วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ทองคำ” ค้ำเศรษฐกิจไทย คาดยอดส่งออกปีนี้ทำสถิติแตะ 3 แสนล้าน

ผู้ค้าทองชี้ถึงคราวทองคำอุ้มเศรษฐกิจไทย หลังราคาทองตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ชาวบ้านแห่ขายร้านทองระบายออกต่างประเทศ คาดปีนี้ส่งออกทองคำแตะ 3 แสนล้านบาท พุ่งเป็นอันดับ 2 รองจากรถยนต์ บรรดาเศรษฐีเพื่อนบ้านแห่ลงทุนออนไลน์ซื้อทองตุนเก็บไว้ขายออกช่วงราคาแพง ด้านผู้ประกอบการทอง–เพชรแห่จัดโปรโมชั่นช่วงเศรษฐกิจซบ หวังกระตุ้นยอดขายในประเทศ

นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการร้านทองได้ตั้งเป้าส่งออกทองคำปีนี้ 300,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 180,000-190,000 ล้านบาท และส่งผลให้ทองคำและเครื่องประดับเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากสินค้าประเภทรถยนต์ หลังจากที่ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากสถานการณ์ทยอยเก็บทองของกองทุนทองคำ และผลการลงประชามติให้อังกฤษออกจากสมาชิกยุโรป หรือเบร็กซิท โดยกลุ่มที่นำทองมาขายกับร้านทองไทย ได้แก่ เศรษฐี,นักลงทุนและชาวบ้านทั่วไปในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนามและไทย)

ทั้งนี้ ในปี 2559 ทองคำเป็นหนึ่งธุรกิจที่ช่วยอุ้มเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างโดดเด่น ทำให้การส่งออกในภาพรวมของไทยตัวเลขการขยายตัวไม่ติดลบมากเกินไปและยังสร้างรายได้แก่นักลงทุนและประชาชนที่ซื้อทองเก็บไว้ช่วง 1-2 ปีเพราะตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันสามารถสร้างผลตอบแทน 20% แล้ว

“ยอมรับว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านทองของไทยได้แนะนำนักลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านด้วยการลงทุนออนไลน์ทองคำ ทำให้บรรดาเศรษฐีเพื่อนบ้านชอบซื้อทองแท่งเก็บไว้จำนวนมากในช่วงปีก่อนๆ เนื่องจากราคาค่อนข้างถูก และการเก็บทองได้ผลตอบแทนดี เพราะหากเก็บไว้ในรูปแบบเงินอาจทำให้อ่อนค่าลงได้ เมื่อราคาทองปรับเพิ่มขึ้นทำให้มีการนำทองมาขายคืน และร้านทองไทยก็ได้ทำการส่งออกทองออกไปทันที ซึ่งเศรษฐีในประเทศเพื่อนบ้านบางรายขนทองนับ 100 แท่งมาขายในช่วงที่ราคาสูง ส่งผลให้ในปีนี้ไทยส่งออกไปแล้วกว่า 200,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% และสิ้นปีไม่น่าจะต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท ถือว่าในปีนี้ทองคำเป็นสินค้าที่ช่วยอุ้มเศรษฐกิจไทยและการส่งออกไทยไว้”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความต้องการทองคำในประเทศเพื่อนบ้านของไทยอยู่ในระดับสูงทั้งในบริเวณชายแดนและหัวเมืองต่างๆ แต่ร้านทองไทยคงไม่กล้าที่จะออกไปเปิดร้าน เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น วิธีการขยายตลาดก็จะเน้นการลงทุนแบบออนไลน์หรือขายผ่านร้านทองในประเทศเพื่อนบ้าน และบางแห่งอาจมาเป็นลูกค้าของร้านทองในไทย

นายกฤชรัตน์กล่าวว่า สถานการณ์ราคาทองคำนั้นคาดว่าในปลายปีนี้ราคาทองมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นไปอีกในระดับ 1,400 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ หรือประมาณบาทละ 23,500 บาท และปีหน้าอาจปรับราคาไปอยู่ในระดับ 1,500 ดอลลาร์หรือบาทละ 25,000 บาท
ด้าน น.ส.อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ประกอบการร้านเพชรต่างมีการจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นยอดขายหรือดึงดูดลูกค้า ซึ่งในส่วนของบริษัทก็จะมีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งการจับมือกับห้างสรรพสินค้าผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือนตามเทศกาลต่างๆ

ทั้งนี้ คาดว่าในครึ่งหลังของปียอดขายเครื่องประดับเพชรจะดีกว่าครึ่งแรกของปี เนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้นและผลของการจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะช่วงปลายปีหรือเทศกาลปีใหม่ก็จะมีลูกค้าจำนวนมากต่างเข้ามาซื้อสินค้าเพื่อมอบให้แก่คนสำคัญ

“ในช่วงครึ่งแรกของปียอดขายของบริษัทลดลงแต่จะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะมีการบริหารจัดการเรื่องต้นทุนโดยเฉพาะการเจรจากับคู่ค้าในต่างประเทศเกี่ยวกับด้านวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนต่ำสุดแต่คุณภาพเท่าเดิม”

นายพิชญา พิสุทธิกุล เลขาธิการสมาคมค้าทองคำกล่าวว่า สถานการณ์การจำหน่ายทองคำของร้านทองขณะนี้ยังอยูในภาวะชะลอตัวเพราะประชาชนโดยเฉพาะภาคเกษตรกรต้องเก็บเงินไว้เพื่อเตรียมพร้อมในการทำไร่ทำนา ขณะที่ผู้บริโภคในภาพรวมก็ยังอยู่ในภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงมากแต่บรรยากาศซื้อขายอาจกลับมาคึกคักในช่วงปลายปี เนื่องจากประชาชนต้องการซื้อทองเป็นของขวัญให้บุคคลที่สำคัญช่วงเทศกาล

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาร้านทองต่างมีการจัดกิจกรรมและทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย เช่น การลดค่ากำเหน็จ 50-100 บาท หรือดอกเบี้ย 0% ในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งก็ได้ผลดีในระดับหนึ่ง

“เห็นได้จากเทศกาลวันแม่ก็จะมีการผลิตทองลายพิเศษน้ำหนัก 2 สลึง, 1 บาทและ 2 บาทในลวดลายต่างๆ เช่น แม่อุ้มลูก,ดอกมะลิ และจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าค่ากำเหน็จ เป็นต้น หรือแม้ว่าในช่วงปีใหม่ เทศกาลตรุษจีนแต่ละรายก็จะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำในตลาดโลกเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ตลาดลอนดอนอยู่ที่ออนซ์ละ 1,347.70 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดนิวยอร์กอยู่ที่ 1,346.50 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ราคาทองในประเทศไทย ทองคำแท่งร้านทองรับซื้อบาทละ 22,100 บาท ขายออกบาทละ 22,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,709.12 บาท ขายออกบาทละ 22,700 บาท.

ผู้ค้าทองชี้ถึงคราวทองคำอุ้มเศรษฐกิจไทย หลังราคาทองตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ชาวบ้านแห่ขายร้านทองระบายออกต่างประเทศ คาดปีนี้ส่งออกทองคำแตะ 3 แสนล้านบาท พุ่งเป็นอันดับ 2 รองจากรถยนต์ 13 ส.ค. 2559 00:06 ไทยรัฐ