วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจไทยพร้อมพุ่งทะยาน “สมคิด” ชู “โปเกมอนโมเดล” ขับเคลื่อนประเทศ

“สมคิด” ชี้เศรษฐกิจไทยจะทะยานไปข้างหน้า หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เดินหน้าใช้เวลาที่เหลือสานต่อเพิ่มรายได้เกษตรกร สร้างการบริโภค ขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐ ดัน รถไฟฟ้าทุกสายเข้า ครม.ภายในปีนี้ ยอมรับบริหารประเทศช่วงที่ผ่านมาไม่ง่าย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย อีกยาวไกล หรือใกล้แค่เอื้อม?” ในงานสัมมนา “เจ้าสัว Gen X เปิดมุมคิด พิชิตเศรษฐกิจปี 59” ว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ชัดเจนขึ้นทุกวันว่า เศรษฐกิจของไทยจะเดินไปข้างหน้าได้ และเชื่อว่าหากประเทศไทยมุ่งมั่นในการปฏิรูป ไม่มัวบ้าจี้ว่า จีดีพีจะเติบโตขึ้นเท่าไหร่ หรือจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรออกมาบ้าง หากร่วมกันปฏิรูปประเทศ เช่น ลดความเหลื่อมล้ำ ที่มีนโยบายหลาย ด้านออกไปแล้ว หรืองานด้านอื่นๆ ที่รัฐบาลออกนโยบายไปในช่วง 10 เดือนที่ได้เข้ามารับตำแหน่งซึ่งมีจำนวนมาก ถ้าช่วยกันผลักดันการปฏิรูป เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะทะยานไปข้างหน้าได้ หรือ Thailand is rising ซึ่งมีโอกาสสูงมาก แต่ต้องเดินไปเรื่อยๆ
อย่าหยุด

“นอกจากจะพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ยังจะไปข้างหน้าได้ดี สถาบันต่างประเทศคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีนี้จะเติบโต 3% ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดว่า จะขยายตัว 3.3% หน้าที่ของทีมผมก็คือ Beat The Market ตั้งเป้าไว้แบบนี้ ผมชอบเหมือนเล่นโปเกมอน ตีให้ทะลุไปเลย ไม่มีเสียกำลังใจ และไม่มี คำว่าตกใจ”

นายสมคิดกล่าวว่า หลังการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้คลายความไม่แน่นอนทาง การเมืองลง จากก่อนหน้านี้ที่คนมองไม่ออกว่าการเมืองไทยจะเดินไปอย่างไร จะออกหัวหรือก้อย หรือออกก้อยแล้วจะเดินไปอย่างไรยังไม่รู้เลย แต่หลังผลประชามติออกมา มองได้ไกลขึ้น เห็นอะไรว่าข้างหน้าพอไปได้ และช่วยให้เพดานที่เคยกดความเชื่อมั่นของคนไทยเองตลอดเวลาถูกเปิดออก ความดันพุ่งออกมา ได้คลี่คลาย เอกชนยิ้มหน้าบาน จากที่ก่อนหน้านี้คิดกันไปเองเยอะจนไม่เชื่อมั่น ทั้งกลัวว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่ดี การเมืองจะตีกันหรือไม่ จนมองไม่เห็นงานที่รัฐบาลทำอยู่ ซึ่งการเข้ามาทำงานในภาวะแบบนี้ไม่ง่าย ถ้าไม่เคยผ่านประสบการณ์เมื่อปี 2540 มาก่อน ไม่มีทางยืนต้านลมได้แบบนี้ เชื่อว่าจากนี้ไปดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจทุกตัวจะค่อยๆ ดีขึ้น และถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก จะค่อยๆเพิ่มแรงเหวี่ยง หรือโมเมนตัมทางเศรษฐกิจขึ้นมาให้ดีอย่างต่อเนื่อง

“เศรษฐกิจเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว อยู่ในช่วงกำลังทรุดต่ำ ชีพจรแผ่วลง การเมืองรุนแรงขึ้นทุกวัน เศรษฐกิจโลกก็ทำท่าไม่ดี ยังมาเจอกรณีอังกฤษออกจากอียูหรือเบรกซิทอีก คนไทยกลัวกันก่อนทุกอย่าง เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องของมนุษย์ที่ทำให้เกิดดีมานด์และซัพพลาย เป็นเรื่องจิตวิทยา ถ้าไม่มั่นใจในอนาคต การคิด ตัดสินใจในการบริโภคและลงทุนจะหยุดหมด หรือเลื่อนชะลอออกไป ยิ่งมาเจอเศรษฐกิจโลกไม่ดี สถาบันทั้งหลายลดเป้าการขยายตัวของจีดีพีของไทยลงทุก 2 เดือน รวมถึงไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ลดกันไปเรื่อยๆ ช่วงนั้นผมต้องปลุกใจไม่ให้หวาดผวา ให้เชื่อว่าจะต้องไปได้ เศรษฐกิจเป็นเรื่องจิตวิทยาของทั้งบุคคลและมวลชน ถ้าทำให้ทุกคนมั่นใจพลังในการบริโภคและการลงทุนจะเกิดขึ้น ข้าราชการเองก็จะทำงาน การเบิกจ่ายภาครัฐก็จะเดินหน้า จิตวิทยาของคนไทยเปราะบาง ถ้าผมหมดหวังและเปราะบางไปด้วย จะต้องกลับบ้านไปขายเต้าฮวยแน่นอน”

รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจกล่าวด้วยว่า ปีนี้เชื่อว่าสินค้าเกษตรจะดีขึ้น และรัฐบาลยังพอมีเวลาอีกช่วงหนึ่งที่จะดูแลเกษตรกรให้มีรายได้มากขึ้น สานต่องานที่ทำไว้ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้เข้าไปช่วยคนมีรายได้น้อยและยังมีกลไกช่วยเหลือเกษตรกรผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กลไกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ถ้าเกษตรกรจำนวน 20-30 ล้านคน ไม่มีรายได้ ธุรกิจก็ตาย รวมถึงการดูแลคนจนในเมืองด้วย ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี จะตามงานที่ออกนโยบายสนับสนุนไปแล้วให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้ โดยรวมนอกจากเชื่อว่าการบริโภคจะดีขึ้น ในส่วนของการลงทุน เมื่อเอกชนคลายความกังวล มาตรการจูงใจมีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เอกชนต้องลงทุน ซึ่งไม่ใช่แค่การลงทุนเพื่ออนาคตของตัวเอง แต่เป็นการลงทุนช่วยเหลือประเทศด้วย ในยามที่เศรษฐกิจมีปัญหา ต้องเข้าใจด้วยว่าอะไรคือหน้าที่ในการบริหาร อะไรคือหน้าที่ของพลเมืองดี ส่วนการลงทุนจากต่างประเทศเชื่อว่าจะดีขึ้นในอัตราเร่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆ งานที่ต้องเร่งให้จบในช่วงเวลาที่เหลือ อีก 1 ปี ที่จะทำให้เกิดการลงทุนมากที่สุดคือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ล่าสุดได้ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนปรับเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ใหม่ เพราะเงื่อนไขได้เปลี่ยนไปแล้ว ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐ เชื่อว่าโครงการต่างๆ จะเกิดขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าทุกโครงการ จะผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้.

“สมคิด” ชี้เศรษฐกิจไทยจะทะยานไปข้างหน้า หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เดินหน้าใช้เวลาที่เหลือสานต่อเพิ่มรายได้เกษตรกร สร้างการบริโภค ขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐ ดัน รถไฟฟ้าทุกสายเข้า ครม.ภายในปีนี้... 12 ส.ค. 2559 00:09 12 ส.ค. 2559 00:33 ไทยรัฐ