วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักวิชาการ ประเมินเหตุไม่สงบ 7 จว.ใต้ ทำ ศก.เสียหาย 3.38 หมื่นล้าน

นักวิชาการ ประเมินเหตุความไม่สงบ 7 จังหวัดท่องเที่ยวใต้ ทำ ศก.เสียหาย 3.38 หมื่นล้าน ฉุดชะลอตัวบริโภค-กระทบเชื่อมั่นตลาดการเงินและภาคลงทุน แต่จะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ยังคงจีดีพีปีนี้ ที่ระดับ 3.2-3.5% เช่นเดิม...

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ประเมินผลกระทบของการก่อเหตุไม่สงบใน 7 จังหวัดภาคใต้ต่อเศรษฐกิจไทย ว่า มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวระดับหนึ่ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยเฉพาะกองทุนต่างชาติในตลาดการเงินลดลง อาจเกิดการเทขายหุ้นบลูชิพ หุ้นกลุ่มโรงแรม หุ้นเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจค้าปลีก หรือกิจการที่มีฐานธุรกิจ ฐานการผลิตหรือธุรกรรมในภาคใต้ เหตุการณ์การก่อความไม่สงบไม่น่าจะกระทบต่อการลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริง ส่วนภาคบริโภคน่าจะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีนัยสำคัญอะไร และน่าจะกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้เหตุระเบิดก่อความไม่สงบทำให้โรงแรมในพื้นที่ประกอบการ มีการยกเลิกการจองห้องพักมากกว่า 50% หลังเหตุระเบิด หากนำเปรียบเทียบกับผลกระทบจากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 มีผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยรายวันลดลงถึงร้อยละ 33 ในเดือนถัดไป และมีผลให้ในไตรมาส 3/2558 นักท่องเที่ยวขยายตัวร้อยละ 24.3% โดยขยายตัวลดลงจากร้อยละ 36.92 ในไตรมาสก่อนหน้า เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว 32 ล้านคนปี 2559 เพิ่ม 8% จากปี 58 คาดว่าก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 1.67 ล้านล้านบาท สัดส่วนของรายได้การท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องอยู่ที่ 11-12% ของจีดีพี อาจพลาดเป้าหมายเล็กน้อย

จากการประเมินเบื้องต้น ความเสียหายทางเศรษฐกิจและรายได้ที่สูญเสียไปในภาพรวมเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 33,800 ล้านบาท โดยรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและในประเทศลดลงเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 33,400 ล้านบาท ในช่วงเวลาที่เหลือของปีโดยเฉพาะไตรมาสสาม นอกจากนี้อาจเกิดการชะลอตัวในภาคการบริโภค ความเสียหายในตลาดการเงิน การชะลอตัวของภาคการลงทุน ภาคการจ้างงาน ต้นทุนการรักษาความปลอดภัยและต้นทุนการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ความเสียหายและต้นทุนเหล่านี้สามารถได้รับแก้ไขด้วยการดำเนินการและการตอบสนองที่เหมาะสมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อความมีเสถียรภาพ ความสงบสันติธรรม และความรุ่งเรืองของประเทศ

"สิ่งที่น่าเสียดายและเป็นสิ่งที่สูญเสียมากที่สุดสำหรับสังคมไทยหากการก่อความไม่สงบมีแรงจูงใจจากปัญหาความขัดแย้งภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง หรือกรณี 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ สังคมไทยยังไม่สามารถทำให้ การใช้เหตุผลและการเจรจาหารือ อยู่เหนือการใช้กำลังและความรุนแรง เรายังไม่สามารถสถาปนาความเป็นอริยะให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และวัฒนธรรมและความเชื่อมั่นศรัทธาต่อประชาธิปไตย สันติธรรมและภราดรภาพนิยมยังคงอ่อนแออย่างยิ่ง"

อย่างไรก็ตามยังไม่นำปัจจัยนี้เข้าไปเป็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จากเหตุระเบิดก่อความไม่สงบในการทบทวนการประเมินภาวะเศรษฐกิจใหม่ เพราะต้องรอดูพัฒนาการของสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่ง ต้องติดตามดูว่ามีประเทศไหนออกคำเตือนท่องเที่ยวเพิ่มเติม และต้องดูว่า รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุไม่สงบเพิ่มเติมได้หรือไม่ สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ สังคมไทยก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลให้เกิดความสงบตามความสามารถที่กระทำได้

พร้อมเชื่อมั่นปัจจัยพื้นฐานเข้มแข็งของเศรษฐกิจจึงยังคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ ที่ระดับ 3.2-3.5% เช่นเดิม ทุกอย่างจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในไม่ช้า และการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ในไตรมาสสี่.

นักวิชาการ ประเมินเหตุความไม่สงบ 7 จังหวัดท่องเที่ยวใต้ ทำ ศก.เสียหาย 3.38 หมื่นล้าน ฉุดชะลอตัวบริโภค-กระทบเชื่อมั่นตลาดการเงินและภาคลงทุน แต่จะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ยังคงจีดีพีปีนี้ ที่ระดับ 3.2-3.5% เช่นเดิม... 14 ส.ค. 2559 14:07 14 ส.ค. 2559 15:38 ไทยรัฐ