดือดร้อนทั่วหน้า ขณะที่นายนพรัตน์ คันธะเรศ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 1 บ้านนาปรัง ต.นาปรัง อ.ปง ถูกกระแสน้ำซัดจมหายขณะขนย้ายสัตว์เลี้ยงยังค้นหาร่างไม่พบ ส่วนพื้นที่ ต.ปง อ.ปง กระแสน้ำซัดวัวชาวบ้านตายเกลื่อนถึง 5 ตัว เจ้าหน้าที่ลำเลียงซากวัวขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล

ทางด้าน อ.เชียงคำ น้ำป่าทะลักท่วมเป็นวงกว้างเช่นกันถนนหลายสายใช้การไม่ได้ โดยเฉพาะถนนสายไป อ.ปง หลายช่วงถูกน้ำท่วมสูงรถไม่สามารถขับผ่านไปได้ ต้องไปเส้นทาง อ.ดอกคำใต้แทน นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พะเยา สั่งให้ทุกอำเภอติดตามเฝ้าระวังและแจ้งเตือนระดับน้ำทุกสายสำคัญอย่างต่อเนื่อง หากมีเหตุให้ต้องอพยพประชาชน เมื่อเกิดอุทกภัยให้ดำเนินการได้ทันที

นางกัญญาณัฐ ศรีใจ รองนายกเทศมนตรีตำบลงิม กล่าวว่า ตอนตีหนึ่งวันเดียวกันน้ำในลำน้ำงิม ได้ไหลหลากจากป่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนฉับพลัน 10 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วม 300 หลังคาเรือน วัวถูกน้ำพัดตาย 2 ตัว ยังไม่รวมพื้นที่การเกษตรชาวบ้านเดือดร้อนทั่วหน้า ด้านนายอนุรักษ์ โปร่งสุยา นายก อบต.ออย อ.ปง กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่ประชาชนกำลังหลับสนิท ระดับน้ำในลำน้ำงิมได้เพิ่มระดับสูงเข้าท่วม ต.ออย อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นน้ำป่าไหลหลาก แม้จะเตือนภัยประชาชนล่วงหน้าให้เก็บขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงแล้ว จากการตรวจสอบพบน้ำหลากท่วม 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมหนักราว 60 หลังคาเรือน คอสะพานขาด ถนนทรุดตัวสัญจรไม่ได้ นางสมพิศ ใจซื่อ ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ออย ถูกไฟฟ้าดูดแต่โชคดีช่วยไว้ทัน นอกจากนี้ มีสัตว์เลี้ยงของประชาชนถูกน้ำพัดทั้งวัวและหมูจมน้ำ 20 ตัว

นายกร มหาวงศ์นันท์ หน.ปภ.จังหวัดพะเยา เผยว่า จากตรวจสอบพบน้ำป่าทะลักท่วมในพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ อ.ปง กับ อ.เชียงคำ ถูกน้ำท่วมหนักรวม 11 ตำบล 75 หมู่บ้าน ขณะที่ อ.ปง มีมวลน้ำจากน้ำลำน้ำงิม และน้ำคะไหลหลากเข้าท่วมเป็นวงกว้างชาวบ้านเดือดร้อน 28 หมู่บ้าน 2,500 ครัวเรือน มีผู้สูญหาย 1 ราย คือนายนพรัตน์ คันทะเรศร์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 1 ต.นาปรัง อ.ปง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ไฟฟ้าช็อต 1 ราย นอนรักษาตัวที่ รพ.ปง ล้มกระดูกหัก 2 ราย กลับบ้านแล้ว สัตว์เลี้ยงวัวตาย 5 ตัว ในพื้นที่ ต.ปง ถนนชำรุดเสียหาย 3 เส้นทาง คือสายบ้านสันกลาง หนองบัว และบ้านแบ่ง ต.งิม คอสะพานขาด 1 แห่ง บ้านหนองบัว หมู่ 2 ต.งิม ฝาย 1 แห่ง ส่วนพื้นที่ อ.เชียงคำ ประสบภัย 6 ตำบล คือ ต.แม่ลาว ต.เจดีย์คำ ต.เวียง ต.ฝายกวาง ต.ร่มเย็น และ ต.เชียงบาน จำนวน 47 หมู่บ้าน 405 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรเสียหายจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจการให้ความช่วยเหลือ

ส่วน จ.ตาก หลังฝนได้ตกติดต่อกันหลายวัน อีกทั้งน้ำป่าจากฝั่งเมียนมาในแม่น้ำแม่กาล่า เขตของทหารกะเหรี่ยงบ้านวาเล่ย์ใหม่ ตรงข้าม อ.พบพระ ได้ไหลทะลักลงบริเวณต้นแม่น้ำเมยจำนวนมาก ทำให้แม่น้ำเมยมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บริเวณริมชายแดนเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำให้ย้ายสิ่งของมีค่าไปไว้ในที่สูง เพราะอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้และใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเมยด้วยความระมัดระวังอาจเกิดอันตรายจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก

ขณะที่ในเขตเทศบาลนครแม่สอดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี เพราะอยู่ในพื้นที่แอ่งกระทะขณะนี้ตามคลองระบายน้ำที่ผ่านตัวเมืองระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น ทางเทศบาลนครแม่สอด ต้องเปิดประตูระบายน้ำหมดทุกบานเพื่อเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเมยให้เร็วที่สุดเพราะกลัวน้ำท่วมในย่านธุรกิจ ในขณะที่ร้านค้าต่างนำกระสอบทรายมาเตรียมไว้เพราะกลัวน้ำจะทะลักท่วมในเร็วๆนี้

ที่ จ.แพร่ หลังฝนตกต่อเนื่องอย่างหนักในพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อ่างเก็บน้ำต่างๆปริมาณน้ำมาก โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำแม่เติ๊ก อ.ร้องกวาง น้ำทะลักลงล้ำห้วยแม่ถาง กระแสน้ำซัดถนนสายในหมู่บ้านหมู่ 2 ต.บ้านเวียง จ.แพร่ ขาดเป็นทางยาว 20 เมตร ชาวบ้านหวาดผวาน้ำป่าจะซ้ำรอยเข้าท่วมบ้านเรือนอีก ต่างก็พากันขนข้าวของขึ้นที่สูง นายสหวิช อภิชัยวิรุสกุล นายอำเภอร้องกวาง ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนที่ถูกน้ำป่าพัด จากนั้นได้มอบให้ท้องถิ่นดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านและออกประกาศเตือนให้ประชาชนได้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากดินถล่ม ส่วนปริมาณน้ำยมเพิ่มสูงวัดได้ที่ฝายแม่ยมสูง 6 เมตร และที่ฝายแม่ยมปริมาณน้ำก็ล้นหน้าฝายแล้ว

ทางด้าน จ.นครพนม แม้จะมีปริมาณฝนลดลง แต่ในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีฝนตกหนักทางพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 2 เมตร ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 8.50 เมตร จากระดับเดิมประมาณ 6 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 4 เมตร คือที่ระดับประมาณ 13 เมตร ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลัก ประกอบด้วย แม่น้ำสงคราม ลำน้ำอูน และลำน้ำก่ำ ที่รองรับน้ำก่อนไหลลงสู่น้ำโขงเพิ่มระดับขึ้นต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำโขงหนุนเอ่อท่วม หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทางเทศบาลเมืองนครพนม ระดมเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมติดตั้งระบบสูบน้ำขนาดใหญ่มากถึง 13 จุด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเต็มที่

ขณะที่นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผวจ.มุกดาหาร ประกาศเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นวัดได้ 7.94 เมตร สาเหตุมาจากฝนตกปริมาณมาก อีกทั้งยังมีน้ำที่ไหลมาจาก จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร เข้ามาสมทบด้วย จึงขอให้หน่วยงานเตรียมการป้องกันอันตราย และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมแจ้งให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร อ.หว้านใหญ่ อ.ดอนตาล เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลานิลกระชังในแม่น้ำโขงแหล่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด ให้เฝ้าระวังดูแลความมั่นคงแข็งแรงของกระชังปลา และดูอาการของปลาที่เลี้ยงไว้เกรงว่าปลาอาจน็อกน้ำได้เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น และมีสีขุ่นแดงด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนจากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาว ทำให้ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านติดกับพรมแดนประเทศลาว มีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนตกหนักที่สุดวัดได้ที่ จ.น่าน 163 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพฯ จะมีฝนตกช่วงบ่ายหรือช่วงค่ำ ส่วนหลังวันที่ 18 ส.ค.นี้ ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และประเทศลาว ทำให้ปริมาณน้ำฝนลดลง

ส่วนที่ จ.สมุทรปราการ เย็นวันเดียวกัน พายุฝนพัดกระหน่ำทำเสาไฟฟ้าในซอยนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 2 ซี ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ โค่นล้ม 6 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ส่วนในซอยบางปลา 2 หรือซอยธนสิทธิ์ ถนนเทพารักษ์ กม.14 ต.บางปลา อ.บางพลี พายุพัดเสาไฟโค่นล้ม 30 ต้น สายไฟพาดทับรถยนต์ที่สัญจรไปมาเสียหายหลายคัน หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ธนเสฎฐ์ เชาวเลิศธนกิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางพลี เดินทางไปตรวจสอบพร้อมปิดถนนห้ามสัญจรชั่วคราว ก่อนเข้าไปตรวจสอบ พบรถยนต์ได้รับความเสียหาย 30 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน และมีผู้บาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ล้ม 1 คน คือ นายอาทิตย์ หมื่นเทพ อายุ 35 ปี จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง อบต. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขตอำเภอบางพลี เข้าประชุมเพื่อวางแผนในการแก้ไข และประชาสัมพันธ์ให้ใช้ทางเลี่ยงอื่นแทน ส่วนประชาชนที่มีบ้านอยู่ในจุดที่เกิดเหตุได้จัดรถรับ-ส่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการสัญจร ขณะที่ จ.ฉะเชิงเทรา พายุฝนพัดถล่มทำให้เสาไฟฟ้าริมถนนสายแสนภูดาษ-หนองจอก หมู่ 1 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ โค่นล้ม 10 ต้น เสาไฟทับรถบรรทุก 10 ล้อ เสียหาย 1 คัน ไฟดับเป็นวงกว้างเช่นกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้