วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล็อกได้รายแรก มือระเบิด วงจรปิดจับภาพ

ล็อกได้รายแรก มือระเบิด วงจรปิดจับภาพ

  • Share:
ได้ขณะบึมเผาโลตัสนครศรีฯ กวาดแกนนำใต้ส่งไปมทบ.11 บิ๊กตู่ชี้ฝันร้าย ขออย่ากดดัน

รวบแล้วมือวางเพลิงเผาห้างเทสโก้โลตัส สาขานครศรีธรรมราช เป็นหนุ่มชาวเชียงใหม่ พนักงานบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ตำรวจร่วมกับทหาร มทบ.41 ใช้อำนาจตามมาตรา 44 นำเฮลิคอปเตอร์บินไปรับตัวบนแท่นเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย หลังได้หลักฐานกล้องวงจรปิดของห้างจับภาพได้ แต่ยังปฏิเสธเสียงแข็ง ขณะที่ตำรวจได้ภาพสเกตช์มือบึมที่ จ.ภูเก็ต แล้ว ส่วนที่ จ.พังงา ระเบิดเพลิงโผล่อีก 2 ลูก ในร้านขายของที่ระลึกใกล้จุดที่ถูกวางเพลิง ด้าน ผบช.ภ.7 ควักกระเป๋าตั้งรางวัลนำจับมือบึม 2 แสนบาท “บิ๊กตู่” เผยเหตุที่เกิดขึ้นเป็นฝันร้าย อย่าให้เกิดขึ้นอีก

จากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุวินาศกรรมทั้งลอบวางระเบิดและวางเพลิงตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ แหล่งชุมชนและร้านค้าในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จ.ตรัง ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และจ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่บ่ายวันที่ 11 ส.ค. ถึงวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ศพ บาดเจ็บรวม 32 คน ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ฟันธงเหตุที่เกิดขึ้นมีการเชื่อมโยงกัน และเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยพบระเบิด 2 ชนิดในที่เกิดเหตุ คือระเบิดที่ทำให้เสียชีวิต และระเบิดที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือกลุ่มไหนนั้น

ตร.ภ.8 ประชุมล่าแก๊งป่วนเมือง

ความคืบหน้าการสอบสวนล่าตัวขบวนการป่วนเมืองเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 เป็นประธานประชุมสรุปผลการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการคลี่คลายคดีเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ภาค 8 ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับชุดสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต และ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสรุปความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และวางแผนสอบสวนหาตัวกลุ่มคนร้าย โดยสั่งการให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะภาพบันทึกผู้ต้องสงสัยก่อเหตุจากกล้องวงจรปิด และการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุของทุกจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

เชื่อคนร้ายยังอยู่ในพื้นที่

จากนั้น พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 กล่าวว่า การทำงานของทุกจังหวัดคืบหน้าไปมาก ผลการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกจังหวัดของภาค 8 รวมถึง จ.ตรัง เชื่อมโยงกันทั้งหมด โดยได้หลักฐานจากวัตถุประกอบระเบิดว่ามาจากที่เดียวกัน ต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดเป็นผู้ออกความเห็น ส่วนกรณีการเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช พังงา และกระบี่ มีความชัดเจนว่าเป็นการลอบวางเพลิงโดยคนกลุ่มเดียวกัน แต่ในส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี ต้องรอการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอีกครั้งได้กำชับให้ฝ่ายการข่าวเร่งสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่เชื่อว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ทีมงาน นำเหตุการณ์กรณีไฟไหม้ สหกรณ์สุราษฎร์ธานี และเหตุคาร์บอมบ์ที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์เกาะสมุย เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2558 มาวิเคราะห์ว่ามีการเกี่ยวพันกันหรือไม่ ซึ่งได้รายงานผลต่อผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ทุกพื้นที่มีความเรียบร้อยดี นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาได้ตามปกติเรามีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยอย่างละเอียดรอบคอบ

หาหลักฐานวางเพลิงเชื่อมเหตุระเบิด

ต่อมา พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ภรศักดิ์ นวนหนู รอง ผบก.สส.ภ.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านทวีสินพลาสติก เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง โดย พ.ต.อ.วิชอบกล่าวว่า ในการเข้าตรวจที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านทวีสินพลาสติกอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุ เนื่องจากเชื่อว่าจะมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดทั้ง 2 จุดในเมืองสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ จะได้นำภาพวงจรปิดจากจุดเกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบหาตัวผู้ต้องสงสัย และจะเชิญตัวพนักงานที่ทำงานก่อนวันเกิดเหตุมาสอบปากคำเพื่อหาความผิดปกติต่อไป

สุราษฎร์ธานีได้เค้าผู้ต้องสงสัย 3 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าชุดคลี่คลายคดี ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ได้เบาะแสกลุ่มผู้ต้องสงสัย 3 คน ซึ่งเป็นผู้ลงก่อเหตุ โดยชุดทำงานได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดกว่า 400 ตัว ในเขตตัวเมืองเพื่อหาพยานหลักฐาน เชื่อมโยงการก่อเหตุ นอกจากนั้นได้มีการติดตามพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนต่างพื้นที่แต่เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาระยะหนึ่งแล้ว

พบซากโทรศัพท์จุดชนวนเผาห้าง

ขณะเดียวกันนายตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนเหตุวางเพลิงห้างเทสโก้โลตัส สาขานครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตำรวจได้นำพยาน 20 ปาก มาสอบปากคำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ จากการตรวจหาหลักฐานของตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บซากโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงรุ่นฮีโร่ จำนวน 3 เครื่อง ถูกไฟไหม้เกรียมอยู่ที่ชั้นวางสินค้าล็อกที่ 10, 11 และ 12 เจ้าหน้าที่ได้นำมาตรวจเช็กประวัติการโทร.เข้าออกอย่างละเอียดแล้ว เพื่อหาตัวเจ้าของโทรศัพท์ทั้ง 3 เครื่อง

ขึ้น ฮ.รวบมือวางเพลิงกลางอ่าวไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช สั่งการให้ พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.กก.สส.ภ.จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจ นปพ.และตำรวจคอมมานโดภาค 8 ตำรวจ นปพ.ภาค 8 และทหาร มทบ.41 ไปประสานกับเจ้าหน้าที่บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด ซึ่งมาตั้งศูนย์บินทางอากาศที่สนามบินนครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อติดต่อขอนำ ฮ.ของบริษัทเชฟรอนฯ ไปควบคุมตัวนายศักรินทร์ หรือเชษฐ์ คฤหัส อายุ 32 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท ทำงานอยู่บนแท่นเจาะน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย นำขึ้น ฮ.กลับเข้าถึงฝั่งเมื่อเวลา 15.30 น. นำขึ้นรถนำตัวเข้าค่ายทหารไปยัง บก.มทบ.41 ทันที

ผู้ต้องหาปฏิเสธเสียงแข็ง

ต่อมา พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ต.วันชัย เอกพรพชิญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 และตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้เดินทางไปสอบสวนปากคำนายศักรินทร์อย่างเคร่งเครียด ที่ห้องประชุม บก.มทบ.41 โดยนายศักรินทร์ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าไม่รู้ไม่เห็นและไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุเผาห้างเทสโก้โลตัสสาขานครศรีธรรมราชแต่อย่างใด เพราะยังทำงานอยู่บนแท่นเจาะกลางทะเลอ่าวไทย เป็นไปไม่ได้ที่ตนจะเดินทางมาก่อเหตุในช่วงเวลาดังกล่าว

ยันกล้องวงจรปิดมัดตัว

ด้าน พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การจับกุมนายศักรินทร์ ผู้ต้องหารายนี้ ทางตำรวจประสานให้ พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 ใช้ ม.44 ในการเข้าจับกุม เพราะขณะอยู่ระหว่างการรอการขอออกหมายจับ แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธทางตำรวจมีพยานหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะวงจรปิดของห้างที่เห็นหน้าของผู้ต้องหาขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน แต่ผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไปเลือกซื้อถั่วบริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจจะเร่งคลี่คลายคดีผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการครั้งนี้ต่อไปว่ามีใครร่วมขบวนการบ้าง หลังจากสอบสวนปากคำจะนำตัวผู้ต้องหาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้ทาง ผบ.ตร. สอบสวนปากคำ

สำหรับเบื้องหลังการจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญรายนี้ สืบเนื่องจากตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในห้างที่เกิดเหตุ สามารถจับภาพใบหน้าผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน และจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหามาพักอยู่ที่โรงแรมทวินโลตัน ตรงข้ามห้างที่เกิดเหตุ และได้เข้าไปในห้างทำทีเลือกซื้อของแล้วนำระเบิดไปวางไว้เมื่อเวลา 17.50 น. และได้เดินทางออกจากห้างเมื่อเวลา 18.10 น.

ปิดห้างเทสโก้โลตัสอีก 4 วัน

บรรยากาศที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขานครศรีธรรมราช มีการปิดประกาศปิดห้างต่อไปจนถึงวันที่ 15 ส.ค. และจะเปิดทำการตามปกติในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ขณะที่บริเวณห้างมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอก รถยนต์ของบุคคลภายนอก เข้าไปในเขตของห้าง นอกจากพนักงานที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเคลียร์สินค้า เคลียร์เงิน ระบบบัญชี หรือดูแลความเรียบร้อยในห้าง ส่วนห้างอื่นๆ ในเขตหัวเมืองนครศรี-ธรรมราช มีประชาชนมาจับจ่ายซื้อของค่อนข้างบางตาทั้งที่เป็นวันหยุด ผู้มาใช้บริการในห้างระบุว่ามาซื้อสินค้าที่จำเป็นแล้วรีบกลับเพราะยังไม่มั่นใจความปลอดภัย

เชิญนักการเมืองท้องถิ่นเข้าค่าย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้เชิญตัวนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่จำนวน 2 คน ให้ไปรายงานตัวที่ มทบ.43 ค่ายเทพสตรี จากนั้นได้ขอความร่วมมือเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่ มทบ.11 กรุงเทพฯ

ตรวจร้านต้นเพลิงหน้าหาดอ่าวนาง

เช้าวันเดียวกัน พ.ต.ท.วินัย พูลสวัสดิ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ และเจ้าหน้าที่อีโอดี ตรวจที่เกิดเพลิงไหม้ร้านค้าบริเวณหน้าหาดอ่าวนาง หมู่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พบต้นเพลิงอยู่ในร้านขายของที่ระลึกและเสื้อผ้าสำหรับนักท่องเที่ยว บริเวณจุดรวมของสายไฟฟ้าภายในร้านมีร่องรอยไฟช็อตแต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสาเหตุเพลิงไหม้หรือไม่ แต่ยังไม่พบชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือหรือสิ่งประกอบวัตถุระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังกันพื้นที่ไม่ให้บุคคลอื่นเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพื่อรอตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภาค 8 ร่วมตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง

ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยอมรับว่าหลังจากเหตุการณ์ระเบิดไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ ว่าเกิดจากเหตุก่อการร้ายหรือการขัดแย้งทางการเมือง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวให้กลับคืนมาโดยเร็ว ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวในอีก 3 เดือนหลังจากนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายงานการแจ้งยกเลิกการจองห้องพักโปรแกรมการท่องเที่ยวแต่อย่างใด

ผู้ช่วย ผบ.ตร.จี้คดีบึม-เผาตลาดบางเนียง

ที่ สภ.เขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.ธรัฐชา ถมปัทน์ รอง ผบก.ภ.จ.พังงา พ.ต.อ.สุจินต์ นิลบดี ผกก.สภ.เขาหลัก ร.ต.อ.นิพนธ์ พลอยขาว ผู้บังคับหมวดกองร้อย ตชด.ที่ 425 ตะกั่วป่า และ ร.ต.ท.จุตินันท์ วรรณสถิต หัวหน้าชุด EOD กก.8 บก.กฝ.บช.ตชด. เรียกทีมสืบสวนสอบสวนประชุมเหตุการณ์ไฟไหม้ และระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่ 5 บ้านบางเนียง ต.คึกคัก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังย่านเขาหลัก ได้นำภาพวงจรปิดใกล้กับที่เกิดเหตุมาตรวจสอบ และพยานในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม พบว่าลักษณะการประกอบระเบิด และขนาดของลูกปราย มีความใกล้เคียงกันมาก พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม และให้เร่งขอภาพถ่ายกล้อง วงจรปิดจากเอกชนรอบจุดเกิดเหตุมาตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อหาช่วงเวลาที่คนร้ายลงมือเพื่อเป็นข้อมูลหาตัวคนร้ายต่อไป

ระเบิดเพลิงโผล่อีก 2 ลูก

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา พร้อมด้วยนายมานิต เพียรทอง นายอำเภอ ตะกั่วป่า ได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย 2 ชิ้น ซุกไว้ใต้เสื้อผ้าในร้านขายเสื้อผ้าบริเวณตลาดนัดบางเนียง เป็นห้องแถวห่างจุดที่ถูกวางเพลิงราว 10 เมตร แจ้งให้หน่วย EOD เข้าทำการเก็บกู้ พบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ใช้โทรศัพท์ซัมซุงรุ่นฮีโร่จุดชนวน มีขดลวดความร้อนต่อกับวงจรตั้งเวลา มีแอลกอฮอล์เหลวเป็นตัวจุดไฟ ลูกแรกพบมีผ้าวางซ้อนไว้หนาทำให้การจุดระเบิดทำงานไม่เต็มที่

ส่วนลูกที่ 2 การต่อวงจรไม่สมบูรณ์ นำส่งไปที่ สภ.เขาหลัก ตรวจสอบหาลายนิ้วมือคนร้ายต่อไป

นักท่องเที่ยวไทยผวาเดินทางกลับ

ตอนสายวันเดียวกัน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต เป็นตัวแทนนำกระเช้าของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าเยี่ยมนายสมบูรณ์ กายแก้ว อายุ 41 ปี คนขี่รถ จยย.รับจ้าง ที่ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่แขนขวา จากเหตุระเบิดบริเวณตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรซอยบางลา ถนนทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ที่ห้องเช่าเลขที่ 35 หมู่บ้าน กำนันวิชาญ ต.ป่าตอง จากนั้นนายจำเริญกล่าวว่า ตนอยากเรียกร้องว่า จ.ภูเก็ต เป็นเมืองของทุกคน ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา เป็นเมืองของโลก ฉะนั้นอยากให้รักษาภูเก็ตไว้เป็นเซฟตี้โซน เพื่อความสุขของทุกคน รักษาภูเก็ตไว้ให้เป็นเมืองสันติภาพและเป็นของทุกคนที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ หลังเกิดเหตุ ทำให้การท่องเที่ยวในพื้นที่เริ่มตึงเครียด โดยเฉพาะคนไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนช่วงวันหยุดยาว รีบกลับภูมิลำเนาของตัวเองก่อนเวลา เพราะเกรงจะเกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงท่องเที่ยวและพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวตามปกติโดยไม่มีการยกเลิกห้องพักแต่อย่างใด

คอนเสิร์ตดังเลื่อนไม่มีกำหนด

ผวจ.ภูเก็ตกล่าวต่อว่า เหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้ตลาดนัดหรือแหล่งรวมผู้คนต่างๆในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ต่างต้องยกเลิกหรือเลื่อนเปิดตลาดออกไป เพื่อความปลอดภัย เช่น ตลาดใหญ่ ถ.ถลาง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ซึ่งเป็นย่านถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดกลางเมืองภูเก็ต เปิดทุกวันอาทิตย์ได้ประกาศงด 1 วัน ในวันที่ 14 ส.ค. ขณะที่การจัดคอนเสิร์ตการกุศล ลากูน่า ภูเก็ต พรีเซ็นต์บิ๊กบอดี้พลัสแชริตี้คอนเสิร์ต 2016 โดยจะมีวงบอดี้สแลม บิ๊กแอสและจัสติน ศิลปิน
ชื่อดังในเย็นวันที่ 13 ส.ค. ที่ลากูน่าภูเก็ต ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ซึ่งบัตรคอนเสิร์ตได้จำหน่ายหมด นายราวี ซานดราน กรรมการผู้จัดการกลุ่มลากูน่าภูเก็ต ตัดสินใจเลื่อนการจัดคอนเสิร์ตออกไปก่อน จนกว่า สถานการณ์จะคลี่คลาย

แจกภาพสเกตช์มือบึมภูเก็ต

พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ตกล่าวถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยสถานที่ ต่างๆว่า การคุมเข้มและตรวจสอบยานพาหนะต่างๆ ตลอดจนวัตถุต้องสงสัยต่างๆในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ยังคงเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง เช่น ด่านตรวจภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ซึ่งเป็นด่านตรวจแรกของทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทัพเรือภาคที่ 3 และฝ่ายปกครอง ตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดทุกคันที่เข้ามายังพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตลอด 24 ชม. ยังไม่พบสิ่ง แปลกปลอมหรือการนำพาวัตถุต้องสงสัยเข้ามายังพื้นที่ ส่วนการตรวจจุดระเบิดทั้ง 2 แห่งในพื้นที่หาดป่าตอง คาดว่าระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง แบบไปป์บอมบ์ ทำมาจากท่อพีวีซีหรือท่อเหล็ก ใช้โทรศัพท์ตั้งเวลาหรือจุดชนวน คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ไม่หวังผลต่อชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ต ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 8 สเกตช์ภาพชายต้องสงสัยเป็นผู้ที่ลอบวางระเบิดแล้ว และเร่งให้ตำรวจทุกสถานีแจกจ่ายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อช่วยกันสอดส่องและติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วน

ประชุมเตรียมพร้อมป้องกันเหตุ

ที่ห้องประชุมนเรศดำริห์ เทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ไประชุมร่วมกับส่วนราชการในเขตอำเภอหัวหิน อบต. ชุมชน ผู้ประกอบการ และสถานบันเทิง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก โดยยํ้าให้ทุกภาคส่วนทั้งราชการและเอกชนดูแลสถานที่ของตนเองอย่างใกล้ชิด ส่วนราชการให้พูดคุยกับประชาชนที่มาติดต่อราชการให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาร่วมกัน จากนั้น นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เปิดเผยว่า ได้ประสานขอกำลังชุดอีโอดีค่ายนเรศวร พร้อมสุนัขตำรวจมาตรวจหาวัตถุระเบิด รวมทั้งได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อเปิดให้บริการตลาดโต้รุ่งหัวหิน

ผบช.ภ.7 ตั้งค่าหัวมือบึม 2 แสนบาท

พล.ต.ต. กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การสอบสวนหาตัวคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.หัวหิน มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ มีการเรียกพยานมาสอบสวนเพิ่มเติมตลอดเวลา ส่วนรายละเอียดขอให้ ผบช.ภ.7 เป็นผู้แถลงแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ ผบช. ภ. 7 ตั้งรางวัลนำจับแก่ผู้แจ้งเบาะแสของคนร้าย จนสามารถนำไปสู่การจับกุมได้ โดยจะนำเงินส่วนตัวจำนวน 2 แสนบาทมอบให้กับผู้แจ้งเบาะแส และจะปกปิดชื่อเป็นความลับ หากประชาชนท่านใดพบเห็นวัตถุ หรือบุคคลแปลกปลอม ต้องสงสัย มีพิรุธ ขอให้แจ้งที่
หมายเลข 191 ทันที

เตรียมนำนักเคลื่อนไหวใต้เข้า มทบ.11

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบกว่า เจ้าหน้าที่ทหารเตรียมนำตัวแกนนำที่เคลื่อนไหวทางการเมืองใน จ.นครศรีธรรมราช จ.ตรัง และ จ.พัทลุง จำนวนหนึ่งไปส่งยังศูนย์ปฏิบัติการมณฑลทหารบกที่ 11(มทบ.11) กทม. เพื่อสอบสวนขยายผลในเชิงลึก ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ เพราะศูนย์ปฏิบัติการ มทบ.11 เปรียบเสมือนศูนย์กลางหรือเซ็นเตอร์ดำเนินการสืบสวนและขยายผลในคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารสามารถควบคุมตัวได้ไม่เกิน 7 วันตามกฎหมาย และที่ มทบ.11 จะมีคณะทำงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักข่าวกรอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ฝ่ายกฎหมาย รวมถึงแพทย์ดำเนินการตรวจร่างกาย พร้อมดำเนินการทุกภารกิจที่เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงเพื่อขยายผลต่อไป

ค้นบ้านนักเคลื่อนไหวการเมือง

เมื่อเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง พร้อมด้วยกำลังทหาร ร.15 พัน. 4 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ จ.ตรัง หน่วยสันติบาลตรัง ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 435 ตรัง และกำลังฝ่ายปกครอง 30 นาย นำกำลังเข้าขอตรวจค้นบ้านนายประพาส โรจนภิทักษ์ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 4 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่พบหนังสือการต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงผ้าพันคอ นำตัวไปสอบสวนต่อที่มณฑลทหารบกที่ 43 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

“พงศพัศ” ประชุมติดตามคดีระเบิด

เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิด ผ่านระบบประชุมทางไกลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุม ศปก.ตร.ชั้น 20 หลังการประชุม พล.ต.อ.พงศพัศเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากทุกหน่วย ถึงมาตรการดำเนินการต่างๆเป็นไปด้วยดี ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นซ้ำ สำหรับอาชญากรรมทั่วไปในทุกพื้นที่ลดลงมาก อย่างไรก็ตามงานสายตรวจของทหารและตำรวจยังคงความเข้มต่อไป ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งกำชับให้ทุกหน่วยไม่ประมาท สำหรับจุดตรวจจุดสกัดบางจุดต้องทำงาน 24 ชม. อาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก ยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าจะเกิดเหตุร้ายซ้ำ

ประกบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่ออีกว่า สำหรับความคืบหน้าด้านการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่จะดำเนินการกับผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานดำเนินการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุครบถ้วนแล้ว วัตถุพยานบางส่วนได้ถูกส่งมายังสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อจะใช้เครื่องมือทางด้านวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์หาความเชื่อมโยงการกระทำความผิดและแผนทุษกรรมต่างๆ ได้รับการยืนยันจาก ผบช.ภ.8 ว่าการตามตัวผู้กระทำความผิดส่วนหนึ่งน่าจะมีข่าวดีในวันสองวันนี้ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนประกบติดผู้ต้องสงสัยอยู่ หากได้พยานหลักฐานครบถ้วนจะออกหมายจับทันที พบความเชื่อมโยงในพื้นที่เกิดเหตุต่างๆเกือบจะทุกจุด ที่จะสามารถสรุปได้ในเบื้องต้น คือ ชิ้นส่วนที่เป็นองค์ประกอบในการนำมาประกอบเป็นวัตถุระเบิด มีส่วนที่คล้ายคลึงกันในแทบจะทุกพื้นที่ที่มีเหตุระเบิด จึงเชื่อได้ว่ามีการกระทำเป็นกระบวนการโดยคนกลุ่มเดียวกัน

“ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ตำรวจจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้แล้วนั้น ยืนยันว่ายังไม่มี มีเพียงผู้ที่เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยาน ส่วนมูลเหตุจูงใจของการกระทำนั้น หากจับกุมผู้กระความผิดได้ก็น่าจะมีความชัดเจนขึ้น ผบ.ตร.ย้ำว่าครั้งนี้จะเป็นการดำเนินการขุดรากถอนโคนผู้กระทำความผิดทั้งหมด เพื่อจะได้เผยโฉมให้สังคมได้รับทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังการทำร้ายประเทศ ขณะนี้ตำรวจมีเบาะแสพอสมควร” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มแหล่งท่องเที่ยว

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่ง ให้ทุกจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในพื้นที่ เพิ่มความเข้มตรวจเฝ้าระวังเหตุที่อาจเกิดขึ้นตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สถานบริการ ร้านอาหาร ศูนย์การค้า เน้นการปรากฏกายของเจ้าหน้าที่สายตรวจทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะกลางคืนให้รถสายตรวจทุกคันที่ออกปฏิบัติหน้าที่เปิดสัญญาณไฟวับวาบ รวมถึงให้มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในเส้นทางสำคัญที่จะเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น และให้ผู้บังคับบัญชาตรวจตราการปฏิบัติหน้าที่โดยเคร่งครัด

ยันไม่มีเหตุรุนแรงในกรุงเทพฯ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. เผยว่า กำชับตำรวจท่องเที่ยวสร้างความปลอดภัยและอุ่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติในสถานที่ท่องเที่ยว จากการตรวจสอบการข่าว ยังไม่มีแนวโน้มเกิดเหตุรุนแรงใดในพื้นที่ กทม. บก.ทท. ได้ประสานตำรวจท้องที่และกำลังทหาร ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่ว กทม. เช่น ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ซอยนานา ซอยคาวบอย และถนนข้าวสาร สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็งและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล

ตม.คุมเข้มคนเข้า-ออกประเทศ

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.กล่าวว่า ให้ ผบก.ผกก.จนถึง สว.ในสังกัดอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังเหตุและติดต่อประสานงานได้ตลอดเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งสั่งการให้ ผกก.ตม.ในพื้นที่ที่มีเหตุเกิดขึ้นตรวจสอบว่ามีชาวต่างชาติเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บหรือไม่ กรณีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารักษาตัวไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้ภายในกำหนดให้อำนวยความสะดวกเรื่องขออยู่ต่อตามขั้นตอน

“ขณะนี้สั่งการให้ ผกก.ตม.จ.และ ผกก.ด่าน ตม.ที่เป็นที่ตั้งของแหล่งชุมชนของคนต่างด้าว สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่จัดงานคนต่างด้าว เพิ่มความเข้มในการสืบสวนหาข่าวและรักษาความสงบเรียบร้อย หากพบข้อมูลที่มีความเสี่ยงหรือเป็นเป้าหมายการก่อความไม่สงบให้ดำเนินการ สืบสวนเพื่อสกัดไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและให้เพิ่มความระมัดระวังตรวจคัดกรองคนเดินทางเข้า-ออกให้เป็นไปโดยเคร่งครัดเพื่อสกัดกั้นการหลบหนี”พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าว

“ศรีวราห์”ประชุมล่าแก๊งบึมป่วน

ต่อมาเวลา 15.00 น.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนเรียกประชุมคณะทำงานชุดสืบสวนคลี่คลายระเบิด ที่ห้องประชุมศรียานนท์ โซนซี ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชม.ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว ก่อนที่เดินขึ้น สำนักงานชั้น 7 พร้อมทีมงาน สำหรับบรรยายกาศในที่ประชุม มีรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์สั่งการชุดทำงานหาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุให้ได้มากที่สุดพร้อมเน้นการทำงานด้านการสอบสวนเป็นพิเศษ คาดเป็นการหาหลักฐานพยานบุคคลและพยานวัตถุเพื่อทำให้สำนวนรัดกุมจนนำไปสู่การจับกุมผู้บงการเหตุระเบิดครั้งนี้

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก.เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับพยานวัตถุจากที่เกิดเหตุใน จ.สุราษฎร์ธานี มาตรวจสอบยังกองพิสูจน์หลักฐานกลางแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการพิสูจน์ความเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนพยานวัตถุในพื้นที่ที่เกิดเหตุของจังหวัดอื่นๆอยู่ระหว่างการนำส่งเข้ามาตรวจสอบ

ผบ.ตร.สั่งเฝ้าระวังคนร้ายก่อเหตุซ้ำ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ระหว่างประชุมเร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดี สั่งการกำชับให้ ผบช.และ ผบก.ทุก จังหวัดที่ยังไม่เกิดเหตุให้เพิ่มความเข้มในการตรวจเฝ้าระวังพื้นที่อย่าปล่อยช่องให้มีกลุ่มคนร้ายเข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่เด็ดขาด คาดโทษ ผบช.และ ผบก.ต้องรับผิดชอบหากปล่อยให้มีเหตุเกิดขึ้น ต้องดำเนินการ เร่งสร้างความมั่นใจของพี่น้องคนไทยชาวต่างชาติ มั่นใจชุดสืบสวนมีพยานหลักฐานและเบาะแสที่เป็นประโยชน์ในการติดตามจับกุมคนร้าย

มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนคดีอาชญากรรมพิเศษของ ตร.นำทีมสืบสวนลงพื้นที่เหตุระเบิดในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ เนื่องจากพบส่วนประกอบวัตถุระเบิดหลายจุดเทียบเคียงกับเหตุก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งได้เบาะแสกลุ่มบุคคลต้องสงสัย คาดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในเร็ววัน

“ไก่อู” ติงสื่อเสนอข่าวอย่างเหมาะสม

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ติดตามสถานการณ์การก่อความวุ่นวายอย่างใกล้ชิด ขอให้ทุกหน่วยถือเอาสวัสดิภาพประชาชน และความสงบเรียบร้อยของชาติเป็นสำคัญ และฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ร่วมมือกัน มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์กลับเข้าสู่ความเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว และฝากถึงสื่อกระแสหลักที่รายงานข่าวเกาะติด ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนอาจสร้างความวิตกเกินกว่าเหตุ พฤติกรรมเช่นนี้อาจกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับให้ผู้ก่อเหตุที่ต้องการสร้างความวุ่นวายในสังคม อยากให้รายงานข่าวอย่างเหมาะสม คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ส่วนสื่อบางสังกัดที่มีพฤติกรรมเลือกข้าง แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เกินเลยจากสิ่งที่เกิดขึ้น ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะสะท้อนให้เห็นความคิดที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ

หากล้ำเส้นดำเนินการตามกฎหมาย

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า การรายงานข่าวที่ไร้ความรับผิดชอบเหล่านั้น อาจส่งผลให้ชาวต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ใกล้ชิดกับข้อเท็จจริงเกิดความวิตกกังวล จนส่งผลต่อการค้า การลงทุน ท้ายที่สุดแล้วผลเสียจะตกแก่ประเทศชาติและประชาชน รัฐบาลไม่เคยให้ร้าย หรือเลือกข้างเลือกฝ่าย พยายามอดกลั้นต่อพฤติกรรมหมิ่นเหม่เหล่านี้มาโดยตลอด แต่หากการล้ำเส้นเหล่านี้กระทบต่อสวัสดิภาพและความสุขสงบของบ้านเมืองชัดเจน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองคงต้องพิจารณาดำเนินการตามกรอบกฎหมาย เพื่อดำรงความสุขสงบของส่วนรวม ส่วนที่มีการกล่าวอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในสื่อโซเชียล มีเนื้อหาพาดพิงถึงหลายหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยืนยันว่าเพจดังกล่าวไม่ใช่ของนายกฯ เพราะไม่เคยใช้เฟซบุ๊ก และจะไม่ใช้ช่องทางสื่อสารเช่นนี้ในการอธิบายความเรื่องสำคัญกับประชาชน ขอให้ยุติการเผยแพร่ เชื่อว่าคนที่เขียนเพจดังกล่าว คงวิเคราะห์ไปตามความรู้สึกและความเชื่อส่วนบุคคล

“บิ๊กตู่” เหตุที่เกิดขึ้นเป็นฝันร้ายของทุกคน

เมื่อเวลา 15.50 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี UNSEEN ผ้าไทย สีสันแพรพรรณแห่งอาเซียน” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ว่า ขอบคุณคนไทยทุกคน อย่างน้อยทุกคนต้องฟังตนพูดไปอีกปีกว่าๆ เมื่อไว้วางใจให้ทำงาน ก็ต้องทำงานต่อไป สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 3 วันนี้เป็นฝันร้ายของทุกคน แต่อย่าให้ฝันร้ายนั้นเกิดขึ้นอีก เพราะนอนไม่ค่อยจะหลับ ข้าราชการก็ตาแดงกันหมดแล้ว ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน ถูกปลุกกลางดึก ตนพูดมากก็เจ็บคอ แต่ไม่มีใครจะแก้ปัญหาประเทศได้ นอกจากคนไทยทุกคน สิ่งที่ทำวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อคนไทยทุกคน เพื่อเป็นกุศล พวกเราทำบุญมามากแล้ว วันนี้ต้องคิด ตื่นขึ้นมาจะทำอะไรให้ใคร ต้องไม่คิดรับอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุระเบิดหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ภายในงานได้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ในและนอกเครื่องแบบ รักษาความปลอดภัยภายในงานและรอบอิมแพค มีการกั้นพื้นที่ในส่วนของเวทีเปิดงานแยกออกจากบูธจำหน่ายสินค้าเป็นสัดส่วน และติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยทั้งในส่วนของประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน และส่วนของเวทีกลาง ขณะนี้ ก่อนเริ่มงานชุดตรวจวัตถุระเบิด (อีโอดี) ได้ทำการสแกนตรวจหาวัตถุต้องสงสัย โดยเฉพาะจุดที่นั่งนายกฯและแขกคนสำคัญ และบนเวที

ขออย่ากดดันล่าคนร้าย

ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถึงกระแสข่าวมีการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดที่ จ.นครศรีธรรมราชได้ ว่า อย่าเพิ่งบอกว่าจับได้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสาวราวเรื่องอยู่ ต้องดูพยานหลักฐานก่อน ขอให้ใจเย็นๆ เพราะหากรีบร้อนจะเกิดความวุ่นวาย และอย่าเพิ่งไปบ่งชี้ อย่ากดดันรัฐบาล ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล ดำเนินการตามกฎหมายให้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่นายกฯเดินทางออกจากงานเพื่อขึ้นรถเดินทางกลับ ได้มีประชาชนมารอพบนายกฯเพื่อให้กำลังใจ พร้อมตะโกนบอก “นายกฯสู้ๆ” ซึ่งนายกฯกล่าวขอบคุณและเดินไปทักทายก่อนเดินทางกลับ

โฆษก คสช.ปัดไม่เกี่ยวโผทหาร

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ จากการประเมินคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่ใช่การก่อการร้ายสากล เหลือประเด็นที่ว่าอาจมีกลุ่มผู้เสียประโยชน์จาก คสช. หรือเป็นประเด็นความขัดแย้งในพื้นที่ หรือความขัดแย้งทางการเมืองระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นก็เป็นได้ ส่วนการก่อเหตุแต่ละพื้นที่จะเชื่อมโยงกันหรือไม่ยังบอกไม่ได้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นขบวนการเดียวกัน เพราะเลือกวันดำเนินการวันเดียวกัน และใช้พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเหมือนกัน เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าการก่อเหตุครั้งนี้ทหารอาจเป็นผู้ลงมือทำเอง พ.อ.ปิยพงศ์กล่าวว่า ทหารไม่ทำร้ายประชาชน ผมยืนยันได้และเอาหัวเป็นประกันว่าทหารไม่มีทางทำร้ายประชาชน มีแต่ดูแลสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อย ส่วนที่เชื่อมโยงว่าอาจเกี่ยวพันกับเรื่องโผแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีนั้น ให้ตัดประเด็นนี้ทิ้งไปได้เลย การก่อเหตุไม่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องโผทหารแน่นอน

สธ.สรุปยอดผู้บาดเจ็บ 37 คน

นพ.อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผอ.สำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน กล่าวสรุปอาการผู้บาดเจ็บเหตุวินาศกรรมในจังหวัดตรัง ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีและระนอง ว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บ 37 คน นอนรักษาตัว 23 คน เป็นคนไทย 15 คน ต่างชาติ 8 คน วันที่ 13 ส.ค. แพทย์ให้กลับบ้านได้ 14 คน ส่วนการดูแลด้านจิตใจประสานให้กรมสุขภาพจิตส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยลงพื้นที่ดูแลจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรง โดยร่วมกับพื้นที่ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต 2.กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ 3.กลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ประชาชนทั่วไป นักท่องเที่ยว และ 4.ผู้ประกอบการ

ก่อวินาศกรรมเครือข่ายมากกว่า 20 คน

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กล่าวว่า เหตุลอบก่อวินาศกรรมในภาคใต้ ที่เกิดขึ้นมีลักษณะทำเป็นเครือข่าย ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ต้องใช้คนมากกว่า 20 คนเป็นอย่างต่ำ จากการตรวจสอบของตำรวจพบว่าระเบิดที่ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายคลึงกับระเบิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 2 ชนิด คือ ระเบิดสังหารกับระเบิดที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ดังนั้น กลุ่มที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุครั้งนี้ คือ ขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกลุ่มโจรที่ได้รับการเลี้ยงดูจากนักการเมือง แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่กลุ่มก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะคนเหล่านั้นมีอุดมการณ์และทำงานในพื้นที่ จะไม่ออกมาก่อเหตุนอกพื้นที่เพราะเสี่ยงต่อการถูกจับกุม การก่อเหตุร้ายครั้งนี้ผู้ก่อเหตุมีเป้าหมาย 2 อย่าง คือ ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นฝีมือขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกัน พยายามทำให้รู้ว่าเป็นรูปแบบ การต่อสู้ทางการเมือง

สงสัยโจรมีนักการเมืองหนุน

พล.ท.นันทเดชกล่าวว่า โจรบางกลุ่มที่มีนักการเมืองเป็นลูกพี่ กลุ่มนี้อาจออกมาเคลื่อนไหวโดยรับเงินว่าจ้างมา แต่ไม่ได้ออกมาในลักษณะกลุ่มโจร แต่เป็นรูปแบบการช่วยเหลือมากกว่า พื้นที่ก่อเหตุเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สงบ ไม่ได้คุมเข้มด้าน มาตรการรักษาความปลอดภัย ทำให้ง่ายต่อการสร้าง สถานการณ์ อีกทั้งระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดสำเร็จรูป ไม่ได้ซับซ้อนต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ใครที่มีใจโหดเหี้ยมก็ทำได้ ไม่ใช่ฝีมือขบวนการก่อความไม่สงบแน่นอน ส่วนกลุ่มที่ตกเป็นเป้าสงสัยรองลงมาคือ เครือข่ายนักการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล กลุ่มนี้มีลักษณะคล้ายโจรที่ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำโดยไม่ให้พวกตัวเองรู้หรือแอบมาทำ ทั้งสองกลุ่มนี้จึงแตกต่างกัน กลุ่มที่ไม่รู้เรื่องจึงออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ แต่อาจมีบางกลุ่มที่แอบมาทำ ดังนั้นกลุ่มที่ก่อเหตุไม่น่าจะพ้นสองกลุ่มนี้ ส่วนการปล่อยข่าวลือว่าจะมีกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ หรือไอเอสเข้ามาก่อเหตุนั้น เป็นไปไม่ได้

“ไก่อู” เชื่อเหตุป่วนเมืองไม่กระทบท่องเที่ยว

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า สำนักข่าว CNN จัดอันดับให้ กทม.เป็นเมืองที่มีอาหารริมทางหรือสตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก แม้จะเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา แต่ด้วยมาตรการของรัฐบาล ชื่อเสียงด้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เชื่อว่ายังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตามเป้าหมาย ส่วนนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บและพักรักษาตัวที่ รพ.ในอำเภอหัวหิน ขณะนี้มีอาการดีขึ้น นายกฯมอบหมายให้ผู้แทนลงไปเยี่ยมแล้ว แต่ละคนมีความเข้าใจและฝากขอบคุณรัฐบาลที่ดูแลช่วยเหลือใกล้ชิด

ปชป.สั่ง ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในภาคใต้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประสานอดีต ส.ส.ทุกพื้นที่ให้เยี่ยมเยียนช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย อาทิ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายอภิสิทธิ์ได้โทรศัพท์ให้กำลังใจลูกของผู้เสียชีวิต โดยการประสานงานของนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่ จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ เดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้บาดเจ็บด้วยตัวเอง นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ขอให้อดีต ส.ส. คอยช่วยเหลือประสานงานกับทางราชการ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่พร้อมสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกรูปแบบ พร้อมประณามผู้เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว

“เทพไท” ขอ รบ.เร่งฟื้นความเชื่อมั่น

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์โดยรวมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า ชาวบ้านยังออกนอกบ้านน้อยลง ร้านค้า ตลาดเงียบเหงา ห้างสรรพสินค้าคนก็เบาบางลงหลังเกิดเหตุวางเพลิงและข่าวการระเบิด ยังสงสัยอยู่ว่าหากหวังให้เกิดเหตุการณ์เฉพาะเมืองท่องเที่ยว แต่ทำไมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถือว่าไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักแต่ก็มีเหตุการณ์ด้วย ชาวบ้านต่างวิจารณ์ว่าเป็นประเด็นการเมือง และต้องทำงานเป็นทีมมีถึง 7-8 ชุดกระจายตามจุด หากยังจับผู้กระทำผิดไม่ได้ ก็สะท้อนถึงงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลว ต้องรีบฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเร็วที่สุด เพราะมีทั้งกฎหมายพิเศษ และกำลังคนพร้อม

“นพดล” แจ้งจับมือโพสต์ให้ร้าย “ทักษิณ”

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บและขอประณามผู้ก่อเหตุดังกล่าว ขอให้ กำลังใจเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ส่วนที่มีบางฝ่ายแสดงความคิดเห็นว่าเหตุวางระเบิดเกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือการทำประชามติ ทั้งที่กระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ข้อยุตินั้น เราไม่ควรด่วนแสดงความเห็นกล่าวหากันไปมาบนพื้นฐานของความเชื่อส่วนบุคคล แต่ควรสรุปจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ส่วนมีการส่งข้อความผ่านสื่อโซเชียลสร้างกระแสใส่ร้ายด้วยถ้อยคำหยาบคายและเป็นเท็จว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการใส่ร้ายและหมิ่นประมาทบุคคลอื่นด้วยความเท็จผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มอบหมายให้ทนายความไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในสัปดาห์ หน้าเพื่อปกป้องสิทธิต่อไป

รมว.ท่องเที่ยวยันต่างชาติยังเชื่อมั่นไทย

ที่กรมการท่องเที่ยว ถนนพระราม 1 เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. และนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช รองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย พร้อมด้วยตัวแทน 20 สมาคมด้านการท่องเที่ยว ร่วมแถลงถึงเหตุระเบิดในพื้นที่สาธารณะหลายจังหวัด และมาตรการดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยนางกอบกาญจน์กล่าวว่า รัฐบาลเสียใจกับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ และพร้อมจะหาตัวคนผิดมาลงโทษ เหตุที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวภาพรวมไม่มากนัก นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย เห็นได้จากการที่นายทาเล็บ รีฟาย เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ที่ได้โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์ และยืนยันที่จะจัดงานประชุมสัมมนาวันท่องเที่ยวโลก ที่ไทยเป็น เจ้าภาพจัดใน กทม.ในวันที่ 27 ก.ย. โดยเข้าใจและเชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้ ขณะที่นายเดวิด สกาวซิลล์ ประธานสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ก็ยืนยันมั่นใจสถานการณ์จะกลับคืนปกติ ในวันงานจะมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางเข้าไทยไม่มีการยกเลิกแน่นอน

ททท.เตรียมจัดงานกระตุ้นการท่องเที่ยว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เตรียมจัดกิจกรรมกระตุ้นความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวพื้นที่ที่ ได้รับผลกระทบ โดยเลือก อ.หัวหิน จัดพิธีการทำบุญในช่วงเช้าและจัดเทศกาลดนตรีแจ๊ซในช่วงเย็น เพื่อแสดงให้เห็นว่าบรรยากาศท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติและเป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์การท่องเที่ยวของท้องถิ่นหัวหินด้วยว่ายังคงเป็นแหล่งพักผ่อนที่สร้างความสงบและสบายใจให้กับนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ กิจกรรมดังกล่าวจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดเพื่อให้ทันรับมือกับไฮซีซั่นที่จะถึงนี้ ขณะเดียวกันจะใช้เครือข่ายชาวต่างชาติที่เดินทางมาพำนัก หรือทำงานที่ประเทศไทย (Expat) ช่วยกระจายข่าวสารด้านการท่องเที่ยวไทยที่มีความพร้อมแล้วให้เพื่อนชาวต่างชาติได้รับทราบอีกช่องทางหนึ่ง

จัดแพ็กเกจหรูให้เหยื่อระเบิด

นอกจากนั้น ททท.ยังมีแนวคิดจัดโครงการพิเศษ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนี้ เป็นแขกคนพิเศษของประเทศไทย โดย ททท.จะร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น โรงแรมและสายการบิน ในการเป็นสปอนเซอร์ให้เดินทางกลับมาเที่ยวไทยซ้ำในครั้งหน้า ด้วยการจัดแพ็กเกจหรูทั้งตั๋วเครื่องบินโดยสารชั้น 1 จากต้นทาง และโรงแรมระดับ 5 ดาวในจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต้องการและหากเป็นคนไทยก็จะได้รับสิทธิในการเข้าพักโรงแรมที่ดีที่สุดเช่นกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอแม้จะเกิดวิกฤติใดๆ ก็ตาม ขณะเดียวกันมอบหมายให้รอง ททท.ด้านตลาดต่างประเทศ พิจารณากระตุ้นตลาดเดินทางระยะใกล้ (Short Haul) ให้เข้ามาเสริมมากที่สุดในช่วงปลายปีนี้ ในกรณีที่ตลาดระยะไกลเกิดความกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย คาดว่าในวันที่ 15 ส.ค.จะมีการจัดแถลงข่าวในรายละเอียดอีกครั้ง

รุมประณามการก่อความไม่สงบในไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ออกแถลงการณ์ ประณามการก่อความไม่สงบในประเทศไทย ในนามของชุมชนการท่องเที่ยวสากล ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอแสดงความเห็นใจต่อครอบครัว ญาติมิตร ของผู้ประสบเหตุ และชาวไทยทุกคน โดยนายทาเลป รีฟาย เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นเป้าหมายปลายทางและมีความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาหลายด้านและเป็นจุดหมายที่ชาวโลกจากหลากหลายชาติและวัฒนธรรมมารวมตัวกันเพื่อแสวงหาความสุขจากการท่องเที่ยว มั่นใจว่าไทยจะยังคงสืบต่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวโลกเลือกไปเยือน และขอยืนยันว่าจะยังคงจัดงานเฉลิมฉลองประจำปี “วันท่องเที่ยวโลก” ในประเทศไทย ในวันที่ 27 ก.ย. ซึ่งจะเป็นการสื่อสารให้รู้ว่าชาวโลกจะรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อต่อต้านการกระทำอันป่าเถื่อน

“บัน คีมูน” ประณามผู้ก่อเหตุในไทย

ด้านปฏิกิริยาจากต่างประเทศต่อเหตุระเบิดในหลายจังหวัดทางใต้ของไทยนั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ว่า นายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์ผ่านโฆษกส่วนตัว ประณามเหตุระเบิดโจมตีหลายจังหวัดในไทยเมื่อวันพฤหัสฯที่ 11 ส.ค. และวันศุกร์ที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา และหวังว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะถูกนำตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและปรารถนาให้เหล่าผู้บาดเจ็บหายดีโดยเร็ว และขอแสดงความเห็นใจต่อรัฐบาลและประชาชนคนไทยด้วย

“ฮิวแมน ไรท์ฯ” จี้ไทยทำคดีโปร่งใส

ด้านนายแบรด อาดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของกลุ่มตรวจสอบสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์วอทช์” ก็กล่าวถึงเหตุโจมตีในไทยเช่นกัน โดยระบุว่าต่อให้กลุ่มผู้ก่อเหตุมีความคับข้องใจมากแค่ไหนก็ไม่มีเหตุผลใดมาอ้างเพื่อจงใจก่อเหตุโจมตีพลเรือนได้ เจ้าหน้าที่ไทยควรใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อสอบสวนอย่างจริงจัง เป็นกลาง และโปร่งใสเพื่อนำผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีพร้อมๆกับรับประกันว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนได้รับการเคารพอย่างเหมาะสม การยึดถือกระบวนการข้างต้นและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมจะเป็นกุญแจสำคัญ ไม่เพียงแต่ให้ความยุติธรรมกับเหยื่อ แต่ยังแสดงถึงพันธสัญญาของไทยในการยึดหลักนิติรัฐเมื่อเผชิญอาชญากรรมที่ชั่วร้าย เช่นเดียวกับ นายแชมพา พาเทล (Champa Patel) ที่ปรึกษาอาวุโสงานวิจัย สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าไม่มีความชอบธรรมใดๆในการโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมายและกระทำด้วยความจงใจเช่นนี้ถือเป็นการไม่คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะมีชีวิต การใช้ความรุนแรงเช่นนี้แสดงถึงการไม่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ต้องมีการนำตัวผู้รับผิดชอบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและมีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้