วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สูตรประชาธิปไตยครึ่งใบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ยอมตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่าจะยอมรับ เชิญเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่? หลังการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีบอกว่ายังไม่ตอบและไม่ตอบตรงนี้ และเตือนว่าอย่าเพิ่งเปิด ประเด็นใหม่ และอย่ากลัวผีที่มองไม่เห็น แต่ขณะเดียวกัน ก็มีอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประกาศตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

ตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ “คนนอก” ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.และไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้ประชาชนรับรู้ก่อนการเลือกตั้ง อาจเป็นนายกรัฐมนตรีได้ในกรณีที่ ส.ส.ไม่อาจเลือกนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมรัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ให้ยกเว้น ไม่ต้องแต่งตั้งนายกฯจากบัญชีรายชื่อ

แต่เนื่องจากคำถามพ่วงผ่านประชามติ กติกาการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีจึงเปลี่ยนไป จากการใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งสภา คือเกิน 250 เสียง มาใช้เสียงข้างมากของรัฐสภา คือเกิน 375 เสียง เพราะต้องรวม ส.ว.แต่งตั้ง 250 คนเข้าไปด้วย ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำท่าจะสำคัญกว่าบทถาวร

ตามบทเฉพาะกาล “คนนอก” อาจได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ด้วยการสนับสนุนของ ส.ว. 250 เสียง รวมกับ ส.ส.จากบางพรรคอีกแค่ 126 เสียงขึ้นไป นายกรัฐมนตรีลักษณะนี้อาจจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่อาจไม่สามารถบริหารประเทศ เพราะอาจถูก ส.ส.ที่เหลืออยู่และเป็นฝ่ายค้านทั้งหมด เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจล้มในสภา

เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ ส.ว.ไม่มีสิทธิที่จะร่วมลงมติไม่ว่า จะไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบ-ประมาณรายจ่ายประจำปี หรือร่างกฎหมายที่เป็นนโยบายสำคัญ รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ ถ้า ส.ส.เสียงข้างมากไม่อนุมัติงบประมาณรายจ่าย

สูตรสำเร็จของการสืบทอดอำนาจ และตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบที่ประสบ ความสำเร็จ นอกจากจะให้มี ส.ว.จากแต่งตั้งทั้งสภาแล้ว ยังมีอำนาจเท่าเทียม ส.ส.ทั้งการ ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญๆ ร่วมกับส.ส. ไม่ใช่มีสิทธิร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว อาจเลือกได้แต่อยู่ไม่ได้

เพราะฉะนั้น ผู้ที่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้ ส.ว.แต่งตั้งเป็นฐานอำนาจจะต้องเดินตามสูตรเดิมๆจนสุดซอย มิฉะนั้นก็อาจจะต้องจับมือกับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลจึงจะไปรอด หรือมิฉะนั้นก็จะต้องแก้ไข ธรรมนูญ เพิ่มอำนาจดังที่กล่าวมาแล้วให้ ส.ว. แต่เสี่ยงต่อความขัดแย้งและวุ่นวายทาง การเมือง.

12 ส.ค. 2559 09:30 ไทยรัฐ