วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดอลังการ งานวันเกิดพระคเณศ

พระคเณศตามคติอินเดียที่แพร่หลายกันมากที่สุด คือ พระองค์เป็นเทพที่ต้องบูชาองค์แรกเสมอ และเป็นเทพที่ขจัดอุปสรรคแก่สาวก ส่วนในประเทศไทยยกให้เป็นเทพแห่งศิลปศาสตร์วิทยาการทั้งหลาย หากแต่บทบาทและฐานะของพระคเณศไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะฐานะของพระคเณศยังมีแตกต่างกันไปอีกตามแต่ท้องถิ่น หรือคติความเชื่อ

เมื่อสมัยแรกเริ่มนั้นสันนิษฐานกันว่าพระคเณศเป็นเทพเจ้าของชาวดราวิเดียน ชนพื้นเมืองดั้งเดิมในอินเดียก่อนที่ชาวอารยันจะเข้ามา ในสมัยนั้นยังเรียกว่ามีความเป็นชนเผ่าอยู่มาก พระคเณศน่าจะอยู่ในฐานะของเทพผู้ปกป้องมนุษย์จากสัตว์ร้ายในป่า ต่อมาเมื่อชาวอารยันเข้ายึดครองพื้นที่ ทำให้ชาวดราวิเดียนต้องถอยลงไปอยู่ทางใต้ ซึ่งปัจจุบันคือ ชาวทมิฬ แต่พระคเณศได้รับการผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาของชาวอารยัน และผสมผสานวัฒนธรรมใหม่กับวัฒนธรรมเดิมเข้าด้วยกัน

จนเมื่อเข้าสู่ยุคปุราณะ พระคเณศจึงถูกยกฐานะให้เป็นมหาเทพ และมีความสำคัญอย่างมากต่อศาสนาในเวลาต่อมา เมื่อเวลาผ่านไปพระคเณศถูกยกให้เป็นเทพเจ้าประจำกิจการงานต่างๆ ตามแต่ผู้ศรัทธาจะยกฐานะนั้นให้กับพระองค์ เช่น เมื่อมีผู้บูชาพระองค์ พระคเณศก็จะมีฐานะเป็นเทพเจ้าประจำตัวของผู้บูชาเรียกว่า อิษฐเทวตา ซึ่งไม่เฉพาะพระคเณศเท่านั้น แล้วแต่ว่าผู้บูชาจะบูชาองค์ใด หรือหากวงศ์ตระกูลนับถือศาสนาฮินดู วงศ์ตระกูลนั้นอาจตั้งพระคเณศเป็นเทพเจ้าประจำตระกูล เรียกว่า กุลเทวตา ถ้ามีพระคเณศประดิษฐานอยู่หน้าบ้านด้วย พระคเณศก็จะเป็นทวารบาลด้วย และหากหมู่บ้านใดนับถือพระคเณศหมู่บ้านนั้นอาจตั้งพระคเณศเป็นเทพเจ้าประจำหมู่บ้าน เรียกว่า ครามเทวตา ซึ่งพบมากในประเทศอินเดีย ดังนั้นฐานะของพระคเณศก็จะเปลี่ยนไปตามกลุ่มผู้บูชา ในรัฐมหาราษฎร์ พระคเณศยังเป็นเทพเจ้าประจำรัฐอีกด้วย

นอกจากนี้ พระคเณศยังมีฐานะที่ได้รับยกย่องจากปุราณะตำนานต่างๆอีกมาก ดังเช่น พระคเณศได้รับยกย่องให้เป็นเทพแห่งความเฉลียวฉลาดด้วย หรือบางครั้งปรากฏพระคเณศในรูปเด็กก็จะยกให้เป็นเทพที่ปกป้องดูแลเด็ก มอบความเฉลียวฉลาดให้แก่เด็ก หากอยู่ในรูปที่กำลังร่ายรำก็จะเป็นเทพแห่งนาฏศิลป์ทั้งหลาย และยังมีอีกมากมายไม่สามารถกล่าวให้หมดได้...แต่ที่แน่นอนตอนนี้ฐานะของพระคเณศยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทพเจ้าสากล (Universal God) ไปแล้ว

หากพูดถึงเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฮินดูสักเทศกาลหนึ่ง คเณศ-จตุรถี คงเป็นเทศกาลที่ทั้งคนไทยและทั่วโลกต่างเคยได้ยินได้แลกันมาบ้างเป็นแน่ เพราะพิธีดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ถือว่าเป็นวันกำเนิดของพระพิฆเนศ พิธีนี้เป็นพิธีสำคัญและยิ่งใหญ่มากของอินเดีย ถึงขนาดมีสื่อมวลชนจากต่างประเทศมาทำข่าวและสารคดีกันมากถึง 200 รายการ และทางการอินเดียได้ถ่ายทอดสดเทศกาลนี้ไปทั่วประเทศด้วย โดยเฉพาะที่บ้านของพระคเณศคือ รัฐมหาราษฎร์ ในหลายๆเมืองของรัฐนี้ต่างก็เฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่

ชาวอินเดียเขาจะทำพิธีกรรมอะไรๆเหมือนคนไทยกันบ้างหรือไม่ และมีข้อปฏิบัติรวมถึงขั้นตอนในการร่วมเฉลิมฉลองคเณศ–จตุรถีกันอย่างไร คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจะพาไปดูกันครับ

คเณศจตุรถีนั้นในความเป็นจริงแล้วมีทุกเดือน นั่นก็คือ วันแรม 4 ค่ำในทุกเดือน เรียกว่า สังกัษฏี คเณศจตุรถี และวันขึ้น 4 ค่ำในทุกเดือน เรียกว่า ไว–นายกี คเณศจตุรถีตามลำดับ แต่หากเดือนใดตรงกับวันอังคารซึ่งเป็นวันประจำของพระคเณศจะเรียกว่า มังคลกี คเณศจตุรถี ซึ่งทั้ง 3 แบบถือเป็นวันที่ควรบูชาพระคเณศในทุกๆเดือน

คเณศจตุรถีที่สำคัญที่สุดคือ คเณศจตุรถีเดือนภัทรบท เทียบกับเดือนไทยคือ สิงหาคมหรือกันยายน ก็อีกไม่กี่วันนี้นั่นเองครับ พิธีจะเริ่มจากการสถาปนาอุสวมูรติ หรือรูปเคารพชั่วคราว ที่ต้องนำออกแห่และนำไปลงน้ำ ชาวอินเดียแต่ละบ้านจะเลือกสถาปนาอุสวมูรติครอบครัวละ 1 องค์ และเริ่มกระทำพิธีโดยเชิญพราหมณ์มาที่บ้าน มีหัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ประกอบพิธีนั้นโดยคำบอกกล่าวของพราหมณ์

การบูชาในปะรำพิธีที่เตรียมไว้จะเริ่มจากการทำบูชาเชิงสัญลักษณ์แบบโบราณก่อนซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยพระเวทคือ ปีฐบูชา การบูชาเทวตา 5 หมวดก่อน เรียกว่า ปัญจางคเทวตา โดยสมมติกองข้าวแต่ละสีและสิ่งสมมติต่างๆเป็นพระเจ้าแต่ละองค์ เช่น ลูกหมากพันด้วยด้าย วางบนกองข้าวรูปสวัสดิกะ แทนพระคเณศ ลูกหมากพันด้วยด้าย วางบนกองข้าวรูป 3 เหลี่ยม แทนพระแม่เการี หมวดนี้เรียกว่า คเณศัมพิกา บูชาเพื่อเริ่มพิธีการต่างๆ, กองข้าวที่มีลักษณะคล้ายตารางหมากรุกสลับสี ใช้แทนพระแม่โษฑศมาตฤกา 16 องค์, ตารางสี่เหลี่ยม 9 ช่องใช้แทนนพเคราะห์, จุดสีแดง 7 จุดและ อักษรสีแดง ใช้แทนพระแม่ฆฤตสัปตมาฤกา 7 องค์ และหมวดสุดท้าย คือเทวตาประจำประทีป สังข์ ระฆัง และหม้อกลัศที่เป็นหม้อแทนความสมบูรณ์ จักรวาล และเทพเจ้าต่างๆ

เมื่อเสร็จสิ้น จะเริ่มการบูชาที่ถูกต้องตามหลักของฮินดูเรียกว่า อุปจาระ มี 16 ขั้นตอน ประกอบด้วย ถวายที่ประทับ ถวายน้ำล้างพระบาทและพระหัตถ์ ถวายน้ำสรง ถวายน้ำบริสุทธิ์ ถวายเครื่องฉลององค์ ถวายสายยัชโญปวีต ถวายการเจิมสินธุและผงกุมกุม ถวายดอกไม้ ถวายเครื่องหอม ถวายประทีป ถวายอาหาร ถวายอารตี ถวายมนตร์ และถวายความเคารพสมาธิ จะเริ่มกระทำกันวันแรกคือ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 10 เมื่อเสร็จสิ้นพิธีสถาปนาเทวรูปซึ่งต้องเป็นคนละองค์กับองค์ประธานในบ้านแล้ว การบูชาจะมีอย่างต่อเนื่อง 10 วัน จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุดของเทศกาลคือวันขึ้น 14 ค่ำ เรียกว่า อนันตจตุรทัสสี แต่วิธีการบูชานั้นก็จะต่างกันบ้างไปตามรัฐ หรือท้องถิ่นนั้นๆ เช่นเดียวกันกับการสถาปนาอุสวมูรติขนาดใหญ่ของหมู่บ้านหรือชุมชน ที่ต้องมีการสั่งจองและออกแบบกันก่อนเป็นเดือนเป็นปีเลยทีเดียว เพราะมีจำนวนที่มากมายมหาศาล และแต่ละชุมชนก็ต้องการให้เทวรูปขนาดใหญ่ของตนโดดเด่นสวยงามที่สุด ซึ่งวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบาและย่อยสลายได้ เช่น กาบมะพร้าว กระดาษ เป็นต้น

งานคเณศจตุรถีในอินเดีย นอกจากการบูชาและเฉลิมฉลองกันแล้วยังมีการประกวดประชันกันด้วย ในแต่ละซุ้มจะจัดซุ้มของตนให้สวยงามและยิ่งใหญ่ซึ่งอาจจะนำรูปแบบมาจากสถานที่สำคัญทางศาสนาต่างๆในอินเดีย ภายในจะประดิษฐานองค์ประธานองค์ใหญ่และองค์ที่บูชาใกล้ชิดองค์เล็กๆไว้เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าไปสักการะภายใน บางที่ที่ได้รับความนิยมมากใช้เวลาต่อแถวยาวนานเป็นชั่วโมง หรือนานเป็นวันเพื่อเข้าไปสักการะเพียงไม่กี่วินาทีก็ต้องออก เพราะมีคนต่อแถวรอยาวมากทีเดียว เช่น อัณเธรี จา ราชา หรือลาลบาก จา ราชา ที่เป็นซุ้มติดอันดับ 1 ใน 5 ของแต่ละปี

ที่สำคัญที่สุดคงจะเป็นการแห่เทวรูปรอบเมืองในวันสุดท้ายของเทศกาล ที่ทุกครอบครัวจะนำเทวรูปของตนออกแห่ไปตามถนนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ เสียงดนตรีกลองดังสนั่นและผู้คนนับล้านจากทั่วโลกที่รอดูขบวนแห่เทวรูปนับพันนับหมื่นองค์ เริ่มจากองค์เล็กๆที่จะทยอยกันทำการอารตีครั้งสุดท้ายและนำเทวรูปลงน้ำหรือที่เรียกว่า วิสรันยัน ต่อจากนั้นจะเริ่มเป็นเทวรูปองค์ใหญ่ของแต่ละชุมชน และปิดท้ายช่วงค่ำคืนด้วยองค์ที่ประชาชนให้ความนิยมมากที่สุดของแต่ละซุ้มในแต่ละปีนั่นเอง

ความรู้สึกของชาวฮินดูในอินเดียนั้น มีความผูกพันกับพระเจ้าของตนมาก และถือเป็นคนในครอบครัวที่ต้องให้ความสำคัญเสมอ วิถีชีวิตการดำรงอยู่และความศรัทธาที่ไม่มีข้อแม้ใดๆ ช่วงเวลาที่พวกเขามีความสุขนั้นก็เกิดจากแรงบันดาลใจในศาสนาของตนอย่างเหนียวแน่น เท่าที่ได้รวบรวมข้อมูลมา แม้แต่คนยากจนที่ไม่มีเงินพอจะซื้อของบูชาหรือไม่มีดอกไม้สักดอกจะบูชา พวกเขาใช้ใบอโศกร้อยเป็นพวงเพื่อบูชา เพื่อให้พระผู้เป็นเจ้าของเขารู้ว่าพวกเขามีความทุกข์ความเศร้าโศกเพียงใดในโลกที่พระองค์สร้าง เพื่ออยากจะขจัดความเศร้าโศกนั้น พวกเขาจึงเลือกใบไม้ที่มีความหมายว่า ไร้ความเศร้าโศกมาบูชาพระองค์

สำหรับในประเทศไทยจะมีเพียงบางที่ที่จัดงานคเณศจตุรถี และที่จัดอย่างสมบูรณ์ถูกต้องก็มีไม่มากนัก เช่น วัดเทพมณเฑียร วัดพระศรีมหาอุมาเทวี วัดวิษณุ หรือคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.


โดย : คเณศทาส
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน

13 ส.ค. 2559 10:45 ไทยรัฐ