วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ผบ.ตร.”ป้องเหตุวินาศกรรม ระดมเต็มอัตราสกัดป่วน

ไม่มีใครคาดคิดมีเหตุรุนแรงจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้รับบาดเจ็บ 32 รายในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลาย

จังหวัดในวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งพี่น้องคนไทยถือเป็นวันสำคัญ เป็นสิ่งที่คนทั้งประเทศรับไม่ได้

จากเหตุเพลิงไหม้ห้างสิริวัฒน์ถาวรเขตเทศบาล และเวลา 15.00 น.วันที่ 11 ส.ค. มีเหตุระเบิดถนนคนเดินตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ ถนนรื่นรมย์ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลเมืองตรัง ใกล้ศูนย์ราชการ ศาลากลางจังหวัด ถือเป็นย่านเศรษฐกิจของเมือง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 6 ราย เป็นระเบิดป่วนลูกแรก....

ตามมาด้วยเหตุระเบิดร้านบาร์เบียร์จอนนี่ 56 ซอยหลังโรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน ถนนเสละคาม ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เวลา 22.15 น. คืนวันที่ 12 ส.ค. มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ร้านเรนทรัสปา ถนนพูลสุข ต.หัวหิน เวลา 23.00 น. มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 21 ราย ส่วนใหญ่ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติ 10 ราย

เป็นระเบิดกลางเมืองหัวหิน เมืองท่องเที่ยวสำคัญของคนไทยและชาวต่างชาติ

ห่างกันไม่นานมีเหตุระเบิดในพื้นที่ชุมชน 2 จุด กลางดึกวันที่ 12 ส.ค. มีเหตุเพลิงไหม้ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ของเด็กเล่น สินค้าที่ระลึก ไม่มีผู้บาดเจ็บ และวางเพลิงร้านค้าวอคกิ้งสตรีท หน้าหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ต่อด้วยเพลิงไหม้ห้างโลตัส สาขานครศรีธรรมราช คาดว่า ระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้

เช้าวันที่ 12 ส.ค.มีเหตุระเบิด 2 จุด บริเวณสวนสาธารณะโลมา ถนนทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ไม่มีผู้บาดเจ็บ และตู้ควบคุมจราจร สภ.กระทู้ ซอยบางลา ถนนทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กระทู้ มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย

ระเบิดอีก 2 จุด บริเวณหน้าสถานีตำรวจน้ำ กก.6 บก.รน. ถนนหน้าเมือง ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย และระเบิดที่ถนนหน้าอาคารเก่า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเหตุระเบิดร้านอาหารหมู่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ก่อนมีเหตุระเบิดซ้ำ 2 ลูก ใกล้หอนาฬิกา กลางเมืองหัวหิน มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ “หัวหิน” ได้สร้างความตื่นตระหนกอย่างมาก

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เรียกประชุมสรุปสถานการณ์ทุกพื้นที่ วางผังพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ระเบิด 9 เหตุการณ์ ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.พังงา จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ประจวบ-คีรีขันธ์ ล้วนเป็นพื้นที่ “ไฟเขียว” เห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญกว่า 70 เปอร์เซ็นต์

“ซิกเนเจอร์” การประกอบระเบิดเป็นชนิดแรงดันต่ำ ระเบิดสั่งการด้วยโทรศัพท์มือถือ รูปแบบเดียวที่ใช้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายเหตุเป็นระเบิดชนิดเดียวกัน โทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกัน

เหตุระเบิดโยงกัน เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน เป็นเมืองท่องเที่ยว ก่อเหตุในที่ชุมชนสาธารณะ และเป็นเหตุเกิดขึ้นหลังคนส่วนใหญ่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามโรดแม็ปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ทำให้คนที่เห็นต่างปฏิบัติการป่วนเพื่อทำลายความเชื่อมั่นตามมา

ด้วยประสบการณ์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ที่เคยทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และรับผิดชอบคดีระเบิดป่วนเมืองในช่วงที่ผ่านมา ได้เห็นรูปแบบการประกอบระเบิด มองว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ ไม่ใช่เหตุก่อการร้ายข้ามชาติ เป็นการก่อวินาศกรรมเฉพาะจุด เฉพาะพื้นที่จังหวัด ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ทางการเมือง คนบงการจุดชนวนระเบิดหวังผลหลายเรื่อง ทั้งดิสเครดิตรัฐบาล ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว และหวังผลทางการเมือง

โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หัวหิน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของคนไทยและชาวต่างชาติ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของพี่น้องคนไทย คนร้ายจงใจวางระเบิด 3 จุด หวังผลให้มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต

เป็นงานหนักของตำรวจสืบหามือระเบิดและมีผู้อยู่เบื้องหลังเหตุป่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับ ผบช.ในพื้นที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังเหตุระเบิดอย่างเข้มงวด มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย

มีคำสั่งให้ ผบช.ทุกพื้นที่เฝ้าระวังเหตุรุนแรงในทุกพื้นที่ ไม่ให้ขยายเหตุไปในพื้นที่จังหวัดอื่น สั่งตั้งด่านความมั่นคงในทุกพื้นที่ คาดโทษ ผบช.ทุกพื้นที่หาทางสกัด ไม่ให้เกิดเหตุป่วนเกิดขึ้นมาอีก

“ไม่เกินความคาดหมาย หลังการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องมีเหตุรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง เหตุการณ์ที่เกิดเป็นพื้นที่รับร่างรัฐธรรมนูญ ระเบิดที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจมีบางคนบางกลุ่มที่เห็นต่างต้องการดิสเครดิตทำความน่าเชื่อถือ โดยหวังผลหลายอย่าง หลายจุดมีความเชื่อมโยงกัน คนร้ายใช้ระเบิด 2 ชนิด ทำให้ระเบิดกับทำให้เกิดเพลิงไหม้ มีการโฟกัสกลุ่มเป้าหมาย แต่เปิดเผยไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าพวกนี้ทำทำไม ต้องไปถามเขา เพราะถ้าถามผมบอกได้ว่าพวกนั้นระยำ เป็นคนไทยหรือเปล่า คนอื่นที่ไม่รู้เรื่องต้องมารับผลไปด้วย จะโกรธแค้นใครให้ทำตัวต่อตัว ไม่ใช่วางระเบิด อย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกัน ลูกเล็กเด็กแดงไม่รู้เรื่อง ดูจากการกระทำมันเกินไป ทำอย่างนี้ไม่ไหว” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ย้ำกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม”

“จริงแล้วเรื่องแบบนี้พวกเอ็นจีโอ พวกกรรมการสิทธิมนุษยชนต้องออกมาปกป้อง ขณะนี้ไม่เห็นใครออกมา ที่เรื่องเจ้าหน้าที่ออกมาแล้ว คนร้ายวางระเบิด 10 จุด ไปละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชน ไม่เห็นใครออกมา ไม่ได้ประชด แต่ต้องการความเป็นธรรม กรรมการสิทธิมนุษยชนและเอ็นจีโอต้องทำหน้าที่เข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ คนร้ายมีการลงมือในพื้นที่ 7 จังหวัด เหตุจูงใจเป็นเรื่องภายในประเทศ ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ตำรวจตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนไม่ว่าคนไทยชาวต่างชาติ ดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย”

เป็นงานใหญ่ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กระชากหน้ากากมือระเบิด หยุดยั้งเหตุรุนแรง ก่อนขยายกระจายพื้นที่ออกไป ทำให้คนไทยและชาวต่างชาติคลายความตื่นตระหนกให้ได้เร็วที่สุด รวมทั้งเรียกร้องให้กลุ่มกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือเอ็นจีโอเคลื่อนไหวเพื่อดูแลสิทธิของผู้ที่ได้รับความเสียหาย ไม่ไช่ออกมาแค่หวังผลทางการเมือง

งานสืบสวนคดีระเบิด จับกุมมือระเบิดได้ยาก แรงระเบิดทำลายพยานหลักฐานจนหมดสิ้น

แต่การข่าวทำให้สกัดกั้น “ผู้บงการ” ที่อยู่เบื้องหลังให้ยุติการเคลื่อนไหวได้.

ทีมข่าวอาชญากรรม

13 ส.ค. 2559 09:57 13 ส.ค. 2559 10:01 ไทยรัฐ