วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กแกละผงาด ผบ.ทบ. ขยับโยกบิ๊กเจี๊ยบ ไปนั่งรองผบ.สส.

สปท.เล็งชงข้อเสนอใส่ ก.ม.ลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ใครทำผิดโทษจำคุกสูงปรี๊ด 10 ปี ไม่รออาญา ส่วนโทษปรับหนักข้อสูงถึง 20 ล้าน แนะตั้งรางวัลนำจับแก่ผู้ชี้เบาะแส ไม่พอเสนอให้ ส.ส.ห้ามบริจาคเงินช่วยงานแต่ง งานบวช งานศพ “ไพบูลย์” ยังขายฝันตั้งพรรคการเมือง โอ่ก๊วนอดีต 40 ส.ว.ขอร่วมวง “สมพงษ์” เย้ยพวกบ่มีไก๊ ไปไม่รอดแน่ เพื่อไทยยักไหล่ชี้เซ็ตซีโร่หรือไม่ก็ค่าเท่ากัน นายกฯปลื้มไม่หายชื่นชมประชามติจากพลังบริสุทธิ์ ย้ำอีกเลือกตั้งปลายปี 60 แน่ โผทหารลงตัว “บิ๊กแกละ” ขึ้นแป้นเบอร์ 1 กองทัพนั่ง ผบ.ทบ. “บิ๊กเข้” ขยับเป็น ผช.ผบ.ทบ. แต่งตัวรอคิวถัดไป ส่วน “กู้เกียรติ” ขยับเข้าไลน์เป็นแม่ทัพภาค 1 ด้าน “บิ๊กจอม” ผงาดคุมทัพฟ้า

ภายหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชนด้วยการทำประชามติ รวมไปถึงประเด็นคำถามพ่วง ขั้นตอนหลังจากนี้คือการแก้ไขบท เฉพาะกาล และร่างกฎหมายลูก โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปรยว่าจะต้องรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆมาประกอบ ล่าสุดสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งให้มีการลงโทษอย่างเฉียบขาด

สปท.ชงความเห็น ก.ม.เลือกตั้ง

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. สปท.กล่าวถึงแนวทางจัดทำข้อเสนอแนะกฎหมายลูก 4 ฉบับของ สปท. เพื่อเสนอต่อ กรธ.ว่า การจัดทำข้อเสนอร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ สปท.จะส่งให้ กรธ.พิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียบเรียงประเด็นว่าจะมีข้อเสนอสาระสำคัญใดบ้างในกฎหมายลูกทั้ง 2ฉบับ โดยจะรวบรวมจากรายงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่องการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ที่ สปท.ให้ความเห็นชอบไปแล้ว

ใช้ยาแรงคุก 10 ปี ปรับ 20 ล้าน

นายวันชัยกล่าวว่า ทั้งนี้จะมีเรื่องการกำหนดบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงแก่ผู้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยให้มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ไม่รอลงอาญา และมีโทษปรับสูงสุด 20 ล้านบาท การตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท แก่ผู้ชี้เบาะแสการทุจริตซื้อเสียงแก่กกต. การห้ามผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ส.บริจาคเงินช่วยเหลือตามประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานศพ ในเขตเลือกตั้งของตัวเอง การกำหนดให้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องปฏิบัติ จะนำข้อเสนอเหล่านี้มาพิจารณาว่ามีประเด็นใดบ้างที่จะนำไปใส่ในกฎหมายลูก ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านประชามติ คาดว่าจะพิจารณาเรียบเรียงเสร็จในต้นสัปดาห์หน้า จากนั้นจะส่งให้ที่ประชุม สปท.ให้ความเห็นชอบ และส่งให้ กรธ.นำไปพิจารณาต่อไป

“ไพบูลย์” โอ่ก๊วน 40 ส.ว.ขอร่วมวง

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงแนวคิดการจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปว่า ยืนยันจะเดินหน้าจัดตั้งพรรค การเมืองดังกล่าวต่อไป แม้จะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ตาม ถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิส่วนบุคคล เราต้องนำคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมอยู่แล้ว เบื้องต้นขณะนี้มีคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก หลักๆจะเป็นคนที่ลงคะแนนประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง รวมไปถึงอดีตสมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว. บางส่วนก็มีความสนใจเข้าร่วมอุดมการณ์เดียวกับตนด้วยแต่ขอย้ำว่าพรรคการเมืองนี้ไม่ใช่พรรคกลุ่ม 40 ส.ว.แน่นอน

คิดกันยาวไกลเลือกหัวหน้าแล้ว

เมื่อถามว่า การจัดตั้งพรรคครั้งนี้ จะดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคเองด้วยหรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า ตนเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง และเป็นผู้ประสานงานรวบรวมการจัดตั้งพรรค แต่จะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ โดยหลักการแล้วต้องรอมติที่ประชุมจากผู้ริเริ่มก่อตั้งทั้งหมดก่อนว่าจะเห็นเป็นอย่างไร เชื่อว่าการพิจารณาคัดเลือกหัวหน้าพรรคน่าจะมีชื่อตนรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุมพรรคว่าจะมีมติอย่างไร หรือเห็นว่าบุคคลใดมีความเหมาะสม เชื่อว่าการประชุมพรรคจะเริ่มได้ต่อเมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐ– ธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่มีผลใช้บังคับแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นช่วงประมาณเดือน พ.ค.2560

หยัน “ไพบูลย์” บ่มิไก๊ตั้งพรรคเหลว

นายสมพงษ์ สระกวี สปท.ด้านการเมือง กล่าวถึงเเนวคิดการเซ็ตซีโร่ ล้างไพ่พรรคการเมืองว่าเป็นเพียงบทวิเคราะห์ของเเต่ละฝ่ายที่คิดไปเอง ตนมองว่าการเซ็ตซีโร่ให้พรรคการเมืองเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ไม่จำเป็น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะตั้งพรรคเอง เชื่อว่าความนิยมคงมีต่อเนื่อง คงไม่จำเป็นต้องใช้นอมินีหน่อมเเน้ม อย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สิ่งที่นายกฯพูดก็ถูก ที่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ดังนั้นการมาตีปลาหน้าไซ อ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์คือการฉวยโอกาส คิดเเบบนั้นง่ายเกินไป

“การจะตั้งพรรค จะต้องมีอุดมการณ์ ไม่ใช่ใช้คนที่มีเเต่ภาพความขัดแย้ง ทะเลาะกับวัดพระธรรมกายไปวันๆ แบบนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะตั้งพรรคจริงๆ ผมว่าผู้นำพรรคต้องเป็นผู้มีบารมี ในกองทัพ มีความน่านับถือมากกว่านี้ ไม่น่าจะใช้งานคนอย่างนายไพบูลย์ มาเป็นชะนีห้อยโหนเกาะกระแสนายกฯอย่างน่าละอาย ขอฟันธงทำนายล่วงหน้า การตั้งพรรคของนายไพบูลย์จะล้มเหลว พ่ายแพ้อย่างน่าอายแน่นอน” นายสมพงษ์กล่าว

“อ๋อย” ชี้เซ็ตซีโร่หรือไม่ค่าเท่ากัน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองผ่านการยุบและจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ หรือเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองว่า คงต้องแล้วแต่ กรธ.หรือผู้ที่มีอำนาจ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่ากันไป ตนในฐานะที่เป็นนักการเมืองไม่มีความเห็น เวลานี้คงคาดการณ์อะไรได้ยาก แต่ก็ต้องพร้อมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างการเซ็ตซีโร่และการไม่เซ็ตซีโร่ ส่วนการจัดทำกฎหมายลูกการเลือกตั้งจะติดตามดูความคืบหน้าอยู่ห่างๆ ไม่ใช่เรื่องที่นักการเมืองจะบอกว่ายินดี หรือไม่ยินดีไปให้ความเห็นหากเชิญมา แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว อยากให้เป็นเรื่องของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ หรือผู้ที่สนใจการเมือง ช่วยให้ความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ บางพรรคอาจจะสนใจก็ได้แต่โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของผู้ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองจะช่วยกันดีกว่า

รัฐสานต่อโครงสร้างพื้นฐานรูปธรรม

เมื่อเวลา 20.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้แก่คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ตอนหนึ่งว่าการดำรงความเป็นชาติไทยและมีขีดความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมอารยประเทศ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานของชาติ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการ ให้เป็นไปตามครรลองที่เหมาะสม เห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยส่วนรวม ไม่มีผลประโยชน์ ทับซ้อน แอบแฝง เช่น ผลักดันโครงการทางหลวงพิเศษ หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ที่ค้างคามากว่า 20 ปี หรือรถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า “ฉลองรัชธรรม” ความหมายว่า เฉลิมฉลองพระราชาที่ปกครองโดยธรรม และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ พระราชดำเนิน ทรงเปิดการเดินรถฯ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา

ชื่นชมประชามติจากพลังบริสุทธิ์

นายกฯกล่าวว่า สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากเรียกว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่ให้การยอมรับ ทั้งรัฐธรรรมนูญและประเด็นคำถามพ่วง มีประชาชนออกมาแสดงพลัง บริสุทธิ์ด้วยการไปใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ เกือบร้อยละ 60 ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ตนเห็นว่าความรักชาติและความสามัคคีของคนในชาติ ได้กลับคืนสู่สังคมไทยแล้วอย่างค่อยเป็นค่อยไป นับเป็นความตื่นตัวทางการเมืองของเจ้าของอำนาจอย่างน่าชื่นชม นอกจากนี้ เสียงบริสุทธิ์ที่ปราศจากการชี้นำหรืออิทธิพลจากทางการเมือง ย่อมสะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า จึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของประชาชน ร่วมมือกันเดินหน้าประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนน้อยก็ยังมีคุณค่าที่ต้องรับฟัง เพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข

นายกฯย้ำอีกเลือกตั้งปลายปี 60

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ทิศทางพัฒนา ประเทศ บริหารประเทศนับจากนี้จะเป็นไปตามโรดแม็ปที่ คสช.กำหนดไว้ โดย 3 เดือนจากนี้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญฯ ให้สอดคล้องกับประเด็นคำถามพ่วง และความเห็นชอบจากประชาชน จากนั้นจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนที่ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงพิจารณาและลงพระปรมาภิไธยต่อไป โดยจะมีวันสำคัญที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ชาติไทยอีก 2 วัน คือ วันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ ประมาณเดือน พ.ย.59 และวันเลือกตั้งทั่วไปช่วงปลายปี 60 ตนขอให้เราทุกคน ได้ลบเลือนอดีตที่เจ็บปวดและล้มเหลวออกจากใจ และเก็บไว้เป็นบทเรียนย้ำเตือนใจก้าวไปสู่อนาคตที่เริ่มชัดเจน สัมผัสได้ที่รอเราอยู่ ส่วนจะไขว่คว้าโอกาสเหล่านั้นจะได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความสามัคคีของคนในชาติ

แนะช็อปโอทอปเป็นของขวัญวันแม่

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า เนื่องจากเป็นวันแม่แห่งชาติ ขอให้ทุกครอบครัวคนไทยได้แสวงหาความสุขพร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หากต้องการของขวัญวันแม่สักชิ้นขอแนะนำซื้อหาสินค้าโอทอปประชารัฐ โดยชาว กทม.หาซื้อได้ที่งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ประชารัฐ ก้าวไกล ด้วยพระบารมี” ณ เมืองทองธานี ส่วนผู้ที่เดินทางไปต่างจังหวัด ก็แวะซื้อได้ที่ร้านค้าประชารัฐสุขใจ ในปั๊ม ปตท. หรือร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โครงการนี้เป็นโครงการ “ช็อปช่วยชุมชน” ของรัฐบาลด้วย นอกจากจะเป็นการสนับสนุนสินค้าไทยและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านแล้ว ยังสามารถนำใบเสร็จมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีกด้วย

โผทหารลงตัว “บิ๊กช้าง” ปลัด กห.

สำหรับความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปีนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันแล้วว่ารายชื่อทั้งหมดส่งมาถึงมือแล้วเรียบร้อย โดยทุกอย่างมีความลงตัว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯก่อนวันที่ 15 ก.ย.นี้ ในส่วนของกระทรวงกลาโหม “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม จะขยับขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมคนต่อไป ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย “บิ๊กปุย” พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เสนาธิการทหาร ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ รองเสนาธิการทหาร เป็นเสนาธิการทหาร

“บิ๊กแกละ” ผงาด ผบ.ทบ.ตามคาด

กองทัพบกตำแหน่งที่ถูกจับตามองที่สุดคือ ผบ.ทบ.คนใหม่ ที่มีคู่ชิงแคนดิเดต 2 คน ได้แก่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก แต่คาดว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่ คือ “บิ๊กแกละ” พล.อ.พิสิทธิ์ เพราะเคยทำงานร่วมกับ พล.อ.ประวิตร ในช่วงที่เข้ารับราชการทหารใหม่ๆ และได้รับความไว้วางใจที่สุด อีกทั้งเพื่อมาเป็นหลักประกันความมั่นคง และความมั่นใจให้รัฐบาลและ คสช. ทั้งนี้ได้โยก “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย ที่เติบโตมาในสายรบพิเศษ ข้ามไปนั่งเก้าอี้ รอง ผบ.ทหารสูงสุด เพื่อเปิดทางให้ “บิ๊กเข้” พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 เข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ. และรอขยับขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไปหลังจาก พล.อ.พิสิทธิ์เกษียณในปีหน้า

“บิ๊กตู่เล็ก” ขยับเป็นแม่ทัพภาค 1

นอกจากนี้ ตำแหน่งรอง ผบ.ทบ. คาดว่าเป็นของ พล.อ.สิงหศักดิ์ อุทัยมงคล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ส่วน “บิ๊กอ้อม” พล.ท.วีรชัย อินทุโศภน ผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน น้องรัก “บิ๊กป้อม” ได้เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. สำหรับตำแหน่งเสนาธิการกองทัพบกเป็นของ “บิ๊กต้อ” พล.ท.สสิน ทองภักดี รองเสนาธิการทหารบก ขณะที่ “บิ๊กตู่” พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองแม่ทัพภาคที่ 1 น้องรัก พล.อ.ประวิตรอีกคนได้ขยับเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ทำให้ “บิ๊กแดง” พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ต้องผิดหวังจากเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ในครั้งนี้
สำหรับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 มีแคนดิเดต 3 คน ได้แก่ พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ชินวัฒน์ แม้นเดช รองแม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ท.เรืองศักดิ์ สุวรรณนาคะ แม่ทัพน้อยที่ 4 ทั้งนี้ คาดว่า พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว จะได้ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4

“บิ๊กจอม” ผงาดคุมทัพฟ้า

ในส่วนของกองทัพอากาศมีแคนดิเดต ผบ.ทอ. 3 คน คือ พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ และ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง เสนาธิการทหารอากาศ ที่คาดว่าจะได้เป็น ผบ.ทอ.คนต่อไป ส่วน พล.อ.อ.สุทธิพันธ์จะข้ามฟากไปเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด และ พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ยังคงอยู่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมเหมือนเดิมเพื่อรอเกษียณปีหน้า โดยมี พล.อ.อ.สุทธิพงษ์ อินทรียงค์ ผบ.กรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ เป็นรอง ผบ.ทอ. พล.อ.ท.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทอ.

ขณะที่กองทัพเรือจะมีเกษียณอายุราชการ 2 ตำแหน่ง คือตำแหน่งรอง ผบ.ทร. และตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ คาดว่า พล.ร.ท.พลเดช เจริญพูล รองเสนาธิการทหารเรือ ได้เป็นรอง ผบ.ทร. พล.ร.ท.พูลศักดิ์ อุบลเทพชัย รองเสนาธิการทหารเรือ ได้เป็นเสนาธิการทหารเรือ อีกทั้งจะขยับ พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.กองเรือยุทธการ ไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม แทน พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ พล.ร.อ.ไกรวุธ วัฒนธรรม ผู้ช่วย ผบ.ทร. ไปเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ มาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทร. พล.ร.ท.สุชีพ หวังไมตรี รองเสนาธิการทหารเรือมาเป็น ผบ.กองเรือยุทธการ

สปท.เล็งชงข้อเสนอใส่ ก.ม.ลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ใครทำผิดโทษจำคุกสูงปรี๊ด 10 ปี ไม่รออาญา ส่วนโทษปรับหนักข้อสูงถึง 20 ล้าน แนะตั้งรางวัลนำจับแก่ผู้ชี้เบาะแส ไม่พอเสนอให้ ส.ส.ห้ามบริจาคเงินช่วยงานแต่ง งานบวช งานศพ 13 ส.ค. 2559 03:19 ไทยรัฐ