วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวัง “ร้อนวิชา” พาลงเหวได้

คงต้องรอเวลาให้เจ้าหน้าที่คลี่คลายความคืบหน้าเพื่อสาวไปให้ถึงขบวนการก่อ “วินาศกรรม” ที่ 7 จังหวัดภาคใต้ เพราะถือว่าเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องจับกุมคนร้ายให้ได้เพื่อตอบโจทย์อนาคตทางการเมืองของประเทศนี้

หากบ้านเมืองยังไม่สงบอย่างที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายกล่าวเอาไว้ว่าอาจจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปได้

จะเอายังไงก็คิดกันให้ดีหากต้องการเลือกตั้งให้เป็นไปตามโรดแม็ปก็อย่าได้สร้างสถานการณ์ขึ้นมาอีก เพราะไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น มีแต่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายและมีผลโดยตรงกับเศรษฐกิจของประเทศ

แล้วจะมาโทษใครไม่ได้...

จากการที่ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนไปแล้วก็คงต้องอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดรับกับคำถามพ่วงที่ว่าด้วยการให้ ส.ว. 250 คน มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ หากบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อได้พรรคละ 3 คน

เพื่อให้สภาผู้แทนฯ ลงมติว่าจะเลือกใคร?

ว่าไปแล้วหากมองในรูปการณ์นี้แม้ คสช.จะมีอำนาจแต่งตั้ง ส.ว. ได้ 200 คน อีก 50 คน จะมาจากการสรรหาแล้วเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพต่างๆนั้นดูจากรัฐธรรมนูญแล้วก็ไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมาย

แต่ที่เกิดเสียงคัดค้านกันมาก เพราะเป็น ส.ว.แต่งตั้งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเลยเกรงว่า ส.ว.ชุดนี้ จะกลายเป็นพรรคการเมืองสังกัดค่าย คสช.และเป็นดุลอำนาจสำคัญในรัฐสภา

เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่มีอำนาจอะไรมากมายนัก นอกจากร่วมโหวตนายกฯได้เท่านั้น ไม่มีอำนาจท่วมท้นอย่างที่เข้าใจกัน

ไม่มีอำนาจในการพิจารณางบประมาณ อภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมีการให้อำนาจสภาผู้แทนฯเท่านั้นที่จะทำได้

หากขีดวงพิจารณาอย่างนี้แล้วคงไม่ใช่ว่า คสช.จะสามารถครอบงำสภาผู้แทนฯได้ นอกเสียจากผลการเลือกตั้งที่จะออกมาพรรคการเมืองที่เอนเอียงไปทางสนับสนุน คสช. ได้เสียงข้างมากจนสามารถตั้งรัฐบาลได้

ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

หรือแม้กระทั่งนายกฯ ไม่ว่าจะมาจากคนนอกหรือคนของพรรคการเมือง หากถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ส.ส.ลงมติไม่ไว้วางใจก็ไปไม่รอด

ส.ว. 250 คน ก็ช่วยอะไรไม่ได้

อีกทั้งการที่พูดกันว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติอาจจะเขียนเพื่อให้อำนาจ ส.ว.ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะคำถามพ่วงนั้นได้กำหนดชัดเจนมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯได้เท่านั้นจะไปเพิ่มเติมอย่างอื่นไม่ได้เด็ดขาด

อยู่ที่ว่าจะสามารถรวม ส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นๆให้มากกว่าพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่เท่านั้น และจะต้องไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากเกินครึ่งหรือที่มีการวางตัวเลขเอาไว้จะได้ ส.ส. 360-370 เสียง

ประเด็นมันก็อยู่ตรงนี้แหละ ซึ่งจะต้องไปสู้กันในสนามเลือกตั้ง

แต่ที่มีการพูดถึงกันตอนนี้ก็คือการที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมาประกาศตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปพลันที่ประชามติผ่านความเห็นชอบก็คือหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

“ร้อนวิชา”-“เอาหน้า” แบบไม่มีความยั้งคิดว่ามันเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เหนื่อยหนักเข้าไปอีกแม้จะอ้างว่าเป็นความคิดอิสระของเขาก็ตาม

เป็นความหวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่...ลองกลับไปคิดกันดู.

“สายล่อฟ้า”

15 ส.ค. 2559 10:07 15 ส.ค. 2559 10:08 ไทยรัฐ