วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไงดี? ติดหนี้ไฟแนนซ์-เงินกู้-โอนที่ดิน ที่นี่มีคำตอบ

สัปดาห์นี้ขอตอบคำถามปัญหาข้อกฎหมายจากผู้อ่านที่ส่งคำถามเข้ามาทาง “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com  ผมต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจส่งคำถามมาให้ผมช่วยไขข้อข้องใจครับ

คำถามที่ 1 : สวัสดีครับ รถผมได้ถูกยักยอกทรัพย์ไป แจ้งความไว้กับตำรวจแล้ว แต่ยังจับคนเอารถไปยังไม่ได้ ตอนนี้มีหมายศาลมาให้ไปขึ้นศาลพร้อมคนค้ำประกัน ยอดที่เขาฟ้องมาประมาณหกแสนบาท ผมไม่มีเงินไปจ่ายไฟแนนซ์ ผมต้องขึ้นศาลไปประนอมหนี้ใช่ไหมครับ คนค้ำติดต่อไม่ได้ จำเป็นต้องพาคนค้ำไปขึ้นศาลด้วยไหมครับ

ตอบ : กรณีที่ท่านถูกฟ้องดำเนินคดี ในข้อหาผิดสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เบื้องต้นท่านควรปรึกษาทนายความ เพื่อให้ดูคำฟ้อง สัญญาเช่าซื้อ หลักฐานการชำระเงินค่างวด และการคิดคำนวณค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหรือยึดรถ ว่าเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อ หรือข้อเท็จจริง หรือตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง หรือมีการเรียกค่าใช้จ่ายหรือค่าขาดประโยชน์ที่สูงเกินส่วน ท่านจะต้องให้ทนายความยื่นคำให้การสู้คดี เพื่อให้ยอดหนี้ตามคำฟ้องลดลง หรือให้ยอดหนี้ถูกต้องตามความเป็นจริง

ในกรณีที่ท่านไม่มีทนายความ ท่านควรจะต้องไปศาล เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ศาลและบริษัทไฟแนนซ์ทราบถึงเหตุขัดข้อง เกี่ยวกับการถูกยักยอกรถดังกล่าว และแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เพื่อขอความเห็นใจ หรือเจรจาตกลงประนีประนอมยอมความในศาล แต่ในกรณีของท่านอาจจะประนีประนอมยอมความในศาลไม่ได้ เนื่องจากจะต้องให้ผู้ค้ำประกันลงนามในสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย กรณีนี้ ศาลอาจจะพิพากษาไปก่อน โดยท่านสามารถนำผลคำพิพากษาไปติดต่อกับบริษัทไฟแนนซ์ เพื่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในภายหลังได้

คำถามที่ 2 : ผมได้ค้ำประกันรถมอเตอร์ไซค์ ให้กับเพื่อนคนหนึ่ง แต่เพื่อนไม่ยอมผ่อนจนเข้าเดือนที่ 6 แล้ว ทางไฟแนนซ์ไม่สามารถติดต่อเพื่อนผมได้ ทางไฟแนนซ์จึงติดต่อมาทางผมซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ผมรับปากไฟแนนซ์ว่าจะตามทวงให้ แต่ผมก็ไม่สามารถติดต่อเพื่อนผมได้เช่นกัน ทั้งเบอร์โทร เฟซบุ๊ก ไลน์ ปิดหนีหมด
 ผมได้สอบถามไปทางคนรู้จักเขา ก็ทราบว่าเขากลับบ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ไม่เห็นรถมอเตอร์ไซค์ ตอนซื้อรถมอเตอร์ไซค์นั้น ซื้อที่ปทุมธานี ถ้าทางไฟแนนซ์ฟ้องศาล ผมในฐานะคนค้ำประกันจะมีความผิดไหม 

ตอบ : เบื้องต้นควรประสานไปที่บริษัทไฟแนนซ์ เพื่อให้บริษัทไฟแนนซ์ดำเนินการตามขั้นตอนหรือตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ หรือช่วยให้ข้อมูลในการพาบริษัทไฟแนนซ์ไปยึดรถ หากไม่พบรถ บริษัทไฟแนนซ์ก็จะดำเนินการยื่นฟ้องผู้เช่าซื้อและตัวท่านในฐานะผู้ค้ำประกัน โดยท่านมีทางเลือกอยู่สองทาง คือ 1. เจรจาเพื่อขอผ่อนชำระกับบริษัทไฟแนนซ์ แล้วใช้สิทธิ์ในการฟ้องบังคับให้ผู้เช่าซื้อชำระเงินคืนให้แก่ท่านในภายหลัง เนื่องจากท่านได้ชำระหนี้แทนไป 2. ปล่อยให้บริษัทไฟแนนซ์ดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อบังคับยึดทรัพย์ของผู้เช่าซื้อและท่านต่อไป โดยบริษัทไฟแนนซ์สามารถยึดทรัพย์สินที่เป็นชื่อของผู้เช่าซื้อหรือของท่าน รวมถึงมีสิทธิ์อายัดเงินเดือนได้ร้อยละ 30 ของเงินเดือนครับ ซึ่งท่านสามารถไปยื่นเรื่องขอลดยอดการอายัดเงินเดือนจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 15 ได้ครับ โดยไปยื่นคำร้องขอของสำนักงานบังคับคดีพร้อมกับแนบหลักฐานภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนครับ

คำถามที่ 3 : ดิฉันเปิดบริษัทเล็กๆ ทำกันเองกับสามี รับลูกจ้างมาหนึ่งคน จ้างเดือนละ 9,000 บาท ลูกจ้างขอไม่ให้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมค่ะ เพราะรายจ่ายทางครอบครัวเยอะมาก ทำงานอยู่กันมาสองปี มีความประพฤติดี ทำงานดี แต่ครอบครัวเดือดร้อนทางสามีดิฉันก็เลยช่วยเหลือให้กู้ยืมเงินและทำสัญญากันไว้ 1 ฉบับ 6,000 บาท โดยจะให้หักเงินเดือน เดือนละ 1,000 บาท จนกว่าจะหมด ต่อมาหนี้เหลือ 3,000 บาท ก็เดือดร้อนอีก และได้มากู้เพิ่มอีก 6,000 บาท แต่ก้อนหลังนี้เซ็นรับเงินไป แต่ยังไม่ได้ทำสัญญากัน และครั้งสุดท้ายอีก 3,000 บาท ดังนั้น
 1. ดิฉันสามารถแจ้งความเอาผิดลูกจ้างได้ไหมคะ
 2. ถ้าฟ้องร้องเอาเงินคืนได้ไหมคะ รวมหนี้ทั้งหมดประมาณ 15,000 บาท ถ้าดำเนินการฟ้องร้องต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างเท่าไร และจะคุ้มกันไหมคะ 
3. เรื่องการละทิ้งหน้าที่ปฏิบัติงาน สามารถเอาผิดได้ไหมคะ มีสัญญาจ้างงานค่ะ

ตอบ : ขอตอบทีละข้อนะครับ
 1. ในกรณีแบบนี้เป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้นครับ  ไม่เป็นความผิดทางอาญา จึงไม่สามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ครับ 
2. ในการกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเป็นสำคัญครับ จากข้อเท็จจริงท่านสามารถยื่นฟ้องเรียกเงินคืนตามสัญญากู้ยืมเงินจากลูกจ้างได้ เฉพาะที่มีสัญญาฉบับแรกเท่านั้นครับ ในส่วนหลังนั้นไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงไม่สามารถฟ้องเรียกเงินคืนจากลูกหนี้ได้ครับ และในส่วนการดำเนินการทางกฎหมายนั้น ตามความเห็นของผมคิดว่า ไม่คุ้มกับค่าดำเนินการและไม่ปรากฏว่าลูกจ้างจะมีทรัพย์สินให้ยึดหรืออายัดหรือไม่ การดำเนินการทางกฎหมายจะยิ่งทำให้ท่านเสียหายเพิ่มขึ้นไปอีกครับ
 3. ในกรณีที่ลูกจ้างทำผิดตามสัญญาจ้างนั้นสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ครับ โดยให้ท่านไปยื่นคำฟ้องต่อศาลแรงงานในเขตพื้นที่ของบริษัทของท่าน ทั้งนี้ ท่านจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามูลค่าความเสียหาย ซึ่งเกิดจากการหยุดงานเกินกว่าสามวันของลูกจ้างท่านนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อท่านเป็นเงินจำนวนเท่าใด

คำถามที่ 4 : กรณีถูกธนาคารฟ้องเรื่องบัตรเครดิตจนศาลมีคำพิพากษาและบังคับคดีให้ชำระหนี้ภายใน 15 วัน ผมอยากทราบว่ากรณีนี้ หากลูกหนี้ยังมิได้ชำระหนี้จนล่วงเลยเวลามานานเป็นปี ทางธนาคารจะบังคับให้ชำระหนี้ได้ไหม มีอายุความกี่ปี และจะมีทางต่อสู้คดีอย่างไรครับ

ตอบ : เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว ฝ่ายโจทก์จะต้องดำเนินการบังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หากพ้นกำหนดดังกล่าว ฝ่ายโจทก์ก็ไม่สามารถดำเนินการยึดทรัพย์สินหรืออายัดเงินเดือนของท่านได้ครับ

คำถามที่ 5 : รบกวนปรึกษาปัญหาที่ดิน
 1. แม่ได้ไปเซ็นเอกสารใบผ่านทางให้คนข้างบ้าน แต่คนข้างบ้านไม่ได้ให้เอกสารไว้ 
2. คนข้างบ้านได้เอาเอกสารฉบับนั้น เพื่อไปปลอมแปลง และนำไปค้ำประกันในการกู้เงิน 
3. แม่จะขายที่ดินให้กับญาติลูกพี่ลูก น้อง กรมที่ดินแจ้งว่า ไม่สามารถโอนได้ 
เนื่องจากติดค้ำประกันแบงก์ อย่างนี้จะทำอย่างไรคะ หรือต้องดำเนินการแจ้งความได้หรือไม่ เนื่องจากคู่กรณีหลบหน้าไม่ยอมเจรจา

ตอบ : เบื้องต้นจะต้องไปตรวจสอบและคัดสำเนาเอกสารในสารบัญโฉนดที่สำนักงานที่ดินครับว่า มีเอกสารอะไรที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกันของแม่ของท่านบ้าง ในกรณีแบบนี้หากมีการปลอมลายมือชื่อหรือมีการปลอมเอกสาร หรือเติม ตัดทอน แก้ไขข้อความในเอกสาร ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน ท่านสามารถที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ที่นำเอกสารไปใช้ได้ครับ เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญาครับ

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ


Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์

สัปดาห์นี้ขอตอบคำถามปัญหาข้อกฎหมายจากผู้อ่านที่ส่งคำถามเข้ามาทาง “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ผมต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจส่งคำถามมาให้ผมช่วยไขข้อข้องใจครับ 15 ส.ค. 2559 10:57 17 ส.ค. 2559 11:58 ไทยรัฐ