วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"แค่มองหน้าลูก แม่ก็รู้ว่าท้อไม่ได้" โบว์ แวนด้า เข้มแข็งในวันที่ไร้ ปอ

"แค่มองหน้าลูก แม่ก็รู้ว่าท้อไม่ได้" โบว์ แวนด้า เข้มแข็งในวันที่ไร้ ปอ

  • Share:

เพราะการจากไปของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้สร้างความเศร้าเสียใจให้กับแฟนๆ และครอบครัว สหวงษ์ ไม่น้อย โดยเฉพาะ โบว์ แวนด้า สหวงษ์ ผู้เป็นภรรยา ที่หัวใจเธอแหลกสลายไม่เหลือเรี่ยวแรง แต่ถึงแม้จะเสียใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้มากแค่ไหน ด้วยความเป็นแม่ ทำให้โบว์ แวนด้า ต้องรีบเข้มแข็งและลุกขึ้นทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวเพื่อลูกน้อยอย่างน้องมะลิ และน้องออโต้

เนื่องในวันแม่แห่งชาติ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอเปิดใจคุณแม่หัวใจแกร่งคนนี้ ถึงแม้ตัวเธอจะเล็กนิดเดียวแต่หัวใจเธอเข้มแข็งแกร่งกว่าใครเพื่อลูก โบว์ แวนด้า ดึงกำลังใจตัวเองให้กลับมาได้อย่างไรในวันที่ต้องสูญเสียสามีที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ

แม่โบว์ต้องเข้มแข็งเพื่อลูก?
“หลายๆ เรื่องที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต รวมไปถึงช่วงที่สภาพจิตใจอ่อนแอที่สุดก็คงเป็นช่วงที่พี่ปอป่วย และในทุกๆ วัน ที่เราจะต้องลุ้นกับอาการของพี่ปอ มันท้อ มันอ่อนแอ มันมีหลายครั้งที่เราพร้อมจะยอมแพ้ รับไม่ได้กับสิ่งที่มันเกิด แต่ในทุกๆ วันสิ่งหนึ่งที่โบว์ได้จากคนรอบข้างก็คือความจริงที่มันจะเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่เราทำได้ก็คือการยอมรับกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น และบอกกับตัวเองว่าต้องยอมรับและทำใจเพื่อที่จะก้าวต่อไปให้ได้

แก้วตาดวงใจของแม่โบว์

สิ่งที่มันเกิดขึ้นในช่วงที่พี่ปอป่วยมันก็ได้สร้างพลังความเข้มแข็งให้กับโบว์ โดยที่โบว์ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมวันนี้โบว์เข้มแข็งได้ขนาดนี้ เวลามองหน้ามะลิ มันมีแต่กำลังใจค่ะ และพลังที่มันตอบกลับมาได้ทันทีว่าแม่ท้อไม่ได้ แม่ยังมีคนที่รักแม่และแม่รักอยู่มาก และทุกครั้งที่มองพี่ปอ พี่ปอก็จะมีสายตาที่ส่งมาบอกเสมอว่าอย่าท้อนะ เค้าเป็นขนาดนี้เค้ายังไม่ท้อ แล้วโบว์ไม่เป็นอะไรเลย จะท้อได้อย่างไร เหมือนเค้าส่งพลังมา เค้าสู้เพื่อโบว์และมะลิอยู่ เพราะฉะนั้นเค้าก็เหมือนอยากฝากให้โบว์สู้แทนเค้าต่อไปและสู้เพื่อมะลิ มันก็เลยทำให้โบว์มีพลังและกำลังใจมากขึ้น ถึงแม้ว่าวันนี้พี่ปอจะไม่อยู่แล้ว แต่คนในครอบครัวพี่ปอก็ไม่ได้ทิ้งโบว์ไปไหน ทุกคนยังอยู่ด้วยกัน เป็นห่วงเป็นใยกัน ให้กำลังใจกันและกัน กำลังใจจากคนรอบข้าง มันทำให้โบว์รู้สึกว่าจะมานั่งโศกเศร้าเสียใจอยู่ไม่ได้ เราต้องเข้มแข็ง และตลอด 70 วันที่พี่ปออยู่ที่โรงพยาบาลมันก็ทำให้โบว์เข้มแข็งได้โดยไม่รู้ตัวค่ะ”

โบว์ต้องเข้มแข็งเพราะพี่ปอยังสู้ แล้วทำไมโบว์ที่ปกติจะไม่สู้ไปกับเค้า

มะลิก็ดูเข้มแข็งเพื่อแม่โบว์เช่นกัน?
“(ยิ้ม) มันอาจจะเป็นเพราะเค้ายังเป็นเด็กก็เลยยังไม่รู้เรื่องอะไรมาก เค้าซนตามประสาเด็ก เค้าเป็นเด็กไม่งอแง นิสัยเค้าเหมือนพี่ปอมากค่ะ มันเลยทำให้โบว์รู้สึกว่าจะต้องเข้มแข็งเพื่อลูกนะ ท้อแท้ อ่อนแอไม่ได้ เพราะยังมีลูก มีครอบครัวที่พี่ปอฝากไว้ให้โบว์ช่วยดูแล”

เวลาไปออกงานด้วยกัน บอกมะลิยังไงเพื่อให้เค้าให้ความร่วมมือ?
“ไม่ได้บอกอะไรเค้าเลยค่ะ เพราะมะลินิสัยแบบนี้อยู่แล้ว มันคือธรรมชาติของมะลิ โบว์ไม่ได้บอกอะไรเค้าเลยว่าหนูจะต้องทำอย่างนั้นนะ จะต้องทำอย่างนี้นะ แค่บอกเค้าว่าเราจะไปเที่ยวกันนะ เราจะไประบายสีกันนะ ไปทำอาหารกันนะ เมื่อถึงงานโบว์ก็ปล่อยให้เค้าเล่นเต็มที่ค่ะ ถ้าสังเกตเวลาพิธีกรเรียกเค้าก็จะรู้แล้วว่าจะต้องขึ้นเวที บางงานขึ้นเวทีก่อนโบว์อีกค่ะ (ยิ้ม) เค้ามีความสุขกับคนรอบข้าง มีความสุขกับกิจกรรมที่ได้ออกไปทำ มะลิเป็นเด็กไม่กลัวใครค่ะ สมัยก่อนตอนที่ยังไม่ได้รู้จักกับพี่จ๋า อยู่ที่หมู่บ้านมะลิก็จะเล่นกับพี่ๆ น้องๆ แถวบ้านค่ะ เพื่อนบ้านเยอะ พอมาถึงช่วงที่พี่ปอป่วย ก็ยังมีเพื่อนเล่นก็คือพี่จ๋า พี่ๆ นักข่าว มะลิก็จะไปเล่นกับเค้าทุกวัน มันเลยทำให้เค้าไม่กลัวคน สนุกที่จะไปเจอผู้คนเยอะแยะค่ะ”

มะลิชอบที่ได้เจอคนเยอะๆ มะลิไม่กลัวคนค่ะ
ออกงานกับแม่โบว์ งานที่ 2
มะลิเดินแบบกับแม่โบว์

เวลามะลิดื้อ แม่โบว์มีวิธีการรับมืออย่างไร?
“ถ้ามะลิซน โบว์จะเตือนเค้าก่อนว่าอันนี้ทำไม่ได้นะ แต่ถ้ายังทำอีกโบว์จะนิ่งและไม่มองหน้าเค้าค่ะ เวลาเค้าเรียกก็จะไม่มองหน้าเค้า ไม่สนใจเค้า พอเค้าเริ่มรู้ตัวว่าเราโกรธ เรียกแม่โบว์ๆ โบว์ก็ไม่สนใจ เค้าก็จะเข้ามาสะกิดแล้ว จนเค้าจะต้องยกมือไหว้ขอโทษ (ยิ้ม) นี่คือวิธีการสอนของโบว์ และที่สำคัญพี่ปอจะสอนเค้าให้รู้จักขอโทษเมื่อทำผิดค่ะ เค้าก็จะค่อยๆ เรียนรู้ว่าคำขอโทษคืออะไร เค้าก็จะรู้เมื่อเค้าทำผิด เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่พี่ปออยู่แล้ว แต่พี่ปอจะเป็นแบบดุลูกแล้วก็มานั่งเสียใจเอง (ยิ้ม) ว่าตัวเองดุลูกทำไม มะลิจะกลัวโบว์มากกว่าพี่ปอ (ยิ้ม) เพราะมะลิจะรู้แนวพ่อเค้า ถ้าโดนดุแล้ว สักพักพ่อจะเข้าไปโอ๋เค้าเอง เค้าก็จะเหมือนได้ใจ รอให้พ่อไปโอ๋ แต่สำหรับโบว์ โบว์ไม่โอ๋เลย โบว์ดุเลยค่ะ ถ้าเล่นซนหรือว่าก้าวร้าวเมื่อไหร่ เมื่อโบว์เตือนว่าอย่าทำนะ แต่ถ้ายังทำโบว์ก็จะตีมือเลย และถ้าได้ตีโบว์ตีหนักเลย ไม่ตีพร่ำเพรื่อ แต่เวลาตีลูกแล้วโบว์ร้องไห้เอง แต่มะลิไม่ร้องเลยค่ะ (หัวเราะ) มะลิต่อให้โดนตีหนักๆ ก็ไม่ร้องนะคะ จะแค่ซึมและก้มหน้าเท่านั้น ความแกร่งของมะลิน่าจะได้มาจากทั้งพี่ปอและโบว์ (ยิ้ม)”

ถ้ามะลิทำผิดโบว์ก็จะดุ แต่ถ้ายังทำอีก จะนิ่งใส่จนมะลิต้องมาขอโทษ
จุ๊บๆ กันหน่อย
แม่โบว์กับพี่ออโต้

แม่โบว์มีแนวทางเลี้ยงมะลิอย่างไร?
“แนวทางการเลี้ยงมะลิ โบว์คุยกับพี่ปอมาตั้งแต่แรกแล้วว่า เลี้ยงลูกอย่างไรก็ได้ให้เค้าอยู่กับเราอย่างมีความสุขค่ะ พ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกเป็นเด็กเก่งอยู่แล้วค่ะ รวมทั้งโบว์กับพี่ปอด้วย แต่ว่าสิ่งที่เราจะเน้นนอกจากความเก่งก็คือเรื่องความดี ความรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้อื่นด้วย ส่วนที่เห็นน้องอารมณ์ดี ชอบเต้น คือให้มะลิฟังเพลงตั้งแต่อยู่ในท้อง แต่เพลงที่เราให้ฟังไม่เหมือนครอบครัวอื่น เพราะเพลงที่พี่ปอเน้นคือเพลงแนวสามช่า โป๊งชึ่ง ลูกทุ่ง มันคือเทคนิคของพี่ปอค่ะ (ยิ้ม) น้องมะลิโตมาเลยชอบเต้นค่ะ (ยิ้ม)”

มะลิดีใจกอดรูปพ่อปอ
ชอบสนุกแค่ไหน ดูเอาเองค่ะ

เวลามาออกงานแฟนคลับจะเอาใจ เอาของมาให้ มีขอบเขตยังไงบ้างเพื่อไม่ให้มะลิเป็นเด็กที่โดนสปอยล์?
“นั่นแหละคือสิ่งที่โบว์เป็นห่วง ทุกครั้งที่มาเจอพี่จ๋า ทุกคนมีความเอ็นดู มีความรักให้มะลิ ก็จะตามใจ พอกลับบ้าน โบว์ก็จะบอกมะลิว่าทำอย่างนี้ไม่ได้นะ ก็จะพยายามสอนเค้า สิ่งนึงที่โบว์กลัวคือว่าถ้าเค้าไปอยู่ในกลุ่มเด็กวัยเดียวกัน โบว์กลัวว่าเค้าจะรู้สึกว่าตัวเองพิเศษกว่าคนอื่น โบว์ไม่ต้องการให้มะลิรู้สึกอย่างนั้น กลับบ้านก็จะสอนว่าหนูเท่าเทียมกับคนอื่น เวลาจะทำอะไรหนูห้ามทำก่อน ต้องทำพร้อมกับทุกคน เวลาจะทำอะไร เข้าแถว ต่อคิว ไม่มีการเดินไปแล้วหนูได้ของเลย จะไม่มีการทำตัวอย่างนั้น ถึงแม้ว่าวันนี้เค้าจะยังไม่รู้เรื่อง แต่โบว์ก็จะบอกจะสอนเค้าอย่างนี้เสมอ พี่จ๋าทุกคนรักหนู นั่นเป็นเพราะว่าพี่จ๋าทุกคนรักพ่อของหนู เพราะพ่อหนูทำความดี พ่อหนูรับผิดชอบต่อตัวเอง สังคม และทุกคนที่พ่อหนูปฏิบัติด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่พ่อทำไว้คือความรักจากประชาชนมันถึงมีส่งต่อมาให้หนู หนูจะทำอย่างไรที่จะรักษาความรักอันนี้ไว้ให้คงที่หรือเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เค้าก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง”

โบว์จะสอนมะลิเสมอว่ามะลิไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่น แต่คนรักมะลิเพราะเค้ารักพ่อของหนู

ลูกสาวและลูกชายเลี้ยงยากง่ายต่างกันมั้ย?
“เลี้ยงยากทั้ง 2 เพศเลยค่ะ (ยิ้ม) ผู้หญิงก็จะเป็นอีกแบบ ผู้ชายก็จะเป็นอีกแบบ อยู่ที่ว่าเราจะเรียนรู้และปรับตัว ปฏิบัติต่อลูก ให้ลูกรู้สึกว่าเราเข้าถึงเค้าได้อย่างไร กับน้องออโต้ถึงเค้าจะไม่ได้อยู่กับโบว์ที่นี่ เค้าอยู่กับคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัด แต่โบว์ก็ถามเค้าตลอดว่าจะมามั้ย แต่เค้าขออยู่ดูแลคุณตากับคุณยายค่ะ ซึ่งอยู่ที่นั่นออโต้ก็อยู่กับพี่สาวของโบว์ ซึ่งพี่สาวโบว์ก็มีลูก 2 คนอายุไล่ๆ กัน น้องออโต้มีความสุขดีค่ะ อาทิตย์ 2 อาทิตย์โบว์ก็ไปเจอเค้าบ้าง หรือเค้ามาหาโบว์ที่กรุงเทพฯ บ้างค่ะ”

ยังมีแม่หลายๆ คนที่ท้อ อยากให้โบว์ช่วยให้กำลังใจคุณแม่ที่ท้อแท้?
“สำหรับคุณแม่หลายๆ คนที่กำลังท้อนะคะ หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังท้อ โบว์อยากจะส่งผ่านกำลังใจให้แม่ๆ ได้สู้นะคะ ให้มองหน้าลูก เพราะลูกจะเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้เราต่อสู้และผ่านจุดนั้นมาได้ค่ะ (ยิ้ม)”

แค่มองหน้าลูก คนเป็นแม่มีพลังแบบไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เชื่อเหลือเกินว่าหากคนบนฟ้ามีจริง ปอ ทฤษฎี คงมองลงมาอย่างหมดห่วง เพราะแววตาอันแน่วแน่ เด็ดเดี่ยว แต่อ่อนโยน ของ "แม่โบว์" มันฉายชัดว่าแม้จะอ่อนแอสักเท่าไร เพื่อลูกแม่ไม่มีคำว่าท้อแน่นอน.

มะลิถ่ายรูปคู่กับพ่อปอ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้