วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อาฟเตอร์ช็อกประชามติ

อาฟเตอร์ช็อกประชามติ

  • Share:

บึม! เขย่าขวัญป่วนเมืองกันหลายจุด

เหตุการณ์ลอบวางระเบิดย่านใจกลางเมืองท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ไล่เลี่ยตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 11 ส.ค. ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่ 12 ส.ค.

พุ่งเป้าแหล่งท่องเที่ยวดัง ทั้งที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เจอเหตุระเบิด 3 ครั้งต่อเนื่องที่บริเวณหอนาฬิกา 1 จุด และบริเวณโรงเรียนเทศบาลหัวหิน 2 จุด

ขณะที่ จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเหตุระเบิดกลางเมืองที่หน้าสถานีตำรวจน้ำ ในจังหวะสิ้นเสียงเพลงชาติเวลา 08.00 น. ส่วนที่ จ.พังงา เกิดเหตุ 2 จุดที่บริเวณทางเข้าตลาดนัดบ้านบางเนียง

และ จ.ภูเก็ต ระเบิด 2 จุด บริเวณลานโลมา หาดป่าตอง และป้อมยามบางลา หน้าหาดป่าตอง รวมถึงก่อนหน้านี้ที่ จ.ตรัง จุดตลาดนัดเซ็นเตอร์พอยท์

ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

รวมถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้หลายจุดที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน ตามตลาด ร้านค้าขนาดใหญ่ และห้างสรรพสินค้าใน จ.กระบี่ พังงา ตรัง สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช

คร่าความสุขของคนไทยในช่วงกำลังเฉลิมฉลองวันสำคัญ และเจาะจงทำลายภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้อันดับต้นๆของประเทศไทย

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักเกาะติดเหตุการณ์ระเบิดป่วนประเทศไทย รายงานข่าวกันอย่างเอิกเกริก เป็นข่าวดังไปทั่วโลก

หลายประเทศต้องประกาศเตือนคนของตัวเองให้เลี่ยงการเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภาคใต้

คสช.ถูกกระตุกหนวดเสือ อาศัยช่วงที่กำลังการ์ดตก ผ่อนคลายโทนดุดัน หลังเพิ่งผ่านการหย่อนบัตรประชามติร่างรัฐธรรมนูญไปหมาดๆ ลอบก่อเหตุร้ายพร้อมกันหลายจุด

ร้อนถึง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่เพิ่งเบิร์ธเดย์ครบรอบ 71 ปี ไปหมาดๆ ต้องเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงโดยด่วน

ระดม ผบ.ทุกเหล่าทัพ หน่วยข่าว และกระทรวงมหาดไทย ประเมินสถานการณ์และสรุปหาสาเหตุความเชื่อมโยงในเหตุการณ์โจมตีเมืองท่องเที่ยวทางภาคใต้

โดยเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการเดียวกัน ที่ไม่ต้องการให้เกิดความสงบขึ้นในประเทศ แต่ไม่ใช่สาเหตุที่ลุกลามจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สอดรับไปทางเดียวกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ระบุว่า เป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายของผู้ไม่หวังดี เพื่อให้เกิดความสับสนอลหม่านในช่วงที่บ้านเมือง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกำลังดีขึ้น

ตรงตามประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงยืนยันเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การก่อการร้าย และไม่เชื่อมโยงเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่หวาดผวากัน

เป็นแค่การก่อวินาศกรรมเฉพาะพื้นที่ หรือเรื่องความขัดแย้งภายในประเทศเท่านั้น

รีบกระตุกขวัญประชาชนให้กลับคืนมา ไม่ให้ตื่นตระหนกมากกว่านี้

อย่างไรก็ตามแม้จะตั้งสมมติฐาน ประเมินแรงจูงใจการก่อเหตุไปต่างๆนานา ซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดถึงเหตุวินาศกรรมป่วนเมืองรอบนี้มาจากสาเหตุใด

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดเจนว่า หัวเชื้อความรุนแรงยังคงสะสมอยู่ สถานการณ์ยังคุกรุ่น ความขัดแย้งรุนแรงมีสิทธิปะทุได้ตลอดเวลา

แน่นอนที่สุด แรงจูงใจอันดับแรกตามสคริปต์ ที่ถูกลากโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุป่วนเมืองรอบนี้ หนีไม่พ้นประเด็นการเมือง

จากข้อสันนิษฐานที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องทางการเมืองที่เกี่ยวโยงกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่รับร่างรัฐธรรมนูญ

สะท้อนรูปการณ์ไม่ยอมรับผลการทำประชามติตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วงก่อนหน้านี้

ได้เวลาขั้วอำนาจพิเศษกระชับกระบองยักษ์แน่น ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองหายใจได้คล่องขึ้น ภายหลังร่างกติกาประเทศฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน

อาฟเตอร์ช็อกประชามติออกฤทธิ์ เขย่าโปรแกรมเลือกตั้งปลายปี 2560 หรือไม่

เพราะ “บิ๊กตู่” ย้ำอยู่เสมอ ถ้าประเทศไม่สงบ ก็อดเลือกตั้ง.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้