วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนคนไทยช่วย บ.นอมินี เจอคุก 3 ปี ปรับเงิน 1แสนถึง 1 ล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สั่งเพิกถอน 3 บริษัทนำเที่ยวในกรุงเทพฯ ส่งผลให้สิ้นสภาพทันที หลังพบเป็นคนจีนสวมบัตรประชาชนคนไทย ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อ พร้อมเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่อง หากพบคนไทยช่วยเหลือ เจอคุก 3 ปี ปรับ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 59 น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนบริษัทท่องเที่ยวชื่อดัง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด และบริษัท เซี๊ยต้าเจริญ จำกัด หลังตรวจสอบพบบุคคลต่างชาติสวมบัตรประจำตัวประชาชนชาวไทย ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้ทั้ง 3 บริษัท สิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลทันที ไม่สามารถประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลได้อีก และจะดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวต่อไปด้วย

สำหรับการเพิกถอนดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากที่กรมฯ ได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ บริษัท ฝูอัน ทราเวล และบริษัท ซินหยวน ทราเวล พบว่ามีคนจีนสวมบัตรประชาชนคนไทย คือ นายสมเกียรติ คงเจริญ ที่เสียชีวิตแล้ว แล้วมาเปิดบริษัทนำเที่ยว โดยนายสมเกียรติเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นใน 2 บริษัทดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ยังสามารถขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน ได้แก่ นางธวัล แจ่มโชคชัย คนไทย ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท ฝูอัน ทราเวล มีส่วนให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนจีนอีก 2 คนให้สามารถสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนไทยได้ คือ นายภูวดล สุขเจริญ และนายธนากฤต รินรัตน์ ที่ประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ให้กับบริษัท ฝูอัน ทราเวล นอกจากนี้ กรมฯ ได้ขยายผลตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทางทะเบียนนิติบุคคล พบว่าชาวต่างชาติที่สวมบัตรประจำตัวประชาชนของนายธนากฤต ยังมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นเพิ่มอีก 1 บริษัท คือ บริษัท เซี๊ยต้าเจริญ ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว ได้แก่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สมุนไพร

“ช่วงที่ตรวจสอบพบตอนแรก กรมฯ ได้ระงับการจดทะเบียน (การแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูล) ของนิติบุคคลทั้ง 3 บริษัทที่มีบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้อง และระงับการออกหนังสือรับรองและสำเนาเอกสาร รวมทั้งเรียกตรวจสอบบัญชีไปแล้ว แต่พอกรมการปกครอง ได้ส่งหนังสือแจ้งกรมฯ ถึงการเพิกถอนบัตรประจำตัวประชาชนนายสมเกียรติ คงเจริญ นายธนากฤต รินรัตน์ และนายภูวดล สุขเจริญ กรมฯ จึงได้เพิกถอนการจดทะเบียนทั้ง 3 บริษัททันที” 

น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า กรมฯ ยังมีแผนจับมือกับหน่วยงานพันธมิตรดังกล่าวข้างต้น ดำเนินการตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยง ที่จะมีคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) โดยลงพื้นที่ตรวจสอบนอมินีธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงธุรกิจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดแก่ธุรกิจและผู้ประกอบธุรกิจ

“ขอเตือนคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ เพื่อให้คนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย และคนต่างชาติที่ให้คนไทยถือหุ้นแทน รวมทั้งกรรมการบริษัท ต้องรับผิดด้วย ซึ่งจะมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”  

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สั่งเพิกถอน 3 บริษัทนำเที่ยวในกรุงเทพฯ ส่งผลให้สิ้นสภาพทันที หลังพบเป็นคนจีนสวมบัตรประชาชนคนไทย ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อ พร้อมเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่อง 11 ส.ค. 2559 15:40 ไทยรัฐ