วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส.อ.ท.ชี้ยังไม่ถึงจุดต่ำสุด ยอดขายหนังสือพิมพ์-นิตยสารปีนี้วูบ 10%

ส.อ.ท.เผยยอดขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ปีนี้ ลดลง 10% หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาตกต่ำต่อเนื่อง ยอดขายหายไป 30% แต่ปีนี้ยังโชคดี เพราะสิ่งพิมพ์ กลุ่มบรรจุภัณฑ์เติบโตเพิ่มขึ้น ลุ้นยอดขายรวมปีนี้ 3 แสนล้านบาทใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ นายทุนชาวไทยทยอยย้ายฐานไปเวียดนาม

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมการพิมพ์ของประเทศไทยว่า ในอุตสาหกรรมการพิมพ์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ 2.อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อความปลอดภัย 3.อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ โดยในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ จำพวกหนังสือพิมพ์ นิตยสาร นิตยสารแจกฟรี และใบปลิวส่งเสริมการขาย เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีสารสนเทศมากที่สุด เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายลดลงไป 30% และในขณะนี้ก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่มีแนวโน้มเห็นถึงจุดต่ำสุด แต่ก็ค่อยๆปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล หรือมีอัตราการถดถอยที่ลดลง หรือค่อยๆทยอยลดลงไม่เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ลดลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าปีนี้ยอดขายในกลุ่มนี้จะลดลง 10%

สำหรับสิ่งพิมพ์เพื่อความปลอดภัย อาทิ การพิมพ์เอกสารเฉพาะกิจ มีสัดส่วนไม่มากนักและอยู่ในภาวะทรงตัว แต่ในอนาคตอาจจะลดลง เพราะคนใช้เช็คกันมากขึ้น เพราะรัฐบาลให้ไปส่งเสริมอี-เพย์เม้นท์ มากขึ้น โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้มีมูลค่ารวมกัน 135,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 45% ของอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั้งหมด ขณะที่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของอาหารแปรรูป และอาหารสำเร็จรูป ที่ประชาชนหันมานิยมมากขึ้น โดยยอดขายเพิ่มขึ้นปีละ 10% หรือปีละ 10,000 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนในอุตสาหกรรมนี้เพิ่ มขึ้นเป็น 55% ของกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ ที่มียอดขายปีละ 165,000 ล้านบาท และยังมีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น

“ยอดขายในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ปรับลดลงมาโดยตลอด แต่ในส่วนของบรรจุภัณฑ์กลับขยาย ตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ในภาพรวมทั้งระบบจึงไม่ลดลง และทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่คาดว่าจะมียอดขายรวม 3 00,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา”

นายเกรียงไกรกล่าวว่า การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้หลายๆประเทศ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วทำให้ในอนาคตนักลงทุนไทยมีแนวโน้มเข้าไปลงทุนตั้งโรงพิมพ์ในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนชาวไทยเข้าไปตั้งกิจการโรงงานสิ่งพิมพ์ในเวียดนามแล้ว 5 แห่ง และหากพม่า ลาว กัมพูชา มีระบบสาธารณูปโภคที่ดีขึ้น ก็จะมีนักลงทุนไทย เข้าไปลงทุนด้านสิ่งพิมพ์มากขึ้น ขณะที่โรงพิมพ์ในประเทศไทย ก็ต้องปรับตัวไปใช้เทคโนโลยีระดับสูงให้มากขึ้น โดยในปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้จะอยู่ ในระดับอุตสาหกรรม 3-3.5 มีเพียงบางส่วนที่ต้องใช้แรงงานคนในการขนส่งย้ายไลน์การผลิต ซึ่งจะค่อยๆนำหุ่นยนต์ และเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาใช้เพิ่มขึ้น รวมทั้งหันไปผลิตสิ่งพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น

นายสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ประธานกรรมการบริหารนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า หลังจาก บริษัท ซี.เอ.เอส.แอสเซท จำกัด ที่ตั้งกิจการในนิคมฯสินสาคร นำเทคโนโลยี เข้ามาใช้บริหารจัดการโกดังสินค้าแทนแรงงานคน ช่วยให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจลดลง 30% จากเดิมที่ต้นทุนการขนส่งสูงถึง 30 ล้านบาทต่อปี สอดคล้องกับแนวคิดรัฐบาล ที่ผลักดันอุตสาหกรรมไทยไปสู่ยุค 4.0 ขณะที่การรวมกลุ่มคลัสเตอร์สิ่งพิมพ์ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำในนิคมฯแห่งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนรวมลดลง 15%

นายเจน นำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า การเข้าสู่ยุค 4.0 ประเทศจะไม่กระทบกับการจ้างงานในตลาดแ รงงาน สะท้อนจากอัตราการว่างงานขณะนี้ ที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1% แต่แรงงานก็ต้องปรับตัวไปสู่การเป็นแรงงานที่มีทักษะ เพื่อให้ยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก.

ส.อ.ท.เผยยอดขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ปีนี้ ลดลง 10% หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาตกต่ำต่อเนื่อง ยอดขายหายไป 30% แต่ปีนี้ยังโชคดี เพราะสิ่งพิมพ์ กลุ่มบรรจุภัณฑ์เติบโตเพิ่มขึ้น... 16 ส.ค. 2559 00:11 16 ส.ค. 2559 00:33 ไทยรัฐ