วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มีหลักฐานชัด ดีเอ็นเอ พันบึมป่าตอง

มีหลักฐานชัด ดีเอ็นเอ พันบึมป่าตอง

  • Share:
ตรงกับคนใน3จว.ชายแดนใต้ตะครุบหนุ่มนราพกมือถืออื้อผวาป่วนงาน‘ฟูลมูน’เกาะพะงัน

จ่อออกหมายจับมือเผาห้างโลตัสเมืองคอนอีก 2-3 คน หลังมีหลักฐาน มัดตัวแน่น ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอเหตุระเบิดที่ป่าตองไปตรงกับแนวร่วมโจรใต้ชาวนราธิวาสเตรียมออกหมายจับอีกราย ล่าสุดตำรวจพะงันรวบตัวหนุ่มต้องสงสัยชาวนราธิวาสพร้อมมือถือ 6 เครื่อง มีซิมทั้งของไทยและมาเลเซียนำตัวสอบเครียดหวั่นก่อวินาศกรรมงานฟูลมูนปาร์ตี้ ส่วน ผบ.ตร.ยังย้ำจุดเดิมชนวนเหตุมาจากการต่อต้านการลงประชามติแม้ผู้ต้องสงสัยเป็นแนวร่วมโจรใต้ ไม่ใช่เป็นการขยายพื้นที่ของกลุ่มโจรภาคใต้ ขณะที่ญาติคนเสื้อแดงร้องยูเอ็นถูกทหารรังแกจับกุมโดยไม่เป็นธรรม

จากเหตุวินาศกรรมสร้างสถานการณ์ทั้งวางระเบิดและลอบวางเพลิงป่วนเมืองในพื้นที่ 7 จังหวัดคือประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ พังงาและภูเก็ต ทำให้ผู้บริสุทธิ์สังเวยชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 32 คน ล่าสุดยังพบระเบิดที่แก๊งคนร้ายลอบวางอีก 3 แห่งคือหัวหิน พังงาและภูเก็ต โชคดีเก็บกู้ไว้ได้ แต่บางลูกทำงานแล้ว แต่แรงอัดไม่รุนแรง ขณะเดียวกันทหารใช้ ม.44 เข้าควบคุมตัวนายศักรินทร์ หรือเชษฐ์ คฤหัส อายุ 32 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ทำงานเป็นพนักงานบริษัท Weatherford KSP จำกัด เป็นบริษัทรับจ้างเหมาบริการของบริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) ขุดเจาะน้ำมัน กลางทะเลอ่าวไทย ในฐานะผู้ต้องสงสัยวางเพลิงเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช โดยถูกนำตัวไปสอบสวนที่ มทบ.41 นครศรีธรรมราช เบื้องต้นนายศักรินทร์ให้การปฏิเสธ

นอกจากนี้ ยังควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานีโดยพบเช่าบ้านที่หมู่ 1 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ทราบชื่อนายมูหะมัด รอสะดี ปาเนาะ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับแนวร่วมโจรใต้พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และสายชาร์จนำตัวไปสอบสวนที่ มทบ.43 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

2 นายตำรวจยืนยันไม่มีจับแพะ

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลออกหมายจับนายศักรินทร์ คฤหัส อายุ 32 ปี พนักงาน บริษัท Weatherford KSP จำกัดเป็นบริษัทรับจ้างเหมาบริการของบริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) ในฐานะผู้ต้องสงสัยวางเพลิงเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช แต่ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่นายตำรวจระดับสูงคือ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 ที่สอบสวนผู้ต้องหาด้วยตนเองต่างยืนยันว่าไม่มีการจับผิดตัวแน่นอน เพราะตำรวจมีพยานและหลักฐานแน่นหนาและมั่นใจในการจับกุมครั้งนี้ แต่ที่ต้องใช้ ม.44 ในการควบคุมตัวนายศักรินทร์ในค่ายทหารเพราะยังต้องสอบสวนเพิ่มเติมและต่อเนื่องเพื่อขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการอีกหลายคน และยังควบคุมตัวนายศักรินทร์ หรือเชษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้ไว้ที่ในค่ายทหารวชิราวุธ มทบ.41 ยังไม่มีการปล่อยตัวแต่อย่างใด

จ่อหมายจับเผาโลตัสอีก 2–3 คน

ขณะเดียวกันมีกำลังตำรวจกองปราบปรามและตำรวจสืบสวนภาค 8 เดินทางมาสอบสวนผู้ต้องหารายนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อขยายผลในบางประเด็นที่ตำรวจสงสัย รวมทั้ง พ.ต.ท.นิติ บุญจันทร์ รอง ผกก. (สอบสวน) หน.งานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราชและตำรวจชุดคลี่คลายคดีเดินทางมาเก็บเสื้อผ้า กางเกง รองเท้าของผู้ต้องหาใส่ถุงพลาสติกนำไปตรวจดีเอ็นเอของนายศักรินทร์ ว่าตรงกับดีเอ็นเอที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บจากที่เกิดเหตุหรือไม่ และมีรายงานข่าวจากตำรวจชุดคลี่คลายคดีระบุว่าเตรียมที่จะเสนอขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีเผาห้างเทสโก้ โลตัส เพิ่มอีก 2-3 คน เพียงแต่ รอหลักฐานชิ้นสำคัญบางส่วนเท่านั้น

ผบช.ภ.8 ยอมรับล็อกมือเผาเพิ่ม

พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ทุกคดีทุกเหตุมีความคืบหน้ามากพอสมควรได้สั่งกำชับให้ทุกกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่เกิดเหตุเพิ่มความหนาแน่นของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เสี่ยง จุดล่อแหลม สถานที่ท่องเที่ยว ย่านชุมชนและการดำเนินการในขณะนี้ได้กำชับพื้นที่เกิดเหตุให้ตรวจสอบตามโรงแรมเล็กๆ ซึ่งอาจเป็นที่พักอาศัยของกลุ่มคนร้ายก่อนที่จะมาก่อเหตุ นอกจากนี้ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มในทุกคดีด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า การควบคุมตัวนายศักรินทร์ คฤหัส เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานอะไรบ้าง ผบช.ภ.8 กล่าวว่าเป็นความลับของทางราชการยังบอกไม่ได้ ต้องรอให้ทุกอย่างชัดเจนกว่านี้ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยเผาห้างโลตัสกี่คน เนื่องจากมีรายงานว่ามีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุเพิ่มอีก 1 คน พล.ต.ท.เทศากล่าวว่า มีการควบคุมตัวเพิ่มหนึ่งหรือสองคน

อีโอดีระดมกำลังค้นหาระเบิด

ส่วนบรรยากาศทั่วไปใน จ.นครศรีธรรมราช กำลังตำรวจชุดอีโอดีของ กก.สส.ภ.จ.นครศรีธรรมราชและอีโอดี จาก กก.ตชด.42 ทุ่งสงพร้อมอุปกรณ์กระจายกำลังออกตรวจค้นหาระเบิดและวัตถุต้องสงสัยตามสถานที่สำคัญ อาทิ สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช สถานี บขส.นครศรีธรรมราช และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช อย่างละเอียดทุกซอกมุม เพื่อสร้างความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวใน จ.นครศรีธรรมราช โดยจะตรวจค้นอย่างต่อเนื่องทุกวันซึ่งผลการตรวจค้นตลอดทั้งวันยังไม่พบระเบิดแต่อย่างใด

ชิ้นส่วนมือถือหลักฐานชัดเจน

ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีคนร้ายลอบวางเพลิงร้านทวีสิน ถนนกาญจนวิถีและลอบวางระเบิดบริเวณหน้ากองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานีและหน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คนและเสียชีวิต 1 ศพ ในที่ประชุมได้สรุปผลตรวจสอบของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 สุราษฎร์ธานีและเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ที่พบหลักฐานสำคัญเป็นชิ้นส่วนโทรศัพท์ คาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนของโทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในจุดอื่นๆซุกซ่อนไว้ในชั้นวางสินค้าภายในร้าน 2 เครื่อง เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นการวางเพลิง และมีความเกี่ยวโยงกับเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทั้ง 2 จุด

กล้องวงจรปิดมัดตัว 2 คนร้าย

นอกจากนี้จากการสอบปากคำนายอธิธัช ศรีจรัสสิน อายุ 27 ปี ทราบว่าร้านทวีสิน เพิ่งย้ายมาเปิดเป็น 4 คูหาได้ 1 ปี อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในร้านเป็นของใหม่ทั้งหมด และทางร้านไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร ส่วนมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านที่ติดตั้งไว้จำนวน 18 จุด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 ราย และหลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ทันที ทั้งนี้ จะได้เร่งติดตามตัวว่าเป็นใครเพื่อจะได้ขอศาลออกหมายจับต่อไป

วายร้าย 2 คนก่อเหตุ 3 แห่ง

ต่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ได้ประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกับ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 และ ผบก.ภ.ทุกจังหวัดในภาค 8 ถึงความคืบหน้าคดีวางเพลิงร้านพลาสติกและวางระเบิดในสุราษฎร์ธานีอีก 2 จุดซึ่งขณะนี้ทางชุดสืบสวนสอบสวนได้ดูกล้องวงจรปิดไปแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์และพบหลักฐานสำคัญเป็นชายทั้ง 2 คน รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายการก่อเหตุสูงประมาณ 170 เซนติเมตร

จากการติดตามพบว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คน ได้เข้าไปซื้อของและได้วางระเบิดที่ชั้นวางสินค้า ล็อกที่ 3 และ 6 ของร้านในวันที่ 10 ส.ค. เวลาประมาณ 17.00 น.หลังจากนั้นได้กลับมาขึ้นรถตุ๊กตุ๊กโดยสารออกไป ก่อนเจออีกครั้งหนึ่งที่หน้าซอยลักกี้ซึ่งภายในซอยเป็นชุมชนมุสลิม คาดว่าจะเข้ามาพักที่มัสยิดดังกล่าวและในคืนเดียวกันผู้ต้องสงสัยน่าจะเอาระเบิดไปป์บอมบ์มาวางที่หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จุดที่ 1 และสถานีตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี จุดที่ 2 ก่อนจะหายตัวไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญผู้นำศาสนาอิสลามในพื้นที่มาสอบถามข้อมูลดังกล่าวแล้ว

พยานยัน 3 ชายนิรนามมือเผา

ขณะที่ห้องประชุม สภ.เขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พ.ต.อ.ธรัฐชา ถมปัทม์ รอง ผบก.ภ.จ.พังงา พ.ต.อ.สุจินต์ นิลบดี ผกก.สภ.เขาหลัก และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ประชุมผลติดตามตัวมือระเบิดและวางเพลิงเผาตลาดนัดบางเนียง ต.คึกคัก พร้อมตรวจภาพวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยตรงกับคำบอกเล่าของพยานที่ระบุว่าเป็นชาย 3 คน สะพายกระเป๋าเป้เดินผ่านกล้องวงจรปิด ซึ่งมีลักษณะตรงกับคำบอกเล่าของพยานและคล้ายผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ที่ภูเก็ต ขณะที่นายมานิต เพียรทอง นอภ.ตะกั่วป่า ร.ต.อ.นิพนธ์ พลอยขาว ผบ.มว.ตชด.ที่ 425 นำกำลัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชุดเฉพาะกิจปกครองตะกั่วป่า ออกทำความเข้าใจวิธีการสังเกตวัตถุต้องสงสัยตามร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกด้วย

ดีเอ็นเอเทียบแนวร่วมโจรใต้

แหล่งข่าวในชุดสืบสวนกองปราบปราม คลี่คลายคดีระเบิดในพื้นที่ภาคใต้เผยว่า จากการตรวจ สอบวัตถุพยานที่เก็บได้บริเวณร้านจำหน่ายเสื้อผ้า หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนราชอุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อเย็นวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งยังไม่เกิดระเบิดขึ้น เนื่องจากเจ้าของร้านมาพบก่อน และแจ้งเจ้าหน้าที่มาเก็บกู้ จึงไม่เป็นข่าวขึ้นมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถเก็บวัตถุพยานสำคัญได้ 4 รายการ หนึ่งในนั้นเป็นเศษสำลีสีขาวบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกใส่เชื้อประทุส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางเพื่อตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการเก็บไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังได้เก็บดีเอ็นเอที่พบโดยเจ้าหน้าที่อีโอดีหลังเข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวนำมาตรวจสอบเปรียบเทียบด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาด

ยันดีเอ็นเอตรงกับ “อาหะมะ”

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าดีเอ็นเอที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ตรงกับอีเอ็นเอของนายอาหะมะ เลงหะ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 1 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และมีประวัติเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสำคัญหลายคดี โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เคยเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของนายอาหะมะ มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ เมื่อวันที่ 29 ต.ค.47 เนื่องจากนายอาหะมะ มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ความวุ่นวาย กรณีประท้วงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และครั้งที่ 2 ได้เก็บดีเอ็นเอ หลังจากที่นายอาหะมะ มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหารที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี หลังถูกหมายจับคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.53

หลักฐานชัดเตรียมออกหมายจับ

อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ประสานงานกับพนักงานสอบสวนในคดีเพื่อรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อออกหมายจับนายอาหะมะ เนื่องจากมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่า นายอาหะมะ เกี่ยวข้องกับการประกอบระเบิดก่อนที่จะนำมาวางหรือใช้จ้างวานผู้อื่นมาก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่มีการ รายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอาหะมะไว้ได้แล้วหรือไม่ ทั้งนี้การตรวจพบความเชื่อมโยงทำให้ฝ่ายความมั่นคงมีข้อมูลค่อนข้างแน่ชัดว่าระเบิดที่ถูกนำมาก่อเหตุนั้นมีแหล่งที่มาจากกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนต่อไป

ผบก.ตม.6 สั่งคุมเข้มด่านสะเดา

ขณะที่ พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.สังคม ตัดโส ผกก.ตม.สงขลา และคณะลงพื้นที่ด่านสะเดาเรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ ตม.หลังเกิดเหตุระเบิดหลายจุดใน 7 จังหวัดภาคใต้เพื่อวางมาตรการคุมเข้มการเข้าออกของนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งบุคลลต้องสงสัยจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังมีข่าวการควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยมือวางระเบิดใน จ.ตรัง เป็นชายมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.ต.ต.นิติพงศ์ เปิดเผยว่าได้กำชับ ผกก. รอง ผกก. และสารวัตร รับนโยบายจาก ผบช.สตม.ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจเข้ม สังเกตบุคคลต้องสงสัยที่เข้าออกด่านสะเดาเพราะเกรงจะมีบุคคลที่ไม่หวังดีมาก่อเหตุในพื้นที่เนื่องจากด่านสะเดาเป็นจุดล่อแหลมและอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย และให้วางกำลังฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวในพื้นที่โดยประสานกับตำรวจ ทหาร ในพื้นที่ในการวางมาตรการร่วมกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

หนุ่มนราฯพกมือถือ 6 เครื่อง

ต่อมาเย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังชุดสืบสวนและทหารควบคุมตัวนายมูฮัมหมัด อะดามี อายุ 30 ปี ชาว จ.นราธิวาส ขณะลงเรือที่ท่าเรือเกาะพะงัน ค้นตัวพบของกลางโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่องเป็นรุ่นเก่าแบบกดปุ่มมีทั้งซิมของประเทศมาเลเซียและของไทย ใบถ่ายสำเนาดาร์ฟเงินยูโรจำนวนมาก สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายมูฮัมหมัดขึ้นเรือมาจาก จ.ชุมพร มุ่งหน้าเกาะพะงัน โดยอ้างว่าจะเดินทางไปเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 ส.ค.นี้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงนำตัวไปสอบขยายผลต่อไป ขณะเดียวกันตำรวจ สภ.เกาะพะงันได้รับคำสั่งให้ระดมกำลังคุมเข้มงานฟูลมูนปาร์ตี้ เนื่องจากหวั่นจะมีการก่อเหตุวินาศกรรมและพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางที่เกาะพะงันด้วย

รวบมือโพสต์มั่ววางระเบิดห้าง

เที่ยงวันเดียวกัน พ.ท.อณิวัชร์ นิ่มศิริ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษกองกำลังรักษาความปลอดภัยจังหวัดนครสวรรค์ ร.ต.อ.อรรฆพันธ์ บัวสำลี สว.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าควบคุมตัวนายวรกรณ์ สุชาตตระกูล อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 324 ถนนโกสีย์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ หลังสืบทราบว่าเป็นคนโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่าพบระเบิด 6 ลูกในห้างดังใกล้สะพานเดชาติวงศ์ ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและตรวจสอบแล้วไม่มีเหตุการณ์จริง และจากการตรวจค้นในบ้านนายวรกรณ์พบปืนยาวบีบีกัน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. 32 นัด และมีดพกจำนวนมาก สอบสวนอ้างว่าทราบข้อมูลมาจากเพื่อนที่เป็นข้าราชการคิดว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ จึงโพสต์ลงไปโดยที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นถูกดำเนินคดีข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จน่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

ผบ.ตร.ย้ำปมเหตุต้านประชามติ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างการก่อการร้ายกับการก่อวินาศกรรม การก่อการร้ายทุกครั้ง ทุกเหตุการณ์ ทุกที่ หลังเกิดเหตุจะมีผู้ออกมารับว่ากลุ่มนี้ กลุ่มนั้นเป็นผู้กระทำ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเราจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครออกมาประกาศชัดเจนเป็นผู้ลงมือกระทำ ดังนั้นจากประสบการณ์ความรู้ความสามารถ ตนยังเชื่อว่าเป็นเหตุวินาศกรรมตั้งแต่เกิดเหตุวันแรกจนถึงวันนี้ มีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น ต่อจิ๊กซอว์ได้แล้วแต่ต้องขอเวลาในการทำงานเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ละเอียดอ่อน สิ่งที่เราจะต้องเดินต่อไปคือ การดำเนินการกับผู้กระทำความผิดทั้งขบวนการ ถ้าปรากฏพยานหลักฐานไปถึงใครจะดำเนินการทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังไม่มีทั้งขบวนการเพียงแต่เห็นบางส่วนแล้ว ตามที่เคยบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากการต่อต้านการรับร่างประชามติ จนถึงขณะนี้ยังไม่เปลี่ยนความคิดและยืนยันยังไม่ตัดประเด็นใดออก

จับ “ศักรินทร์” ตามภาพวงจรปิด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงการจับกุมนายศักรินทร์ คฤหัส ที่ถูกกล่าวหาเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราชว่า หมายจับได้ออกไปแล้วเป็นการออกหมายจับไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้นายศักรินทร์ถูกควบคุมตัวโดย ม.44 ส่วนหมายจับก็ว่าไปตามนั้น ซึ่งนายศักรินทร์สามารถให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพก็ได้ขึ้นอยู่กับเขา เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่าเขาอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานจากภาพวงจรปิด ขณะนี้เป็นการซักถามขยายผล ผู้สื่อข่าวถามว่าจากกรณีที่น้องสาวของนายศักรินทร์ ออกมาเรียกร้องว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมผิดตัว ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปชี้แจงหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

เค้นแนวร่วมโจรใต้หาจุดเชื่อม

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวด้วยว่า นอกจากควบคุมตัวนายศักรินทร์แล้ว ยังจับกุมตัวนายมูหะมัด รอสะดี ปาเนาะ ตามหมายจับ ป.วิอาญาได้ที่ จ.กระบี่ ซึ่งหลบหนีการก่อเหตุมาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้สื่อข่าวถามถึงการประสานกับทางการมาเลเซียตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่ใช้จุดชนวนระเบิดมาจากมาเลเซียคืบหน้าอย่างไร ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูล ไม่ต้องห่วงอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงเราได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด สามารถลดการกระทำความผิดได้ในหลายพื้นที่ เพียงแต่เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์ เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง จากการสอบสวนนายมูหะมัด รอสะดี เบื้องต้นรับสารภาพในส่วนที่เขาทำในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนเหตุที่เกิดในขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวน ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่ใช่ถามแล้วตอบ เขาหลบหนีการกดดันของเจ้าหน้าที่มาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แต่จะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่บอกไม่ได้

บึม 7 จังหวัดไม่โยงราชประสงค์

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 7 จังหวัด เชื่อมโยงกับเหตุที่เกิดที่เกาะสมุยหรือบริเวณหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามดำเนินการขยายผลอยู่ ส่วนที่บริเวณแยกราชประสงค์ไม่เกี่ยวกัน เราต้องการรู้ว่าโครงสร้างของพวกเขาเป็นอย่างไร ต้องการอะไร ส่วนจะออกหมายจับใครเพิ่มหรือไม่ ถ้าพยานหลักฐานพร้อมคงออกหมายจับเพิ่ม ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นสเต็ปที่ 2 อยู่แล้วจะดำเนินการทุกมิติ ขอให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับเราในทุกๆเรื่อง อย่าถือว่าเป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนมีกล้องมือถือหมด ถ้าเห็นสิ่งใดผิดปกติให้รีบส่งมาเลย เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้รีบไปพิสูจน์ทราบว่าใช่หรือไม่ใช่ ส่วนที่มีการแชร์ข้อมูล 10 จุดเสี่ยงใน กทม. มันหนีไม่พ้นอยู่แล้ว 10 จุดสำคัญดังกล่าว

พุ่งเป้าระเบิด 3 จว.ชายแดนใต้

มีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญตรวจระเบิดระบุว่า ผลการตรวจสอบชิ้นส่วนของระเบิดทุกคดีพบว่ามีชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือซัมซุง รุ่นฮีโร่ เพาเวอร์แบงก์ ชาร์จโทรศัพท์ ดินระเบิดและแอลกอฮอล์เหลว ซึ่งมีการประกอบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คนร้ายเคยใช้ในการก่อเหตุในพื้นที่ปัตตานี นราธิวาส ยะลา โดยแยกเป็น 2 ประเภทคือ ระเบิดเพลิง คนร้ายใช้ดินระเบิดขนาดไม่มากต่อเข้าวงจรโทรศัพท์มือถือแล้วใส่แอลกอฮอล์เหลวในกล่องเปล่าเพื่อจุดระเบิดจะทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้กับระเบิดพริงเกิล ซึ่งคนร้ายใช้ดินระเบิดใส่ในกล่องมันฝรั่งทอดแบบกลมคล้ายท่อพีวีซี เพื่ออำพรางแล้วใช้ประกบกับโทรศัพท์มือถือเป้าหมายอันตรายในรัศมี 20-30 เซนติเมตร

ญาติเสื้อแดงร้องยูเอ็นถูกรังแก

ที่อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนนำญาติและเพื่อน ของ 2 แกนนำเสื้อแดงประกอบด้วยนางดวงใจ หัวนา นายมนัสพล กุระจินดา ภรรยาและบุตรชายของนายศรวัชษ์ กุระจินดา แกนนำเสื้อแดง จ.มหาสารคาม และนางกชกร ไชยวาน หุ้นส่วนธุรกิจ นายวิชัย ผดุงศักดิ์ศรี หรือเฮียสี่ แกนนำเสื้อแดง จ.อ่างทอง เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมให้ปากคำต่อผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ กล่าวหาว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐ กระทำการละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างรุนแรง จากการที่ถูกทหารใช้อำนาจตาม ม.44 ควบคุมตัว มาสอบปากคำใน กทม.หลังเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้

ในหนังสือร้องเรียนระบุเหตุผลว่า 6 โมงเช้าวันที่ 13 ส.ค.ระหว่างที่นายณรงค์หรือเฮียสี่ อ่างทอง กำลังจะเปิดร้านขายของอยู่ในตลาดสุวพันธ์ อ.เมืองอ่างทอง มีชายแต่งกายคล้ายทหารนับสิบคนบุกเข้าค้นบ้านก่อนควบคุมตัวไปโดยไม่แจ้งข้อหาอ้างเพียงว่าผู้ใหญ่สั่งมา ทั้งยังยึดโทรศัพท์ของคนในบ้าน และซีดีจำนวนหนึ่งไป ส่วนกรณีของนายศรวัชษ์ ญาติระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารราว 10 นาย นำตัวนาย ศรวัชษ์ไปจากบ้านพักใน จ.มหาสารคาม เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ต่อมาได้รับทราบจากทหารในพื้นที่ จ.มหาสารคามว่า นายศรวัชษ์ถูกนำตัวมาที่ เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 ซึ่งหลังจากเข้าพบยูเอ็นแล้วจะเดินทางไปที่ มทบ. 11 เพื่อขอเข้าเยี่ยมต่อไป

“ณัฐวุฒิ” จี้ปล่อยคนถูกควบคุม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า หลังเหตุระเบิดมีการไล่ควบคุมตัวบุคคลทั่วประเทศ โดยเฉพาะฝ่ายเห็นต่างกับผู้มีอำนาจ โดยที่คนในครอบครัวไม่มีโอกาสติดต่อและไม่ทราบชะตากรรม รัฐบาลชี้แจงว่าไม่ได้คุมตัวในฐานะผู้ต้องหาเป็นการเชิญมาสอบหาข้อมูลตามอำนาจมาตรา 44 แต่วิธีปฏิบัตินั้นยิ่งกว่าจำเลยคดีอาญาเพราะไม่มีแม้สิทธิจะรู้ว่าทำผิดอะไร ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวคนเหล่านี้ทันทีที่ชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะมีแนวโน้มว่าสอบเสร็จแล้วก็ยังจะกักตัวไว้จนครบเวลาเพื่อรักษาหน้าของฝ่ายรัฐไม่ให้ถูกมองว่าจับไปได้ไม่นานก็ต้องปล่อยเพราะหลงทาง จับแต่ผู้บริสุทธิ์ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการทำงาน อย่าไปกดดันนั้น ตั้งแต่เกิดเหตุใครไปกดดันอะไรบ้าง มีแต่คนในรัฐบาลกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณที่ออกมาฟันธงว่าสาเหตุจากเรื่องประชามติ ปั่นกระแสจนคนสับสน ตอบโต้กันไปมา

“บิ๊กตู่” ถกมั่นคงวิเคราะห์บึม

ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมความมั่นคงโดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ผบ.เหล่าทัพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชการอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช.และหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วม โดยใช้เวลาการประชุม 1 ชั่วโมง จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์ระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ อยากให้สื่อระวังการนำเสนอข่าวเพราะอยู่ระหว่างการสอบสวน ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ถูกกดดันจะทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปได้ยากและไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมทั้งต่างประเทศ

อย่ากระพือข่าวทำเกลียดชัง

นายกฯกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทุกหน่วยงานต้องช่วยกันเฝ้าระวัง โดยเฉพาะประชาชนต้องมีส่วนร่วม ดูแลพื้นที่ของตัวเองคู่ขนานกันไปกับหน่วยงานความมั่นคง สร้างภูมิคุ้มกันของตัวเองให้ได้ โดยเฉพาะพื้นที่มีความอ่อนไหว และขออย่าโยนกันไปมา ขอให้ คสช. รัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงทำงานก่อน ฝากทุกคนช่วยกันดูแลประเทศชาติ ซึ่งการเสนอข่าวที่อาจกระทบต่อวงกว้าง เมื่อยังไม่เกิดความชัดเจน จะยิ่งสร้างความเกลียดชัง จึงต้องช่วยกันเดินหน้าประเทศ และทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลา– โหม ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขออย่ากดดัน ถ้ามีความชัดเจนแล้วจะบอกแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดรายละเอียดได้ว่าเป็นฝีมือของใคร เพราะมีเพียงผู้ต้องสงสัยที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ ต้นทางเองก็ยังไม่รู้สาเหตุ ต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาเชื่อมโยงกัน ให้ได้ตัวละครมากกว่านี้

ไม่ใช่การขยายพื้นที่โจรใต้

เมื่อถามว่าลักษณะการก่อเหตุคล้ายกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นการขยายพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า มั่นใจว่าไม่ใช่การขยายพื้นที่แต่อาจจะมีคนจากทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นคนเอามาทำ แต่ทำเรื่องอะไรตนไม่รู้ เมื่อถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้ที่จะว่าจ้างคนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาก่อเหตุหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อาจจะเป็นไปได้ แต่อย่าเพิ่งไปเจาะจงอะไรมาก และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายในประเทศแน่นอน ไม่มีประเด็นต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจจะเกิดจากความเข้าใจผิด มันต้องมีสาเหตุ ไม่เช่นนั้นไม่ทำอย่างนี้ แต่เราจะไม่ตัดประเด็นการสืบสวนอื่นทิ้ง ต่อข้อถามว่าโทรศัพท์และซิมการ์ดที่ใช้ก่อเหตุมาจากประเทศมาเลเซีย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องดูกันต่อไป ยังตอบไม่ได้ นายกฯจะเดินทางไปมาเลเซียคงได้พูดคุยเรื่องนี้

ยันสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดูแลในรูปคดี ขอเวลาในการทำงานเพื่อให้เกิดความรอบคอบ และรัดกุมมากที่สุด ซึ่งผลการสืบสวนด้านคดีก้าวหน้าไปตามลำดับ สถานการณ์โดยทั่วไปในทุกจังหวัดขณะนี้ เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ในส่วนการรักษาความปลอดภัย พล.อ.ประวิตรได้มอบหมายให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. จัดกำลังสารวัตรทหาร สุนัขทหาร ชุดตรวจค้นเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดข่าว เสริมดูแลในเรื่องความมั่นคงในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด ขอความร่วมมือประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบสิ่งผิดปกติ หรือสิ่งของที่ไม่อยู่ในพื้นที่นั้น ยานพาหนะต้องสงสัย สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบได้ทุกช่องทาง

ทหารเชิญตัวใครต้องมีข้อมูล

ส่วนกรณีที่อดีตนักการเมือง และกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม กล่าวพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช และ พล.อ.ประวิตร พูดชี้นำว่ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่เบื้องหลัง และสนับสนุนเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมานั้น ยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงยังไม่ได้ให้ความเห็นชี้นำไปยังบุคคลกลุ่มต่างๆแต่อย่างใด เพราะจะไปกระทบต่อรูปคดี ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือไม่นั้น ตนยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอความชัดเจนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมรับว่าหลังจากเกิดเหตุ ทหารได้เชิญตัวกลุ่มบุคคลส่วนหนึ่งมาหาข้อมูลซึ่งมีการบิดเบือนว่าทหารอุ้มคนหายไป ขอชี้แจงว่าหลังเกิดเหตุเรามีข้อมูลพบ ความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลจึงเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาให้ข้อมูล ขอยืนยันว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ทหาร และได้รับการดูแลอย่างดี โดยการดำเนินการทุกอย่างยึดตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่เชื่อว่าคดีนี้ไม่มีการจับแพะ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย

มาเลย์รับลูกสอบที่มามือถือ

วันเดียวกัน พล.ต.อ.คาหลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เบอร์นามาของมาเลเซียว่า ได้รับข้อมูลจากตำรวจไทยเรื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในเหตุระเบิด มีทะเบียนและซิมการ์ดของมาเลเซียแล้ว เบื้องต้นอยู่ระหว่างสืบสวนตามรอยไปยังตัวแทนจำหน่ายและผู้ซื้อ แต่ยังไม่ยืนยันว่าเจ้าของมือถือดังกล่าวนั้นเป็นชาวมาเลเซียหรือชาวต่างชาติ ขณะที่แหล่งข่าวไม่เปิดเผยนามในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เปิดเผยกับเบอร์นามาด้วยว่า แม้มือถือจะมีทะเบียนของมาเลเซีย แต่เป็นเรื่องยากที่จะแกะรอยว่าเจ้าของเป็นใคร เพราะมือถืออาจถูกเปลี่ยนมือมาหลายครั้ง

นักท่องเที่ยวยกเลิก 1–2 แสนคน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์วางระเบิดในเมืองท่องเที่ยวของหลายจังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 11-12 ส.ค.ที่ผ่านมาจะมีผลกระทบกับตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เป็นตลาดระยะใกล้โดยเฉพาะเอเชียที่มักอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ความปลอดภัย คาดว่าจนถึงสิ้นปี 2559 อาจมีการยกเลิกการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 100,000-200,000 คน ทำให้สูญเสียรายได้เข้าประเทศ 5,080-10,160 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลกระทบมีน้อยกว่าเหตุการณ์ระเบิดศาลท้าวมหาพรหม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หายไป 580,000 คน เนื่องจากบริเวณสี่แยกราชประสงค์เป็นแลนด์มาร์กของประเทศและมีข่าวดังไปทั่วโลก

เสนอเพิ่มวันหยุดยาวท่องเที่ยว

ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นตลาด ที่ ททท.เตรียมเสนอเพื่อทดแทนรายได้ที่อาจจะสูญเสียไป และยังคงสามารถนำรายได้เข้าประเทศ 2.41 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายปี 2559 ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดไว้ ขณะที่ตัวเลขรายได้ในใจของ ททท.ตั้งไว้ที่ 2.58 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 1. เสนอ ครม. พิจารณาประกาศวันที่ 26-27 ก.ย.59 เป็นวันหยุดพิเศษเพื่อให้เกิดวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 24-27 ก.ย. เนื่องจากวันที่ 27 ก.ย. เป็นวันท่องเที่ยวโลกและประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานวันท่องเที่ยวโลก เพื่อกระตุ้นคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น 2.จัดกิจกรรมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ 3. ททท. เรียกร้องให้คนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวต่างประเทศติด “We Care Ribbon” สีขาวเหลือง เพื่อเป็นการสื่อความต้องการให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยว ที่เป็นสื่อแห่งสันติภาพ ความรัก ความเข้าใจ ความห่วงใย

ยอดจองการบินไทยไม่กระทบ

นายธีรพล โชติชนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์ระเบิดหลายพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาว่า ในระยะสั้นยังไม่เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นแต่สิ่งที่เห็นแล้วคือมีการออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวของตนในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ออสเตรเลียและยุโรป ส่วนผลกระทบจะเกิดขึ้นในระยะยาวหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าตั้งแต่ตอนนี้จนถึงช่วงสิ้นปี นักท่องเที่ยวต่างชาติได้จองตั๋วโดยสารล่วงหน้าเพื่อเข้ามาท่องเที่ยวในไทยแล้ว เพราะช่วงปลายปีเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ดังนั้นจึงต้องจองเข้ามาก่อน อย่างไรก็ตาม หากถามว่าที่จองเข้ามาแล้วจะยกเลิกได้หรือไม่มีความเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นยอดการยกเลิก

โรงแรมใต้ไม่กระทบเล็กน้อย

ส่วนนายกฤษฎา ตันสกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ คนในพื้นที่ตื่นตระหนกพอสมควรเพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ทั้งที่หาดป่าตองและในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และก่อนหน้านี้สมาคมโรงแรมเองมีการเฝ้าระวังมาพอสมควรอยู่แล้ว หลังวันที่เกิดเหตุทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารมีความรวดเร็วทำให้รับข่าวสารทันท่วงทีเกิดความตกใจยกเลิกห้องพักและเดินทางกลับ บางส่วนยกเลิกการจองห้องพักไปบ้าง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่าที่สังเกตไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงมากนักแต่หลังจากเกิดเหตุแล้วกระแสข่าวที่ออกไปอาจจะเกินจากข้อเท็จจริงไปบ้าง ทำให้มีผลกระทบกับยอดจองห้องพักที่กำลังจะเข้ามา ล่าสุดนักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการจองห้องพักไปแล้วราว 8 เปอร์เซ็นต์ แต่ถือว่าไม่กระทบมากนัก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้