วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มนุษย์เงินเดือน เชื่อหลังผ่านประชามติ ศก.ไทยยุค 'บิ๊กตู่' เฟื่องฟู

มนุษย์เงินเดือน เชื่อหลังผ่านประชามติ ศก.ไทยยุค 'บิ๊กตู่' เฟื่องฟู

  • Share:

"ซูเปอร์โพล"เผยผลสำรวจมนุษย์เงินเดือนใน 15 จังหวัด พบหลังร่าง รธน.ผ่านประชามติ คนส่วนใหญ่เชื่อมั่นเศรษฐกิจยุค "บิ๊กตู่" จะดีขึ้น 

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.59 นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ความเชื่อมั่นของมนุษย์เงินเดือนต่อเศรษฐกิจจะเฟื่องฟูยุครัฐบาลบิ๊กตู่" หลังลงประชามติผ่านของสาธารณชน โดยศึกษาตัวอย่าง มนุษย์เงินเดือนใน 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา มุกดาหาร ขอนแก่น อุดรธานี ปทุมธานี ลพบุรี นครปฐม ชลบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 2,148 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการช่วงวันที่ 8-10 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.4 เชื่อมั่นมากขึ้นต่อเศรษฐกิจจะเฟื่องฟูยุครัฐบาลบิ๊กตู่ ขณะที่ร้อยละ 27.1 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 9.5 ระบุเชื่อมั่นลดลง 

เมื่อถามถึงแผนการซื้อสินค้าคงทนของมนุษย์เงินเดือน พร้อมราคาที่คิดว่าจะมีกำลังซื้อในยุครัฐบาลบิ๊กตู่ เปรียบเทียบกับ ราคาที่เคยสำรวจพบในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ความสามารถซื้อสินค้าคงทนของมนุษย์เงินเดือนที่คิดว่าจะมี เพิ่มสูงขึ้นทุกตัว ตั้งแต่บ้านหลังใหม่ เพิ่มขึ้นจาก 9 แสนกว่าบาท มาอยู่ที่ 9.5 ล้านบาท ในการสำรวจหลังการลงประชามติผ่านร่างรัฐธรรมนูญ รองลงมาคือ ความสามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ที่มนุษย์เงินเดือนคิดว่าจะมีเพิ่มขึ้นจาก 8 แสนกว่าบาท มาอยู่ที่ 1.3 ล้านบาท ตามด้วย ทีวี ตู้เย็น ซึ่งความสามารถซื้อของมนุษย์เงินเดือนที่คิดว่าจะมีเพิ่มขึ้นทุกตัว

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงไลฟ์สไตล์ ความตั้งใจจะพบปะสังสรรค์ทานข้าวนอกบ้านของมุนษย์เงินเดือน พบว่า เกินครึ่ง หรือร้อยละ 53.4 ตั้งใจจะพบปะสังสรรค์ทานข้าวนอกบ้านมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 39.4 ระบุเหมือนเดิม และเพียงร้อยละ 7.2 ระบุจะน้อยลง ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึง ตัวชี้วัดผลงานรัฐบาลบิ๊กตู่ กระตุ้นความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ พบใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 81.7 ระบุ การลงประชามติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของคนส่วนใหญ่ รองลงมาคือ ร้อยละ 80.9 ระบุความซื่อสัตย์สุจริตของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา และรัฐบาล ร้อยละ 73.6 ระบุ การค้าระหว่างประเทศดีขึ้น ร้อยละ 73.1 ระบุประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดีขึ้น เช่น การค้ามนุษย์ การต่อต้านค้างาช้าง ความโปร่งใส และการท่องเที่ยว เป็นต้น และร้อยละ 69.8 ระบุ สภาพรถติด จราจรคับคั่ง คือตัวชี้วัดว่าเศรษฐกิจดี คนมีเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย ตามลำดับ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้