วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระเบิดกระตุก 'อยู่ยาว'

ถ้าไม่มีระเบิดตูมตามที่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้ ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สุราษฎร์ธานี พังงา มาคั่นเป็นสถานการณ์ด่วน

โดยทิศทางข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ก็คงจะโฟกัสไปที่ความคืบหน้าทีมงานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของ “ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์” ที่กำลังเริ่มกระบวนการแปร “คำถามพ่วง” เข้าไว้ในบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญ

ตามแบบ “พิมพ์เขียวอำนาจ” ช่วงเปลี่ยนผ่าน

เปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คน และสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้

ในเงื่อนไขสถานการณ์ที่เซียนการเมืองฟันธงเลยว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้

เพราะทหารมั่นใจแล้วว่าเกมอำนาจอยู่ในมือ

คสช.ถือดุลความได้เปรียบจากผลประชามติไว้เต็มๆ

ตามอารมณ์แบบที่พวก “นายหน้า” อำนาจพิเศษเริ่มออกปฏิบัติการจองพื้นที่กันตั้งแต่หัววัน คนกันเองในทีมงานแม่น้ำ 5 สาย อย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปช.ประกาศตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ชูธงหนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ตีปี๊บ “นำร่อง” เกมเซ็ตซีโร่

โมเดลรัฐบาลหลังเลือกตั้ง พรรคเล็ก พรรคเกิดใหม่ ผนึกกับ 250 “ส.ว.สรรหา” ที่ทำคลอดโดย คสช.ในการแบกเสลี่ยงหามนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอก

เอาเป็นว่า ตามยุทธศาสตร์ที่ “ล็อก” ได้ตามเป้าหมาย

1 ปีครึ่งนับจากนี้ไปถึงการเลือกตั้งตามเงื่อนเวลาโรดแม็ป บวกอีก 5 ปีหลังเลือกตั้งตามเงื่อนไขบทเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน

ท็อปบูต คสช.จะคุมเกมอำนาจลากยาวไปอีกอย่างน้อยก็ 6–7 ปี

ตรงนี้แหละที่อาจจะเป็นปัจจัยเหตุนำมาซึ่งเสียงระเบิดตูมตาม

ในมุมที่มีคนเสียประโยชน์จากการอยู่ยาวของทหาร ต้องเปิดปฏิบัติการเขย่าดุลอำนาจไม่ให้ คสช.ล็อกเกมไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

เปิดโอกาสให้ตัวเองแทรกตัวเข้ามาประคองดุลต่อรองได้

เบื้องต้นเลยมันก็หนีไม่พ้นกลุ่มที่อยู่ใกล้สายตาสุดก็คือขั้วการเมืองฝ่ายต้านทหาร คสช. อย่างที่ได้ยินชื่อดังมาทันทีพร้อมระเบิดทุกครั้งก็คือ “ทักษิณ” กับคนเสื้อแดง

ตามแรงกระพือของเครือข่ายขั้วการเมืองฝั่งตรงข้ามชี้เป้าประจานให้เป็นจำเลยสังคม

แต่มันก็ยังมีเครื่องหมายคำถามถึง “ศักยภาพ” ทำได้ระดับนี้เชียวหรือ

ยิ่งมองในอารมณ์นักการเมืองมุ่งไปที่การแต่งตัวรอลงสนามเลือกตั้งไม่มีประโยชน์อะไรที่จะป่วนสถานการณ์ เปิดทางให้ทหารอ้างเป็นเหตุลากยาวอำนาจต่อ

แบบที่ “บิ๊กตู่” ตั้งแง่ไว้ ไม่สงบไม่ปล่อยเลือกตั้ง

โดยเงื่อนไขย้อนแย้ง น้ำหนักมันยังเบาเกินไป

ไม่อย่างนั้นแกนนำเสื้อแดงคงไม่กล้าท้าสาบานให้พิกลพิการกันไปข้าง

เอาเป็นว่า เทียบกันอีกปมยังมีน้ำหนักความน่าจะเป็นมากกว่า ในมุมของปัจจัยเหตุจากภายนอก แบบที่รู้กันดีว่า นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทหาร คสช.ที่อิงไปทางจีนแผ่นดินใหญ่กับประเทศรัสเซียเพื่อถ่วงน้ำหนักกับสหรัฐอเมริกา

ท่ามกลางบรรยากาศกรุ่นๆว่าด้วยข้อพิพาทเรื่องหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ระหว่างมหาอำนาจสหรัฐฯ จีน ฟิลิปปินส์ นับวันจะยกระดับความตึงเครียด

ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายไอเอสประกาศเบนเป้าใหม่มาก่อการในอาเซียน ถึงขั้นที่ประเทศสิงคโปร์กับมาเลเซียยกระดับการเตรียมรับมือขบวนการก่อการร้าย

ประกอบกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทยก็มี “หัวเชื้อ” สารพัดขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะกลุ่มบีอาร์เอ็นที่กำลังอยู่ในขั้นเปิดโต๊ะเจรจากับรัฐบาลให้รับเงื่อนไข แต่จากผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญใน 3 จังหวัด นราธิวาส ปัตตานี ยะลา พากันโหวตคว่ำ

สะท้อนอารมณ์ไม่พอใจเงื่อนไขอำนาจการปกครองภายใต้ คสช.

และเมื่อรัฐบาลทหารได้ผลประชามติยกระดับความชอบธรรมในการลากยาวอยู่ต่อ

ก็เป็นไปได้ ระดับความไม่พอใจมันเลยถึงจุดระเบิด.


ทีมข่าวการเมือง

16 ส.ค. 2559 00:15 16 ส.ค. 2559 00:15 ไทยรัฐ