วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิษระเบิด 7 จว.ภาคใต้ป่วนเศรษฐกิจ กระทบลงทุน ฉุดท่องเที่ยวไทยส่อทรุด?!

เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่หวังที่จะให้เกิดขึ้น กับเหตุการณ์รุนแรง ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค. ต่อเนื่องไปจนวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้เกิดเหตุ
ระเบิดและเพลิงไหม้ในย่านเศรษฐกิจ และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 7 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรี
ธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

จากสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารก็ให้น้ำหนักไปในทางเดียวกัน คือเป็นฝีมือของกลุ่มการเมือง ที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของคณะรักษา
ความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. หลังจากการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่นั่นก็ยังเป็นแค่การคาดเดาหาได้มีใครรับรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงไม่

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงโดยที่ไม่ต้องคาดเดา คือ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเขตจังหวัดภาคใต้ ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญและส่งผลต่อเศรษฐกิจภาครวมของประเทศ ภาพที่ทุกคนได้เห็นหลังเหตุการณ์ที่รุนแรง คือ บรรยากาศการท่องเที่ยวที่เงียบเหงา ตัวประชาชนเลือกที่จะอยู่ในบ้าน ขณะที่นักท่อง
เที่ยวก็ไม่กล้าเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย เพราะกลัวที่จะเป็นเหยื่อของความไม่สงบ

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ได้แสดงมุมมองต่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นว่า การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน 
แต่จะสั้นหรือยาวต้องรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วหรือไม่ โดยในส่วนของ ส.อ.ท.มองว่า จะไม่มีผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนเพราะขณะนี้ ยังไม่มีนักลง
ทุนรายใดแสดงความวิตกกังวลมายัง ส.อ.ท. เพราะทุกคนคงรอดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อเหตุการณ์ไม่ลุกลามจึงต้องมาประเมินว่ากระทบ
ต่อบรรยากาศการลงทุนมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การวางระเบิดดังกล่าว ถ้าเกิดจากความตั้งใจก็ทำลายภาพลักษณ์และสร้างความปั่น
ป่วนมากกว่าจะให้มองว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นฝีมือของคนกลุ่มใด ต่างก็เล็งเป้าไปที่ระบบเศรษฐกิจซึ่งจะกระทบไปทั้งประเทศ ฝ่ายความมั่นคงของ
รัฐบาลจึงต้องหาสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยเร็วและเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมา เพื่อไม่ทำให้ไตรมาส 4 ปีนี้ ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยชะลอตัว

ธุรกิจโรงแรมรับผลกระทบ ลูกค้ายกเลิกห้องพัก!

นายสมชัย รัตนโอภาส ประธานบริหาร โรงแรมเอ-วัน กรุงเทพฯ และพัทยา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดในช่วงผ่านพ้นการลงประชามติไปแล้ว หนำซ้ำยัง
เกิดในช่วงวันแม่แห่งชาติ และมีความตั้งใจทำให้เกิดผลกับเมืองท่องเที่ยว ดังนั้นย่อมมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั่วประเทศแน่นอน หลังจากนี้รัฐบาลคงต้อง
เร่งจัดการหาสาเหตุพร้อมแก้สถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด ถ้าหยุดไม่ได้ ฝั่งรัฐบาลต่างชาติก็อาจประกาศห้ามเดินทางมาเที่ยวไทย ซึ่งจะมีผลทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ 
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบที่แล้วมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ส่วนเหตุปัจจุบันที่เกิดหลายจังหวัดเชื่อว่าในต่างประเทศคงออกมาประกาศเตือน
เรื่องการเดินทางแล้วอย่างแน่นอน เพราะขนาดช่วงที่มีการลงประชามติ บางประเทศก็ยังออกประกาศเตือนเรื่องการเดินทางไว้เลย

"ช่วงวันหยุดยาวนี้โรงแรมที่พัทยาอัตราเข้าพักเต็ม ส่วนกรุงเทพฯ 70-80% เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางภาคใต้ พื้นที่อื่นของประเทศก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย 
เพราะปกติเวลานักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวมาไทยมักจะเดินทางมายังกรุงเทพฯ ก่อน จากนั้นจึงค่อยแยกไปเที่ยวจังหวัดอื่นๆ ซึ่งเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นทำให้ตัวจังหวัดที่มีเกิดเหตุจะได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่จังหวัดที่ไม่มีเหตุเกิดก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน" นายสมชัย กล่าว

ประเมินเศรษฐกิจเสียหาย 3.38 หมื่นล้าน!

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ประเมินผลกระทบของการก่อเหตุไม่สงบใน 7 จังหวัดภาคใต้ต่อเศรษฐกิจไทย ว่า มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวระดับหนึ่ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยเฉพาะกองทุนต่างชาติในตลาดการเงินลดลง อาจเกิดการเทขายหุ้นบลูชิพ หุ้นกลุ่มโรงแรม หุ้นเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจค้าปลีก หรือกิจการที่มีฐานธุรกิจ ฐานการผลิตหรือธุรกรรมในภาคใต้ เหตุการณ์การก่อความไม่สงบ ไม่น่าจะกระทบต่อการลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริง ส่วนภาคบริโภคน่าจะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีนัยสำคัญอะไร และน่าจะกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ จากเหตุก่อความไม่สงบทำให้โรงแรมในพื้นที่ประกอบการ มีการยกเลิกการจองห้องพักมากกว่า 50% หลังเหตุระเบิด หากนำเปรียบเทียบกับผลกระทบจากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 มีผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยรายวันลดลงถึงร้อยละ 33 ในเดือนถัดไป และมีผลให้ในไตรมาส 3/2558 นักท่องเที่ยวขยายตัวร้อยละ 24.3% โดยขยายตัวลดลงจากร้อยละ 36.92 ในไตรมาสก่อนหน้า เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว 32 ล้านคนปี 2559 เพิ่ม 8% จากปี 58 คาดว่าก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 1.67 ล้านล้านบาท สัดส่วนของรายได้การท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องอยู่ที่ 11-12% ของจีดีพี อาจพลาดเป้าหมายเล็กน้อย

จากการประเมินเบื้องต้น ความเสียหายทางเศรษฐกิจและรายได้ที่สูญเสียไปในภาพรวมเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 33,800 ล้านบาท โดยรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและในประเทศลดลงเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 33,400 ล้านบาท ในช่วงเวลาที่เหลือของปีโดยเฉพาะไตรมาสสาม นอกจากนี้ อาจเกิดการชะลอตัวในภาคการบริโภค ความเสียหายในตลาดการเงิน การชะลอตัวของภาคการลงทุน ภาคการจ้างงาน ต้นทุนการรักษาความปลอดภัยและต้นทุนการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ความเสียหายและต้นทุนเหล่านี้สามารถได้รับแก้ไขด้วยการดำเนินการและการตอบสนองที่เหมาะสมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อความมีเสถียรภาพ ความสงบสันติธรรม และความรุ่งเรืองของประเทศ

ภาครัฐบาลเคลื่อนไหว ยกระดับความปลอดภัย

หลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 12 ส.ค. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) ออกมาเปิดเผยว่า ททท.ได้เปิดศูนย์ติดตาม
สถานการณ์ท่องเที่ยว เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับสื่อมวลชนไทยและต่างชาติและติดตามสถานการณ์ข่าวการก่อความไม่สงบในหลายจังหวัดของไทย 
พร้อมทั้งสั่งการให้ ททท.จัดทำประกาศรายงานสถานการณ์ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน

เช่นเดียวกันกับกระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะหน่วยงานที่ให้บริการประชาชน 
เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย และเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดมิให้เกิดเหตุวินาศกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการเดินทางในระบบขนส่ง
สาธารณะในทุกส่วน และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนมีความไว้วางใจในการใช้บริการในการเดินทาง และดำเนินชีวิตตามปกติ

สำหรับ นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ก็ได้สั่งการให้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยใน
รถไฟฟ้าทั้ง ใต้ดิน และรถไฟฟ้าสายสีม่วง เป็นขั้นสูงสุด เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อคัดกรองประชาชนที่มาใช้บริการอย่างเข้มงวด และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการ
ตรวจตราพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้า โดยเฉพาะทางขึ้น-ลง และศูนย์ซ่อมบำรุงอีกทั้งประสานงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อทำงานร่วมกัน รวมทั้งเรื่อง
ข้อมูลการก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ อีกด้วย

ขณะที่ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้สั่งการให้ ทอท.ซึ่งบริหารท่า
อากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยาน
แม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดำเนินการเพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย 
ระดับ 3

ทาง ทอท. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เฝ้าติดตามด้านการข่าว และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง 
ตลอดจนเพิ่มวงรอบของทุกส่วนงานรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการเพิ่มวงรอบของชุดตรวจผสมตระเวนตรวจพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานและในเขต
การบิน การตระเวนระงับเหตุ การรักษาการณ์ การจราจร การตรวจค้นสัมภาระติดตัวผู้โดยสารและสัมภาระบรรทุก การตระเวนสุ่มตรวจของหน่วยทำลาย
วัตถุระเบิด รวมทั้งการออกบัตรอนุญาตบุคคลและยานพาหนะ ยกเลิกการจอดรถหน้าชานชาลาทุกประเภท งดออกบัตรอำนวยความสะดวกทุกประเภท และ
เฝ้าระวังด้วยกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง

ท้ายที่สุดนี้ "ทีมข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐออนไลน์" ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอประณามกลุ่มก่อความรุนแรงกับประเทศไทย และหวังว่าอีกไม่นาน เจ้าหน้าที่จะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษได้ พร้อมทั้งมั่นใจว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ไปได้เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา.

ช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค. ต่อเนื่องไปจนวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุ
ระเบิดและเพลิงไหม้ในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 7 จังหวัด ทำให้เกิดผลกระทบต่ออุตฯ ท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้ ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ที่ส่งผลต่อ ศก. ไทย ... 15 ส.ค. 2559 11:34 ไทยรัฐ