วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซิวโจร 2 คู่ผัวเมีย ฉกเอทีเอ็ม 4 ล.

รวบแล้วแกงโจรยกตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสาลี่ดังเมืองสุพรรณ กวาดเงินสดไปกว่า 4 ล้านบาท ชุดสืบสวนตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิด เจอรถปิกอัพต้องสงสัยตรวจสอบทะเบียนเป็นรถของหัวหน้าแก๊ง ตามตะครุบได้ขณะขับรถกลับจากไปส่งของภาคเหนือ หิ้วมาสอบเค้นรับสารภาพร่วมกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกันวางแผนก่อเหตุและมีเมียทั้งคู่ร่วมด้วย ใช้ชะแลงงัดนอตยึดฐานลากไปยกใส่ท้ายรถก่อนงัดเอาเงินแบ่งกัน

รวบแล้วแก๊งโจรกรรมตู้เอทีเอ็มกวาดเงินสดไปกว่า 4 ล้านบาท ที่ กก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ส.ค. พล.ต.ต.ภัสรวินทร์ พงศ์ภิภัทรภาคิน ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี พร้อมชุดสืบสวน บช.ภ.7 บช.ภ.1 และกองปราบปราม ร่วมกันแถลงจับกุมแก๊งโจรกรรมตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยบริเวณหน้าร้านสาลี่แม่บ๊วย ร้านขายของฝากชื่อดังของจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 279 หมู่ 5 ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาได้เงินสดไปกว่า 4 ล้านบาท ก่อนนำตู้เอทีเอ็มไปทิ้งบ่อน้ำกลางทุ่งนา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ผู้ต้องหา 4 คนประกอบด้วยนายธรรมนูญ มูสิกรังศรี อายุ 39 ปี หัวหน้าแก๊ง อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 6 ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา น.ส.บุศรา เส็งลา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/0 ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ภรรยาของนายธรรมนูญ นายชัยสิทธิ์ บุญมี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/1 หมู่ 5 ต.หัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี และ น.ส.อาทิตยา จันทคัด อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/2 หมู่ 2 ต.ธารทหาร อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ภรรยานายชัยสิทธิ์ พร้อมของกลางเงินสด 2,683,950 บาท รถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บร 1055 สระบุรี รถปิกอัพอีซูซุ สีเทาดำ ทะเบียน บธ 8342 กาฬสินธุ์ สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 2 เส้น แหวนทองหนัก 2 สลึง 2 วง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ต.ภัสรวินทร์เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทีมสืบสวนจากหน่วยงานร่วมกันติดตามคนร้ายด้วยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆจนทราบรถปิกอัพคันที่ใช้ก่อเหตุมีนายธรรมนูญ 1 ในคนร้าย หัวหน้าแก๊ง ทำงานเป็นคนขับรถส่งของโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี จากนั้นวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ในโรงงาน สอบถามเพื่อนคนงานทราบนายธรรมนูญขับรถไปส่งของที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ตั้งแต่เย็นวันที่ 8 ส.ค. ตำรวจเกรงจะหลบหนีออกนอกประเทศ จึงติดตามไปจับกุมก่อนประสานตำรวจ สภ.งาว จ.ลำปาง ตั้งด่านสกัดจับได้ขณะผู้ต้องหาขับรถกลับโรงงาน ก่อนขยายผลจับผู้ต้องหาอีก 3 คน และเงินของกลางที่เหลือกว่า 2.6 ล้านบาท

สอบสวนนายธรรมนูญให้การรับสารภาพว่า ต้องการหาเงินไปผ่อนรถและใช้หนี้เงินกู้ เลยชักชวนนายชัยสิทธิ์ เพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกันวางแผนโจรกรรมตู้เอทีเอ็มดังกล่าว เนื่องจากเคยขับรถผ่านแล้วเห็นปลอดคน โดยเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมาเคยขับมาก่อเหตุแล้ว แต่วันนั้นมีรถผ่านมาเยอะ เลยไม่สะดวก กระทั่งคืนวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาย้อนมาก่อเหตุอีกครั้งโดยมี น.ส.บุศรา ภรรยาตน และ น.ส.อาทิตยา ภรรยานายชัยสิทธิ์ ร่วมด้วย เมื่อไปถึงนำชะแลงเหล็กมางัดฐานตู้เอทีเอ็มที่มีนอตตัวเล็กๆยึดไว้แล้วนำยางรถยนต์มารอง ก่อนลากไปยกใส่ท้ายรถ ใช้ชะแลงงัดเอาเงินสดกว่า 4 ล้านบาท นำตู้เอทีเอ็มไปทิ้งบ่อน้ำกลางทุ่งนาบริเวณดังกล่าว แล้วแบ่งเงินกัน ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน รุ่งเช้าไปทำงานขับรถไปส่งของที่ภาคเหนือและถูกจับกุมได้ในที่สุด

13 ส.ค. 2559 07:35 13 ส.ค. 2559 07:36 ไทยรัฐ