วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


คิดการใหญ่!! สร้างตึกสูงสุดในไทย “สรพจน์ เตชะไกรศรี” ถ้าไม่สุดไม่ใช่เรา

“ถ้าทำอะไรที่คนอื่นทำแล้ว ไม่ได้มีความแตกต่าง ผมมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่ถ้าทำสิ่งที่มีหนึ่งเดียวกลับเสี่ยงน้อยกว่า!!” นี่คือทัศนะคิดทะลุกรอบ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในชั่วข้ามคืนของซีอีโอหนุ่มไฟแรงแห่งค่ายเพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่นฯ “สรพจน์ เตชะไกรศรี” ทายาทคนกลางของเจ้าแม่อสังหาฯยักษ์ใหญ่ LPN “ยุพา เตชะไกรศรี” ซึ่งวินาทีนี้เป็นที่จับตามองที่สุด เพราะเขาคือเจ้าของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในเมืองไทย “มหานคร” ด้วยสถิติความสูงถึง 314 เมตร ที่กำลังจะเป็นสถาปัตยกรรมแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ เทียบชั้นมหานครใหญ่ของโลก

ทำไมเลือกบุกเบิกธุรกิจของตัวเอง แทนที่จะช่วยคุณแม่สานต่อ LPN

ผมอยากทำอะไรที่ตัวเองชอบ ผมชอบเรื่องสถาปัตยกรรม และการออกแบบ ซึ่ง LPN เป็นตลาดแมสและเป็นองค์กรใหญ่ ผมไม่สนใจด้านนั้น เลยออกมาเปิดบริษัทเพซ ตอนอายุ 26-27 ปี และเริ่มทำโครงการแรก ลงทุนไปกว่า 100 ล้านบาท สร้างคอนโดมิเนียมไฮเอนด์แถวสุขุมวิท ชื่อว่า “ไฟคัส เลน” จากนั้นก็สร้างตึก 25 ชั้น ในซอยศาลาแดง 1 ชื่อว่า “ศาลาแดง เรสซิเดนเซส” ที่จริงผมไม่ตั้งใจทำไฮเอนด์หรอก แต่เนื่องจากการออกแบบที่พิถีพิถันและไม่เคยมีในตลาด เราใช้ของดีหมด ราคาเลยสูง ทำให้มีความไฮเอนด์ในตัวมันเอง และได้รับการตอบรับดี

ตอนประกาศจะสร้าง “มหานคร” ให้เป็น ตึกสูงที่สุดในไทย มีเสียงฮือฮาขนาดไหน

ปี 2008 ผมประกาศทำโครงการมหานคร ด้วยเงินลงทุน 3 หมื่นกว่าล้านบาท ตั้งใจสร้างตึกสูงที่สุดในเมืองไทย ที่มีความสูงที่สุด 314 เมตร ถือเป็นโครงการใหญ่ที่สุดของประเทศ จึงเป็นอะไรที่ฮือฮามาก ทั้งในแง่ของความสูงที่ทำลายสถิติ และรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ตั้งใจออกแบบให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นตึกสูงระฟ้าที่โอบล้อมด้วยพิกเซลสามมิติ เรายังเป็นโครงการอสังหาฯระดับไฮเอนด์แห่งแรกที่สร้างในรูปแบบมิกซ์ยูส ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก โดยประกอบด้วยที่พักอาศัยระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่อย่าง “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก”, บูติคโฮเต็ลดังที่สุดในโลกคือ “เอดิชั่น”, จุดชมวิว 360 องศา บนชั้น 77 ที่ระดับความสูง 314 เมตร นอกจากนี้ยังมี “มหานคร คิวบ์” เป็นอาคารไลฟ์สไตล์รีเทล 7 ชั้น ที่รวบรวมร้านอาหารชื่อดังระดับโลกมาไว้ในเมืองไทยครั้งแรก เราเอา “ลัตเตอลิเย เดอ โจเอล โรบูชง” เข้ามาเปิด เป็นร้านอาหารที่มีมิชลินสตาร์มากสุดในโลก เรายังมี “โว้ก เลาจน์” และ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” ด้วย

แล้วคุณแม่เตือนไหม คิดใหญ่เกินตัวหรือเปล่าลูก

พอบอกที่บ้านว่าจะสร้างตึกสูงที่สุดในประเทศ ก็มีเสียงติงจากคุณแม่!! ผมรู้ว่ามันจะเหนื่อย และมันคงไม่ง่าย แต่อยากทำก็เลยทำ สุดท้ายคุณแม่บอกแค่ว่า ถ้าอยากทำจริงๆ เปิดโครงการแล้วต้องทำให้เสร็จนะ LPN ของเราไม่เคยสร้างตึกไม่เสร็จ อย่าให้เสียชื่อแม่เด็ดขาด!! ผมปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ตลอด ปัญหามันมีจริง แต่สุดท้ายก็มีทางออกแก้ปัญหาได้ เพราะเราตั้งใจทำจริง ใช้ของดีจริง โลเกชั่นดีจริง ราคาเหมาะสม มันก็มีลูกค้า

อุปสรรคใหญ่สุดคืออะไรที่ทำให้โครงการล่าช้าไปมาก

ที่ผ่านมาผมโดนคนสบประมาทเยอะว่าสร้างไม่เสร็จหรอก ตึกสร้างยาก ไม่มีเงินทุนพอหรอก โดนสารพัด!! บอกตรงๆถ้าไม่มีปัจจัยภายนอก เราขายหมดไปนานแล้ว ไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนี้ ตอนนั้นเราเจอปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในหลายเรื่องมาก ผมมีพาร์ตเนอร์ที่เป็นต่างชาติ แต่เปิดตัวโครงการปั๊บก็เจอวิกฤติซับไพรม์ของอเมริกา พอปี 2010 เราเปิดห้องตัวอย่าง ลงทุนไป 200 กว่าล้านบาท คืนแรกขายได้เกือบ 50% อีกอาทิตย์หนึ่งก็มีประท้วงและเผาเซ็นทรัลเวิลด์ คนคืนห้องเกือบจะ 99% ต่อมาปี 2011 สถานการณ์เริ่มดีขึ้น ดันเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ คราวนี้คนก็คืนห้องมาอีก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ ปี 2012 มาเจอวิกฤตการณ์การเงินในยุโรป ทำให้โครงการดีเลย์ไปปีครึ่ง โชคดีที่สามปีที่แล้ว เราเอาบริษัทเพซเข้าตลาด เลยขยับขยายไปลงทุนอย่างอื่นด้วย

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะเปลี่ยนใจไปสร้างอย่างอื่น ที่ง่ายกว่าไหม

ตอนนั้นประสบการณ์น้อย เห็นที่ดินและศึกษามาว่าทำตึกสูงได้ อยากทำก็ลงมือทำเลย ไม่รู้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ก่อให้เกิดความยากลำบากพอสมควร มาคิดตอนนี้ ถ้าเราทำตึกธรรมดา ขนาด 30 ชั้น 2-3 ตึก บนที่ดิน 10 ไร่ ใจกลางเมืองติดรถไฟฟ้าบีทีเอสขนาดนี้ ขายแค่ปีเดียวก็หมดแล้ว แต่ผมไม่ชอบแบบนั้นไง!! สไตล์ของผมคือชอบทำอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น ทำง่ายๆผมก็ทำได้ แต่ผมอยากทำอะไรที่ทำเสร็จแล้วต้องภูมิใจกับมันด้วย ไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ ต้องเอ็นจอยกับมันด้วย ผมเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก อันหนึ่งที่คิดตลอดคือ เวลาพูดถึงเมืองไทยคนจะไม่ค่อยรู้จัก คนนึกว่าไทยแลนด์คือไต้หวัน ผมเลยอยากสร้างอะไรที่เป็นแลนด์มาร์คแทนสัญลักษณ์ความเจริญทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ที่ต่างชาติเห็นแล้วต้องนึกถึงทันที ซีเอ็นเอ็นถ่ายเมืองไทยก็จะถ่ายวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรม แต่ไม่มีสัญลักษณ์ความเจริญทางเศรษฐกิจ ทั้งๆที่เมืองไทยมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองในอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย ผมเลยอยากสร้างตึกสูงที่เป็น แลนด์มาร์คของประเทศไทย ประเทศอื่นๆตึกสูงขนาดนี้รัฐบาลจะเป็นคนลงทุน ของเรารัฐบาลไม่มีแพลนทำตึกสูงที่เป็นไอคอน เราเลยลุยเอง

สิ่งที่ฝันไว้มานานเป็นจริงซะที รู้สึกโล่งใจแค่ไหน

อย่างที่บอกผมโดนสบประมาทไว้เยอะ พอมาถึงวันนี้ตึกมหานครสร้างเสร็จจริงๆ ปลายเดือนนี้จะเปิดโครงการ เป็นทางการ และอีก 3 เดือนก็เข้าอยู่ได้แล้ว ผมว่าถึงจะโดนพูดโน่นนี่ แต่ดีกว่าไม่มีคนพูดถึง เราพิสูจน์ตัวเองว่าทำได้ จากที่คนคิดว่าคงสร้างไม่เสร็จ สุดท้ายก็ทำสำเร็จ และมันก็ช่วยไม่ได้ที่เราทำตึกสูงที่สุดในไทยได้สำเร็จ!!

ถามจริงเคยถอดใจยอมแพ้ไหม

ถอดใจคงไม่ใช่ผม!! แต่มีอุปสรรคหลายอย่างที่นึกว่าจะผ่านไม่ได้ มีปัจจัย หลายอย่างที่เราคอนโทรล ไม่ได้ แบงก์ก็เป็นห่วงนะ แต่ทำไปแล้ว ต้องลุยให้ เสร็จ ไม่งั้นเสียชื่อ ผมภูมิใจที่เราทำจนเสร็จและคุณภาพ ก็เนี้ยบมาก ตรงนี้ทำให้ได้ฟีดแบ็กที่ดีจากลูกค้า ทุกคนเชื่อมั่นในแบรนด์ของเรา จากนี้ไปเราไปทำโครงการที่ไหนก็ขายหมด ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ใช่ว่าเราจะเสียเวลาไปอย่างเดียว เราก็ได้ทำโครงการใหญ่อีกหลายโครงการ

โครงการมหานครยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง ไม่กลัวหรือคะจะเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นเพิ่ม

ผมเป็นคนอยู่นิ่งไม่เป็น ระหว่างที่กำลังสร้างโครงการมหานคร ผมก็มาทำคอนโดฯไฮเอนด์ติดสวนลุมชื่อว่า “นิมิต หลังสวน” ขายแค่ 3 วันหมดเกลี้ยง และไปเปิดโครงการใหญ่ที่หัวหินอีกแห่ง ชื่อว่า “มหาสมุทร” เป็นไพรเวทคันทรีคลับและลักชัวรี่วิลล่า ที่มีทะเลมนุษย์สร้างใหญ่เป็นที่สองของโลก ผมทำโครงการนี้เพราะชอบไปหัวหิน อยากสร้างบ้านริมทะเล แต่ที่ดินริมทะเลแพงมาก เลยเสิร์จหาข้อมูลเพื่อสร้างหาดและทะเลส่วนตัวขึ้นเอง

โครงการมหานครจนถึงขณะนี้ ขายหมดหรือยัง ได้รับเสียงตอบรับดีไหม

ในส่วนของ “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส” เราขายห้องไปได้แล้ว 70% ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติ ราคาเริ่มต้นที่ 125 ตารางเมตร ขนาด 2 ห้องนอน เราขายตารางเมตรละ 300,000 บาท ก็ตกห้องละ 35-45 ล้านบาท ถ้าเป็น 3 ห้องนอน ราคาอยู่ที่ 50-70 ล้านบาท ส่วนแพงสุดเป็นห้องเพนท์เฮาส์ ราคา 300 กว่าล้านบาท เราขายไป 3 ห้อง จาก 4 ห้อง คนหนึ่งเป็นเศรษฐีจากดูไบ ซื้อไป 2 ชั้น รวมกันราคา 500 กว่าล้านบาท อีกคนเป็นเศรษฐีฝรั่ง ลูกค้าของเรา ส่วนใหญ่เป็นสิงคโปร์และฮ่องกง แต่ถ้าห้องใหญ่ๆจะเป็นยุโรป มีทั้งสวิส, เยอรมนี และฝรั่งเศส คนไทย 20%

เทรนด์อสังหาฯในโลกเปลี่ยนไปในทิศทางไหน

คนย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเยอะขึ้น 10 ปีจากนี้ไป ดอกเบี้ยจะถูกลง คนยินดีลงทุนในอสังหาฯมากขึ้น เพราะฝากแบงก์ก็ไม่ได้อะไร โครงการอสังหาฯในอนาคตต้องมีมากกว่าแค่ทำคอนโดฯ แต่ต้องตอบโจทย์ได้หลากหลายเป็นแบบมิกซ์ยูส มีครบหมดทั้งคอนโดฯ โรงแรม และร้านอาหารระดับพรีเมียม อย่างผมเอาโรบูชงมาเปิดลงทุน 200 กว่าล้านบาท ไม่มีทางคุ้มทุนหรอก แต่โครงการเราใหญ่ขนาดนี้แล้ว ส่วนประกอบสุดท้ายคือร้านอาหาร ก็ต้องทำให้สุดๆไปเลย ผมเป็นคนทำอะไรต้องทำให้สุด ถ้าไม่สุดคงไม่ใช่เรา ถ้าทำอะไรที่คนอื่นทำแล้ว ไม่ได้มีความแตกต่าง ผมกลับมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่ถ้าทำที่มีอันเดียวมันน่าจะเสี่ยงน้อยกว่า ดูเผินๆอาจเหมือนเสี่ยงเยอะ แต่ผมกลับ รู้สึกว่าถ้าเราทำเหมือนคนอื่นอีก 20 คน ผมไม่ทำแน่นอน ไม่รู้จะเล่าอะไรให้ลูกหลานฟัง

ในอนาคตอันใกล้ยัง จะคิดการใหญ่อะไร อีกไหม

(ยิ้ม) ผมเพิ่งซื้อกิจการทั้งหมดของ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” จากมหาเศรษฐีนิวยอร์ก ด้วยเงิน ลงทุน 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 5,000 ล้านบาท) เพราะมองเห็นอนาคตของธุรกิจ ซึ่ง เป็นแบรนด์เก่าแก่ 40 ปี ผมคำนวณดูว่าธุรกิจนี้น่าจะเป็นธุรกิจหลักอีกอันของเราได้ ในอเมริกามีแค่ 10 กว่าสาขา ขณะที่สตาร์บัคส์มีหมื่นสาขา ถ้าเราได้ส่วนแบ่งตลาดแค่ 10% ก็สบายแล้ว ผมฝันอยากเป็นคนไทยคนแรกที่เอาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก กำลังปลุกปั้นอยู่ น่าจะสำเร็จใน 2-3 ปีข้างหน้า.

ทีมข่าวหน้าสตรี

“ถ้าทำอะไรที่คนอื่นทำแล้ว ไม่ได้มีความแตกต่าง ผมมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่ถ้าทำสิ่งที่มีหนึ่งเดียวกลับเสี่ยงน้อยกว่า!!” นี่คือทัศนะคิดทะลุกรอบ “สรพจน์ เตชะไกรศรี” ทายาทคนกลางของเจ้าแม่อสังหาฯยักษ์ใหญ่ LPN 13 ส.ค. 2559 11:04 13 ส.ค. 2559 11:33 ไทยรัฐ