วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่วมแล้งเค็ม...ลุ่มน้ำปราจีนฯ

โดย สะ-เล-เต

ลุ่มน้ำปราจีนบุรี...ไม่เพียงจะมีปัญหาท่วมแล้งซ้ำซากเหมือนที่อื่น ยังมีปัญหาน้ำเค็มจากอ่าวไทยรุกเข้ามาใกล้ถึง 145 กม. ไม่เพียงการผลิตน้ำประปาจะมีปัญหา โรงพยาบาลยังขาดน้ำรักษาผู้ป่วย

แล้งที่แล้ว 2558 ทั่วไทยฝนตกน้อย ที่อื่นแล้งน้ำ...แต่ลุ่มน้ำปราจีนบุรียังอุตส่าห์มีน้ำท่วมให้เห็น

“พื้นที่นี้ปัญหาค่อนข้างซับซ้อน สภาพพื้นที่ตอนบนเป็นป่ามรดกโลก จะแก้ปัญหาท่วมแล้งและผลักดันน้ำเค็ม ด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำทำได้ยาก ส่วนตอนกลางและล่างเป็นที่ราบลุ่ม ฝนตกลงมาไหลลงมาท่วมขัง พอน้ำไหลลงทะเลไปจนหมด ฤดูแล้งมาเยือน น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำบางปะกงมาถึงปราจีนบุรี เลยไม่มีน้ำให้เกษตรกรและช่วยดันน้ำเค็ม”

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน อธิบายให้เห็นภาพปัญหา 3 น้ำที่เกิดขึ้นทุกปี หนทางที่จะแก้ปัญหาให้ได้ ตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำเป็นต้องใช้แนวทางแก้ปัญหาแบบแพ็กเกจ ต้องใช้วิธีการหลายอย่างร่วมกัน จะหวังเพียงสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเดียวไม่ได้

ด้วยพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีมีปริมาณน้ำท่า 4,700 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำได้เพียง 2 แห่ง อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (ห้วยโสมง) อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี กับอ่างเก็บน้ำพระปรง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว มีศักยภาพเก็บน้ำได้รวมกัน 300 ล้าน ลบ.ม.หรือแค่ 6% ของปริมาณน้ำท่าเท่านั้น นับว่าน้อยมาก

อีก 94% ที่ไหลทิ้งลงทะเล...ต้องนำมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่

การแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ดร.สมเกียรติ ชี้ว่า จะใช้รูปแบบเดียวกับ กทม. สร้างแนวปราการคันดินล้อมเมืองป้องกันน้ำท่วม สร้างประตูควบคุมการจราจรของน้ำให้ไหลเลี่ยงเมือง พร้อมขุดลอกแม่น้ำ คูคลองต่างๆเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ และบังคับให้น้ำไหลบ่ามาในฤดูฝนให้ไปอยู่รวมกันในแก้มลิง 3 แสนไร่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าอ่างนา จะกักเก็บน้ำไว้ได้ประมาณ 270 ล้าน ลบ.ม. ไม่ให้ไหลลงทะเลโดยเปล่าประโยชน์

“ปกติบริเวณนาน้ำท่วมทุกปี และชาวบ้านต้องทำนาหนีน้ำทุกปี จึงไม่มีปัญหา เราจะสร้างระบบแก้มลิงเก็บน้ำไว้ประมาณ 2 เดือน (พ.ย.-ธ.ค.) เพื่อตุนไว้ช่วยไล่น้ำเค็มในต้นฤดูแล้ง และเมื่อน้ำหมดถึงจะปล่อยน้ำจากเขื่อนมาช่วยดันน้ำเค็มและให้เกษตรกรทำนาได้”

แต่นั่นเป็นแนวทางที่กรมชลประทานได้ศึกษาเอาไว้ในเบื้องต้น แต่ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงได้แค่ไหน คงต้องรอกันอีกต่อไป...หวังว่าคงไม่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักเหมือนที่แล้วๆมา.


สะ-เล-เต

15 ส.ค. 2559 09:44 ไทยรัฐ