วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บรรหาร ศิลปอาชา มังกรสุพรรณฯคืนฟ้า

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2559 เวลา 10.00 น. บำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานในการออกเมรุ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย...พระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร

“มังกรเติ้งเสี่ยวหาร” ...วันนี้...ได้คืนกลับสู่ฟากฟ้าอันกว้างใหญ่ ปิดฉาก “มังกรสุพรรณฯ” ด้วยวัย 83 ปี 8 เดือน แต่ก็ได้ทิ้งตำนานหลากหลายฉากเอาไว้ให้จดจำ

การถือกำเนิดของ “มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิการสังคมไทย” เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์เสี้ยวหนึ่งในนั้น ด้วยจัดตั้งขึ้นตามดำริของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา ในโอกาสที่ท่านพร้อมด้วยภรรยา คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา และลูกสาวกัญจนา ศิลปอาชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรีในขณะนั้น

ออกไปตรวจเยี่ยมหน่วยงานกรมประชาสงเคราะห์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2539...ได้สัมผัสสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กในสถานสงเคราะห์ที่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานยังต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ต้องแบกรับภาระอันหนักกว่าปกติ

นับรวมไปถึงอยู่ในสภาพบรรยากาศที่สกปรก จำเจ...เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคร้ายแรง เช่น เอดส์ วัณโรค โรคเรื้อน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จึงมีดำริให้กรมประชาสงเคราะห์ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิขึ้น

เพื่อนำดอกผลมาใช้ในการช่วยเหลือ ส่งเสริมสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

นายกฯบรรหารมอบทุนประเดิมในการจัดตั้ง 1,050,000 บาท และได้เงินจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบอีก 1,516,703.50 บาท

“มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิการสังคมไทย”...จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2539 ได้รับประกาศเป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 309 ของประกาศกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 63) เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2539 เพื่อให้ผู้บริจาคเงินสามารถนำเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีเงินได้

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 ได้รับรองให้เป็นองค์การสาธารณประโยชน์ นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้รับเงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอีก 300 ล้านบาท รวมเป็นเงินทุนทั้งสิ้น 302,566,703.50 บาท

วัตถุประสงค์มูลนิธิที่ยิ่งใหญ่ เสมือนเป็นผู้ปิดทองหลังพระมาจนถึงวันนี้ เริ่มจากจัดจ้างเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์และหน่วยงานที่ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพ ฝึกอาชีพพัฒนาผู้ด้อยโอกาส...จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ที่จำเป็นในการดำเนินงานของสถานสงเคราะห์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนบุคคล...ครอบครัว...ชุมชนที่ด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งตนเองได้ สนับสนุนการดำเนินงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ องค์การเอกชน องค์กรประชาชน...ดำเนินการเพื่อแก้ไข ป้องกันปัญหาสังคม ตลอดจนพัฒนาผู้ด้อยโอกาส เพื่อสาธารณประโยชน์

นอกจากนี้ยังสามารถที่จะร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ได้ด้วยเช่นกัน ประเด็นสำคัญ...ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

ชายชื่อ “บรรหาร ศิลปอาชา” คนใกล้ตัวทำงานใกล้ชิดจะรู้ดีว่า...เป็นคนคิดมาก คิดรอบด้าน คิดแล้วคิดอีก ก่อนที่จะรับปากออกไป เพราะกลัวว่าถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปรับปากทำไม ดังนั้น...เมื่อรับปากแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องทำให้ได้... “รับปากเฉพาะแต่สิ่งที่ทำให้ได้เท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจจะไม่รับปาก”

เรื่องนี้อาจเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่คงเส้นคงวามาทั้งชีวิตก็ว่าได้ บทพิสูจน์ครั้งสำคัญในอดีตเมื่อครั้งที่ยืนยันว่าจะ “ปฏิรูปการเมือง” ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามมากเพียงใดก็พยายามผลักดันไปจนสุดทาง ให้ตกกันไปข้างหนึ่ง...ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

เมื่อครั้งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “เฟสปิกเกมส์” ช่วงปลายปี 2542 ประเด็นการฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคในฐานะเจ้าภาพให้ผ่านพ้นสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดีกับช่วงเวลาที่เหลือไม่มากนัก เป็นหนึ่งในตำนานต้องจารึกในประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทย แต่ก็เกี่ยวโยงกับอีกฉากสำคัญไปพร้อมๆกันตามที่ “มังกรเติ้ง” ตั้งหวัง

นั่นก็คือ การฉายภาพ “คนพิการ” ให้สังคมไทยได้รับรู้เป็นวงกว้าง...ไม่เฉพาะแต่ความสำเร็จของนักกีฬาคนพิการไทยเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนให้คนในสังคมได้มองคนพิการในอีกมิติใหม่...ไม่ได้มองด้วยความสงสาร สังเวช แต่มองด้วยความชื่นชมในความมีหัวใจ “นักสู้”...สู้กับชีวิต อุปสรรคทั้งทางกาย ทางใจ

ปิดฉากเฟสปิกเกมส์สวยหรูดูดีสไตล์ “ของดีราคาถูก” บรรหาร ศิลปอาชา...มังกรสุพรรณฯ ยังมีโอกาสได้เข้ามาคลุกคลีอยู่กับคนพิการอย่างต่อเนื่อง ด้วยรู้ดีว่ายังมีความขาดแคลน ความจำเป็นอีกมาก

สะท้อนได้จากประโยคที่พูดกับคนใกล้ตัวว่า “...ถ้าเป็นไปได้เรามีเงินสักก้อนหนึ่งเพื่อจัดตั้งเป็นมูลนิธิคอยดูแลคนพิการได้ก็น่าจะเป็นการดี...”

แง่มุมการทำงานสไตล์ บรรหาร... มังกรสุพรรณฯ อาจจะกล่าวได้แบบไม่เกินจริงได้ว่า “ความซับซ้อนของปัญหา”...ในสภาวะที่แม้จะขาดแคลนทรัพยากรอย่างหนัก อีกทั้งต้องเจอกับจำนวนคนที่มากมาย ต้องเข้าทำงานร่วมกัน...ทุกฟันเฟืองต้องประสานงานกันทั้งหมด

บรรยากาศเช่นนี้ เรียกว่า “งานใหญ่”...สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “ผู้นำ”

“การเอาจริงเอาจัง...การตั้งใจของผู้นำนั้นมีผลต่อจิตใจของผู้ร่วมงานทุกคน...เมื่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งแล้ว อุปสรรคแม้จะยิ่งใหญ่ปานใดก็สามารถจะทะลวงผ่านไปได้”

ตัดตอนมาจากหนังสือ “บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21”

...ผมมีอายุ 60 ปีแล้ว เป็นคนไทยเหมือนท่านนี่แหละ...รักชาติ รักแผ่นดิน ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผมไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า เวลาที่เหลือสำหรับชีวิตนั้น...มีค่าที่สุดที่จะสั่งสมคุณงามความดีให้วงศ์ตระกูลเหมือนท่านผู้รักเกียรติรักศักดิ์ศรีทั้งหลาย

ผมภูมิใจที่การลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้คะแนนนิยมสูงที่สุดของประเทศ...แม้กระทั่งอำนาจก็บันดาลไม่ได้ ชีวิตของผมนั้นผมย่อมรู้ว่าผมต่อสู้มาแค่ไหน เหน็ดเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะสร้างฐานะเป็นปึกแผ่นกับครอบครัวได้เช่นนี้ ความจริงผมอยู่เฉยๆ พักผ่อนสบายๆกับลูกหลานก็ย่อมทำได้

แต่มันไม่มีค่าอะไรทางสังคม ถ้าเราด้อยโอกาสก็ไปอย่าง แต่ผมมีโอกาส...มีสิ่งเอื้ออำนวยที่จะสร้างประโยชน์ในระดับชาติบ้านเมือง”

ชีวิตเดินมาถึงจุดนี้แล้ว ถ้าเป็นข้าราชการก็เกษียณแล้ว เวลาที่เหลือควรจะอยู่ในสังคม “อย่างไร้ค่า” หรือ “มีคุณค่า” ก่อนผืนที่ดินจะกลบหน้า

“มนุษย์ทุกคนไม่มีใครล่วงพ้นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก่อนที่จะถึงวันนั้น ถ้าการประกอบคุณงามความดีเป็นเนื้อนาบุญที่มี...กำไรสะสม ผมคนหนึ่งล่ะจะไม่ยอมติดลบเรื่องนี้

แต่การตั้งใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อรักษากฎระเบียบของกติกาประชาธิปไตยนั้นก็เป็นเรื่องที่ชี้ขาดไม่ได้ว่า...สิ่งที่ถูกต้องที่สุดทั้งหมดนั้นอยู่ตรงไหน และเป็นที่พอใจ...แก่ทุกฝ่ายแค่ไหน”

ในสังคมเรานั้น “ความถูกต้อง” หรือ “ความชอบธรรม” เป็นเรื่องที่ลงมติกันไม่ได้.

12 ส.ค. 2559 09:44 12 ส.ค. 2559 09:44 ไทยรัฐ