วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เซตซีโรนับหนึ่งการเมืองไทย

วันนี้วันเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ข้าพระพุทธเจ้า นสพ.ไทยรัฐ ขอน้อมเกล้า น้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นพระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

วันนี้ไปดูอนาคตประเทศไทยหลังการลงประชามติรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

คณะกรรมการเลือกตั้ง แถลงอย่างเป็นทางการแล้ว ผลการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ และ คำถามพ่วง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา มีประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ 29,740,677 คน คิดเป็น 59.40% จากผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 50,071,589 คน มีบัตรเสีย 936,209 ใบ คิดเป็น 3.15%

จังหวัดที่มีผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงมากที่สุด 5 อันดับแรก ลำพูน 76.47% แม่ฮ่องสอน 75.76% เชียงใหม่ 73.17% ตาก 70.06% เชียงราย 67.64% อยู่ในภาคเหนือทั้งหมด ผมขอแสดงความชื่นชมสปิริตการเมืองของคนเหนือเป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นที่ 1 ร่างรัฐธรรมนูญ มีผู้เห็นชอบ 16,820,402 คน คิดเป็น 61.35% ไม่เห็นชอบ 10,589,037 คน คิดเป็น 38.65%

ประเด็นที่ 2 คำถามพ่วง มีผู้เห็นชอบ 15,132,050 คน คิดเป็น 58.07% ไม่เห็นชอบ 10,926,648 คน คิดเป็น 41.93%

เมื่อเสียงส่วนใหญ่เกิน 50% ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ไม่ว่าจะตัดสินใจด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมคิดว่าทุกคนควรเคารพการตัดสินใจครั้งนี้

ก็เดาเอานะครับว่า คนส่วนใหญ่คงอยากกลับไปลอง “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” กันอีกครั้ง เพราะ “ผิดหวังอย่างรุนแรง” กับ “ประชาธิปไตยเต็มใบ” ที่เต็มไปด้วยการทุจริต คอร์รัปชัน มีทั้ง การคอร์รัปชันเชิงนโยบาย คอร์รัปชันด้วยนโยบาย คอร์รัปชันด้วยการเรียกเงินสินบน คอร์รัปชันหน้าด้านๆด้วยการค้ารัฐต่อรัฐปลอม เป็นต้น

ประชามติครั้งนี้จึงเป็นการลงโทษนักการเมืองอย่างชัดเจน

มีกระแสข่าวว่า จะมีการ “เซตซีโร” หรือ ยุบพรรคการเมืองทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งพรรคการเมืองกันใหม่หมด ตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญใหม่ โดยจะเขียนไว้ใน กฎหมายพรรคการเมือง ที่เป็นกฎหมายลูก ก่อนจะให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเอานักการเมืองใส่ตะกร้าล้างน้ำให้สะอาดเสียรอบหนึ่งก่อน

ถ้า กฎหมายพรรคการเมืองใหม่ กำหนดให้มีการ “เซตซีโร” จริง การเลือกตั้งทั่วไปน่าจะเกิดขึ้นต้นปี 2561 เพราะการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่หมดต้องใช้เวลาพอสมควร

ว่ากันว่าแนวคิดการ “เซตซีโรพรรคการเมือง” เป็นแนวคิดของ คสช. ที่คิดกันมาตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกแล้ว และยังคงเป็นแนวคิดที่มีอยู่

ไหนๆก็ต้องอยู่กับ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ไปอีกอย่างน้อย 10 ปี การถือโอกาสนี้เอา นักการเมือง และ พรรคการเมือง ใส่ตะกร้า ล้างน้ำ ซักด้วยผงซักฟอกอีกที ก็ดีเหมือนกัน อนาคตการเมืองไทยจะได้สะอาดสะอ้านขึ้น ไม่สกปรกเหมือนที่ผ่านมา นักการเมืองไม่ดี ถ้า ไม่ยอมกลับตัว ก็สมควรถูกกวาดลงไปในถังขยะ แล้วเปิดโอกาสให้ “คนดีคนเก่ง” เข้ามาเล่นการเมืองแทนให้มากขึ้น

การมีพรรคการเมืองใหม่หมดจะช่วยให้คนดี คนเก่ง มีโอกาสเข้ามาสู่การ เมืองง่ายขึ้น ไม่ต้องไปเป็นลูกน้องนักการเมืองเก่าในพรรคเหมือนที่ผ่านมา

คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างฯ คุยนักคุยหนาว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และใช้เป็นจุดโฆษณาจนประชาชนเชื่อและเห็นชอบ ลำพัง คุณสมบัติ 18 ข้อ ที่เป็นข้อห้าม ผมคิดว่ายังไม่พอ ควรมีมาตรการปราบนักการเมืองขี้โกงให้เข้มข้นกว่านี้ เช่น การให้แสดงที่มาของรายได้ในแต่ละปี การเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี การตรวจสอบทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อเทียบกับรายได้ (ไม่ใช่การแสดงทรัพย์สินอย่างที่ผ่านมา) เป็นต้น อย่างนี้จึงจะปราบนักการเมืองขี้โกงได้จริง ไม่ใช่มีแต่ข้อห้ามก่อนเข้า เมื่อเข้าไปแล้วก็สบาย ได้อำนาจการเมืองคุ้มกัน ไม่มีการตรวจสอบอีก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

11 ส.ค. 2559 10:32 ไทยรัฐ