วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จากวันระเบิดศาลพระพรหม ถึง “วินาศกรรม” 7 จังหวัด

จากวันระเบิดศาลพระพรหม ถึง “วินาศกรรม” 7 จังหวัด

โดย ซูม
16 ส.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิง 17 จุด 17 เหตุการณ์ใน 7 จังหวัด ที่เกิดขึ้น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่ศาลพระพรหม เอราวัณ ใน กทม. เมื่อปีกลาย ซึ่งเกือบครบรอบ 1 ปีพอดี

คงจะจำกันได้ 17 สิงหาคม 2558 เวลา 18.55 น. มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ศาลพระพรหม เอราวัณ บริเวณราชประสงค์ มีผู้เสียชีวิตทันที 12 ศพ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 4 ศพ รวมเป็น 16 ศพ

สำหรับผู้บาดเจ็บมีมากถึง 130 คน ต้องกระจายส่งไปตามโรงพยาบาลต่างๆถึง 19 แห่ง รอบๆกรุงเทพฯ

สำนักข่าวทุกสำนักนำเสนอเป็นข่าวใหญ่ แพร่กระจายไปทั่วโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในทันที เมื่อมีการยกเลิกการจองตั๋วเครื่องบินและการจองห้องพักจำนวนมาก

ต่อมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแก้เกมด้วยการเชิญ 2 ดาราฮ่องกงมาสักการะศาลพระพรหม ได้แก่ หมีเซี๊ยะ กับ เยิ่นต๊ะหัว พร้อมกับเชิญสื่อมวลชนทุกสำนักไปทำข่าว

โดยเฉพาะ หมีเซี๊ยะ นั้น ถึงกับแต่งเป็นนางรำ ร่ายรำแก้บนให้อย่างคล่องแคล่ว กลายเป็นข่าวและภาพเผยแพร่ออกไปทั่วโลก

ส่งผลให้คนฮ่องกงยังคงมาเที่ยวเมืองไทย และมาสักการะท้าวมหาพรหมในจำนวนที่มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ก็มาด้วย เดินทางมามากกว่าเดิมเช่นกัน จนเกิดปัญหาในด้านอื่นๆอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพิ่งจะจัดพิธีขอบคุณและมอบรางวัลพิเศษให้แก่ หมีเซี๊ยะ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง

เธอมารับด้วยตนเองและกล่าวขอบคุณ ททท.ที่ให้เกียรติเลือกเธอมาเป็นนางรำ ซึ่งเธอก็ยินดีมา แม้จะไม่ได้ค่าตัวแต่อย่างใด

หมีเซี๊ยะบอกว่า นึกถึงคนไทยเสมอ เพราะคนไทยติดตามดูเธอตั้งแต่มังกรหยกและอีกหลายๆเรื่อง เธอเองก็ชอบเมืองไทยและคนไทยมากๆ จนมีความรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนไทยคนหนึ่ง

เมื่อได้รับการขอร้องให้มาช่วยบำรุงขวัญคนไทย และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศไทย เธอก็ยินดีมาแม้จะไม่ได้ค่าตัวอะไรเลย

เป็นคำตอบที่ทำให้คนไทยจำนวนมากที่ได้อ่านข่าวคำสัมภาษณ์ของเธอ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม รู้สึกซาบซึ้งและนึกรักดาราหญิงฮ่องกงคนนี้อีกหลายเท่า

แต่อีกเพียง 10 กว่าวันต่อมา...วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2559 ก็เกิดเหตุการณ์ถึง 17 เหตุการณ์ ใน 7 จังหวัด จนเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ของสื่อต่างประเทศอีกครั้ง

มีข่าวว่าธุรกิจการท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบเช่นเคย แต่ทาง ททท.ก็ประชุมผู้ประกอบการและสมาคมที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปว่า พร้อมจะเดินหน้าต่อ ไม่หวั่นไหว ไม่ตระหนกตกใจ แต่ก็จะไม่ประมาทและจะดูแลนักท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

ที่ประชุมเชื่อมั่นว่ารายได้การท่องเที่ยวปีนี้จะไม่ลดลง

ผมขอร่วมให้กำลังใจด้วยอีกแรงหนึ่งและเห็นด้วยที่บอกว่ายอดนักท่องเที่ยวและรายได้ท่องเที่ยวจะไม่ตกต่ำลงเพราะเหตุร้ายครั้งนี้

เหตุที่เชื่อเพราะสิงหาคมปีที่แล้วเหตุการณ์ที่ศาลพระพรหมเป็นข่าวใหญ่กว่านี้มาก มีผลกระทบรุนแรงมาก เรายังเอาตัวรอดมาได้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ความเชื่อของผู้ประกอบการและของผมข้างต้นเป็นความจริง ทั้งตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องสืบค้นหาต้นตอและจับกุมผู้ก่อเหตุจนสามารถสาวไปถึงตัวการให้ได้โดยเร็วที่สุด

จะต้องแสดงประสิทธิภาพของฝ่ายรัฐให้เห็นด้วยว่ามีความสามารถและมีประสิทธิภาพที่จะจัดการกับใครก็ตามที่บังอาจกระทำเช่นนี้ได้อย่างรวดเร็วและไม่ผิดตัว

เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้มีใครที่ไหนริอ่านกระทำเช่นนี้อีก และขณะเดียวกันก็จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดียิ่ง รวมไปถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนักท่องเที่ยวก็จะดีขึ้น

ผมถึงได้ย้ำนักย้ำหนาว่าทั้งบิ๊กตู่ บิ๊กป้อม รวมทั้งท่าน ผบ.ตร.ด้วยจะต้องเอาใจใส่ในกรณี 7 จังหวัด 17 เหตุการณ์เป็น “พิเศษ” ต้องจับตัวจริงให้ได้สืบสาวต้นตอให้ได้...ที่ท่านโกรธหรือโมโห หรือ ด่าทอเมื่อวันก่อนน่ะดีแล้ว แต่แค่นี้ไม่พอครับจะต้องจบด้วยการจับกุมผู้ก่อเหตุมาเข้าตะรางให้ได้โดยไม่ผิดตัวในเวลาที่ไม่นานจนเกินไป.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้