วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าซุกปัญหาไว้ใต้พรม

ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2559 ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า ผู้เขียนคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก

จับไปแล้วนะครับ กลุ่มอิสลามิสต์หัวรุนแรงที่มาปักหลักกันอยู่ที่เกาะบาตัม ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พวกนี้มาบาตัมเพื่อเตรียมยิงจรวดเข้าใส่พิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 51 ปี แห่งการประกาศเอกราชของสาธารณรัฐสิงคโปร์ในวันที่ 9 สิงหาคม 2559

ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ต่างยอมรับว่ากลุ่มการก่อการร้ายได้เข้ามาฝังตัวในประเทศของตนเอง การยอมรับทำให้การทำงานร่วมมือป้องกันการก่อการร้ายทำได้ง่ายขึ้น เป็นผลให้ในห้วงที่ผ่านมา ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จับกุมการเตรียมการก่อเหตุร้ายของกลุ่มต่างๆได้อย่างต่อเนื่อง

การข่าวที่ลึกและมีประสิทธิภาพช่วยให้มีการแจ้งไปยังตำรวจอินโดนีเซียว่า ขณะนี้มีกลุ่มอิสลามิสต์ 6 คน เตรียมการยิงจรวดไปที่สนามกีฬาในสิงคโปร์ ถ้าไม่มีการแจ้งและไม่มีการจับกุม ผู้อ่านคงจะนึกภาพออกนะครับ ว่านักแสดงเฟสติวัล 5,000 คน บวกกับคนดูอีก 55,000 คน ในสนามกีฬาแห่งใหม่ของสิงคโปร์คงจะต้องตายกันเป็นเบือ

ผมดูภาพยนตร์เรื่องที่พวกกลุ่มติดอาวุธเข้าไปเผาทำลายสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเบงกาซี เมื่อ พ.ศ.2555 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เอกอัครราชทูตคริส สตีเวนส์ และเจ้าหน้าที่อเมริกันตาย ที่จริงเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น ความบกพร่องทั้งหมดมาจากการที่ผู้รับผิดชอบก็กลัวจะเสียหน้าด้านการข่าวและยืนยันว่าปลอดภัย แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่

ในขณะที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ยอมรับกรณีที่มีกลุ่มการก่อการร้ายในแผ่นดินของตน และจัดการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่ากัมพูชาและเมียนมากลับออกมาปฏิเสธว่าในประเทศของตนเองไม่มีกลุ่มการก่อการร้าย

เมียนมาเป็นเป้าหมายสำคัญที่การก่อการร้ายหลายกลุ่มประกาศจะเข้าไปถล่ม เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างชาวพุทธและมุสลิมในรัฐยะไข่ ซึ่งในขณะนี้ลามปามออกมาถึงเมียนมาภาคกลางแล้ว

ผู้คนในวงการข่าวกรองสากลยืนยันว่า กัมพูชาเป็นแหล่งซ่อนตัวของการก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบจังหวัดกัมปงจามและจังหวัดกรุงพระสีหนุ แต่เมื่อองค์กรข่าวกรองระดับสากลประสานไปยังหน่วยงานของรัฐบาลของกัมพูชา กลับได้รับการปฏิเสธ และเจ้าหน้าที่สากลไม่สามารถประสานเพื่อทำงานต่อไปได้

ในประเทศไทยของเราตอนนี้เริ่มมีกระแสปั่นให้คนไทยต่างศาสนาทะเลาะกันเอง ถ้าดูในโซเชียลมีเดียก็จะพบว่า การด่าทอโจมตีกันระหว่างคนต่างศาสนารุนแรงขึ้นมาก พระสงฆ์องค์เจ้าและประชาชนในบางพื้นที่เริ่มรวมตัวกันออกมาเดินขบวนต่อต้านศาสนาอิสลาม ขอเรียนนะครับ ว่านั่นอันตรายมาก เสมือนกับการใช้มีดกรีดไปที่ร่างกายและใช้น้ำสกปรกราดเข้าไปในแผลสด อีกไม่นาน เชื้อโรคก็จะแพร่ขยายไปทั่วร่าง และก็จะเริ่มเน่า

ผมดูคลิปของพระภิกษุบางรูปในเฟซบุ๊กหลายครั้ง พระมหาท่านหนึ่งพูดถึงการตอบโต้ว่า ถ้าพระใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกระเบิดหรือถูกยิงตาย 1 รูปด้วยน้ำมือของโจรก่อการร้ายมลายู เราก็จะต้องแลกด้วยการเผามัสยิดให้ได้ 1 หลัง โดยเริ่มจากภาคเหนือลงมาเรื่อยๆ ความคิดนี้ได้รับการตอบรับจากชาวพุทธจำนวนหนึ่ง ผมว่านี่เป็นเรื่องผิดอย่างมากนะครับ รัฐบาลและองค์กรศาสนาควรจะเข้าไปทำความเข้าใจและระงับยับยั้งเสียตั้งแต่แรก

เปิดฟ้าส่องโลกไม่เห็นด้วยกับการตอบโต้กันไปมาในลักษณะดังกล่าว และขอส่งเสริมให้มีการศึกษาศาสนาของกันและกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ชาวพุทธต้องศึกษาเรื่องของอิสลาม มุสลิมต้องศึกษาทำความเข้าใจพุทธศาสนา

ผู้ใหญ่หลายคนไม่กล้าพูดถึงกรณีคลิปที่โจมตีกันไปมาระหว่างศาสนา เพราะกลัวว่าอาจจะกระทบกับความมั่นคง หรือกลัวว่าจะเกิดความตระหนกตกใจในหมู่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ท่านก็เลยกวาดขยะเข้าไปซุกอยู่ในใต้พรม จนขณะนี้เริ่มมีขยะมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมเห็นด้วยกับการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องการมีกลุ่มก่อการร้ายของรัฐสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ยอมรับเพื่อการป้องกันภัยจะได้ทำกันอย่างมีประสิทธิภาพ.


คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

11 ส.ค. 2559 10:16 11 ส.ค. 2559 10:16 ไทยรัฐ