วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแก๊งผัวเมียยกตู้ ATM เมืองสุพรรณฯ อ้างหาเงินจ่ายงวดรถ-หนี้นอกระบบ

จับแก๊งผัวเมีย 2 คู่ รวม 4 คน ยกตู้เอทีเอ็มแบงก์กรุงไทย ฉกเงินหายกว่า 4 ล้าน หน้าร้านของฝากชื่อดังสุพรรณฯ อ้างใช้หนี้นอกระบบ จ่ายค่างวดรถ แถมยังเหลือเงินสดอีก 2 ล้าน ถูกจับก่อนใช้หมด

สืบเนื่องจากกรณีแก๊งคนร้ายบุกโจรกรรมตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงไทย หน้าร้านสาลี่แม่บ๊วย ร้านขายของฝากชื่อดังของจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 279 หมู่ที่ 5 ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยใช้เวลาปฏิบัติการเพียงไม่ถึง 30 นาที ยกตู้เอทีเอ็มพร้อมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดขึ้นรถกระบะหนีลอยนวล เหลือเพียงกรอบตู้ไว้ให้ดูต่างหน้า สามารถโจรกรรมเงินภายในตู้ไปได้กว่า 4 ล้านบาท

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ส.ค. 59 พล.ต.ต.ภัสรวินทร์ พงศ์ภิภัทรภาคิน ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมชุดสืบสวนจากตำรวจภูธรภาค 7 ภาค 1 และกองปราบปราม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่โจรกรรมตู้เอทีเอ็ม จำนวน 4 คนประกอบด้วย นายธรรมนูญ มูสิกรังศรี อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง นายชัยสิทธิ์ บุญมี อายุ 33 ปี น.ส.บุศรา เส็งลา อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายธรรมนูญ และ น.ส.อาทิตยา จันทคัด อายุ 29 ปี ภรรรยาของนายชัยสิทธิ์

ทั้งนี้สามารถทั้งยึดของกลางเป็นเงินสดที่เหลือจากการโจรกรรมจำนวน 2,683,950 บาท รถกระบะแค็บ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บร-1055 สระบุรี คันใช้ก่อเหตุ รถยนต์กระบะแค็บ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา-ดำ ทะเบียน บธ-8342 กาฬสินธุ์ สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทหนึ่งเส้น หนัก 2 บาท สองเส้น แหวนทอง 2 สลึงอีก 2 วง โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ต.ภัสรวินทร์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ทีมสืบสวนที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังกันออกหาติดตาม รวมถึงตรวจเช็กจากกล้องซีซีทีวี จนทราบรถคันที่ใช้ก่อเหตุคืออีซูซุ ทะเบียน บร-1055 สระบุรี ซึ่งเป็นของหนึ่งในคนร้าย คือนายธรรมนูญ ทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งของอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในเขต จ.ปทุมธานี ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวจอดอยู่ในโรงงาน แต่เจ้าหน้าที่บริษัทบอกว่านายธรรมนูญ ขับรถไปส่งสินค้าที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 8 ส.ค.แล้ว

ทั้งนี้ทางทีมสืบสวนเกรงว่าคนร้ายจะหลบหนีออกนอกประเทศ จึงได้ส่งทีมสืบสวนชุดสืบสวนภาค 7 เดินทางขึ้นเหนือตามไป เมื่อถึง จ.ลำปาง ทีมสืบสวนได้รับแจ้งว่าคนร้ายกำลังขับรถล่องลงมาจะกลับกรุงเทพฯ จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.งาว จ.ลำปาง ตั้งด่านสกัดจับได้โดยละม่อม

นายธรรมนูญ ให้การรับสารภาพว่า ตนและภรรยาโดนพักงานมาประมาณ 3 เดือนแล้ว เพิ่งได้กลับเข้ามาทำงาน ช่วงที่หยุดงานไปจึงทำให้มีปัญหาเรื่องเงิน ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาต้องการเงินประมาณ 2 แสนบาท เพื่อนำไปใช้หนี้ผ่อนรถ ให้ค่าเช่าบ้าน และหนี้นอกระบบ ที่ไปหยิบยืมมาสมัยโดนพักงาน ต่อมานายชัยสิทธิ์ เพื่อนร่วมงานได้มาบ่นกับตัวเองว่ามีปัญหาเรื่องเงินเหมือนกัน จึงได้ปรึกษาและชักชวนกันโจรกรรมตู้เอทีเอ็ม

ส่วนที่เลือกตู้เอทีเอ็มนี้ เนื่องจากว่าเคยขับรถผ่านมาแล้วเห็นปลอดคนดี โดยเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา เคยมาจะโจรกรรมครั้งหนึ่งแล้วแต่วันนั้นมีรถผ่านไปมาเยอะ จึงไม่ได้ลงมือ จนกระทั่งคืนวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาจึงได้โจรกรรมอีกครั้ง แต่คราวนี้ทั้งสองได้นำภรรยามาช่วยโจรกรรมด้วย ซึ่งหลังจากยกตู้ไปแล้วก็ได้นำตู้เอทีเอ็มไปบริเวณที่ทิ้งตู้เอทีเอ็มที่ตำรวจไปพบ หลังจากนั้นตนก็กลับไปที่บ้านไปพักผ่อน พอรุ่งขึ้นอีกวันก็ไปเข้าทำงานขับรถไปส่งของที่ภาคเหนือจนมาถูกจับได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.สุพรรณบุรี ขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส.บุศรา ภรรยาของนายธรรมนูญ หัวหน้าแก๊งได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในเขตเมือง จ.ปทุมธานี และติดตามจับกุมนายชัยสิทธิ์ พร้อมภรรยาคือ น.ส.อาทิตยา ได้ที่บ้านใน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นและยึดทรัพย์สินของกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชะแลงงัดตู้เอทีเอ็ม ตลาดบางปลาม้า ได้เงินสดกว่า 4 ล้าน คาดมืออาชีพ

กวาดเกลี้ยง 4.2 ล.! เจอตู้เอทีเอ็มลักจากบางปลาม้า ทิ้งเชียงรากน้อย

จับแก๊งผัวเมีย 2 คู่ รวม 4 คน ยกตู้เอทีเอ็มแบงก์กรุงไทย ฉกเงินหายกว่า 4 ล้าน หน้าร้านของฝากชื่อดังสุพรรณฯ อ้างใช้หนี้นอกระบบ จ่ายค่างวดรถ แถมยังเหลือเงินสดอีก 2 ล้าน ถูกจับก่อนใช้หมด 12 ส.ค. 2559 19:49 12 ส.ค. 2559 20:37 ไทยรัฐ